ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124 – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

ที่ด้านล่าง หลี่เหมิ่งสั่งคนให้รีบคุ้มกันหลี่เหยียนไปยังทางออกเร็วหน่อย ส่วนตนเองเลือกตำแหน่งที่ดีที่สุดแล้วน้าวคันธนูขึ้นเล็ง ยิงธนูติดๆ กันสามดอกไปยังเผยเซียวหยวน

เผยเซียวหยวนห้อยอยู่กลางอากาศ เหวี่ยงตัวไปมาหลบลูกธนูสองดอกแรกที่พุ่งเข้าใส่ก่อนจะเตะลูกธนูดอกที่สามออกไป จากนั้นก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้าต่ออย่างรวดเร็ว มือคว้าเถาวัลย์เส้นใหญ่ที่พันเกาะอยู่บนหินก้อนใหญ่ไว้แล้วปีนขึ้นไปบนหน้าผา

แผ่นหลังของเขาแนบติดกับผนังผาขณะเคลื่อนตัวไปยังด้านหลังหินก้อนใหญ่ จากนั้นก็ชักดาบออกมาอย่างรวดเร็ว เริ่มฟันรากไม้ใหญ่หลายรากและเถาวัลย์เส้นหนาที่พันเกี่ยวอยู่กับก้อนหิน ตลอดขั้นตอนทั้งหมดไม่ได้หยุดชะงักแม้แต่น้อย

รากไม้และเถาวัลย์ถูกเขาฟันขาดอย่างราบรื่น เฉินเซ่าสั่งคนให้ออกแรงดึงอีกครั้ง

ในที่สุดครั้งนี้หินก้อนใหญ่ก็หลุดออกจากหน้าผาพร้อมกับเสียงเคลื่อนตัวหนักดังแครกๆ ที่ฟังดูแปลกหู

“ปล่อยมือ!”

ทันทีที่เฉินเซ่าตะโกนขึ้น ทุกคนก็ปล่อยมือออกจากเชือก ขณะเดียวกันเผยเซียวหยวนก็รีบปลดบ่วงบาศออกจากก้อนหินอย่างรวดเร็ว

ประหนึ่งมียอดเขาเล็กลูกหนึ่งหล่นลงมาจากฟ้า หินก้อนใหญ่ร่วงลงมาจากหน้าผาด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้คนเห็นแล้วใบหน้าถอดสี

ทันใดนั้นก็เกิดเสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมาจากนรกขึ้นที่พื้นหุบเขาแคบๆ หินก้อนใหญ่พาก้อนหินใหญ่น้อยที่กระแทกถูกระหว่างทางร่วงตกลงมาด้วย

เวลานี้หลี่เหยียนเกือบจะถึงปากทางออกแล้ว ม้ากำลังรออยู่ข้างหน้า ทว่าเขาถูกเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจากเหนือศีรษะดุจภูเขาไท่ซานกดทับลงมาที่เกิดขึ้นฉับพลันกะทันหันทำให้ตกตะลึง ชั่วขณะนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ถึงกับลืมท่าทีตอบสนองไปแล้ว

“พระราชนัดดาระวัง!”

เสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกของเว่ยอินเหนียงที่อยู่ข้างกายทำให้เขาได้สติ

“คุ้มกันพระราชนัดดา!”

ในเวลานี้เองหลี่เหมิ่งก็พุ่งกระโจนเข้ามา ผลักหลี่เหยียนให้ถอยไปข้างหลัง

เกิดเสียงโครมดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงคนร้องอย่างน่าเวทนาและเสียงม้าร้องดังสับสน ก้อนหินขนาดใหญ่ร่วงลงมาทับคนหลายคนที่หนีไม่ทัน ก่อนจะกระแทกกับพื้นหุบเขาอย่างแรง

ปานประหนึ่งแผ่นดินไหวภูเขาโยกคลอน ฝุ่นดินตลบฟุ้งขึ้นสูงเป็นจั้ง คนที่อยู่ใกล้กับคนที่ถูกหินทับและโชคดีรอดมาได้ก็ถูกแรงสั่นสะเทือนจนพากันล้มลงกับพื้น

รอฝุ่นควันค่อยๆ จางลง เพียงเห็นทางออกข้างหน้าถูกหินก้อนใหญ่และท่อนไม้หักนับไม่ถ้วนอุดปิดแล้ว ยังมีก้อนหินจำนวนมากกลิ้งตกลงมาจากบนหน้าผาด้านข้างกองสูงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายช่วงล่างของคนผู้หนึ่งถูกทับอยู่ใต้หินก้อนใหญ่ โลหิตไหลออกมาจากตา หู และจมูกไม่หยุด ในปากที่เปิดอ้ามีเศษเนื้อปนเลือดหลุดออกมาข้างนอกเป็นท่อนๆ แลดูคล้ายลำไส้ แต่เขากลับยังไม่สิ้นใจ มือข้างหนึ่งเกาะพื้น สองตามองไปยังสหายร่วมทางของตน ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างไร้สุ้มเสียง

ทว่าสหายร่วมทางที่อยู่ด้านข้างนั้นตนเองก็ยังเอาตัวไม่รอด พวกเขาเจ็ดแปดคนถูกหินก้อนเล็กกว่าที่กลิ้งหล่นตามลงมาร่วงใส่ เบาหน่อยก็ศีรษะแตกเลือดไหล ที่หนักก็เอ็นขาดกระดูกหัก

หลี่เหมิ่งถูกหินก้อนหนึ่งร่วงลงมากระแทกแขน ถูกบีบบังคับให้ต้องถอยห่างจากหลี่เหยียน ตอนเขาตั้งตัวได้ก็ไม่คำนึงถึงบาดแผลที่แขนของตน กระโดดขึ้นจากพื้นพลางมองหาหลี่เหยียนไปทั่ว

“พระราชนัดดา! พระราชนัดดา! ท่านอยู่ที่ใด!”

มีเสียงครางด้วยความเจ็บปวดที่สะกดกลั้นไว้ไม่อยู่ดังขึ้น เขาเห็นขาข้างหนึ่งของหลี่เหยียนถูกหินก้อนหนึ่งหนักอย่างน้อยหลายสิบชั่งทับอยู่ บนขามีโลหิตสดไหลซึมออกมา หลี่เหมิ่งสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด รีบพุ่งเข้าไปผลักก้อนหินออก จากนั้นก็เรียกคนสนิทหลายคนที่อยู่ใกล้ๆ และปลอดภัยดีมาช่วยกันพยุงผู้เป็นนายขึ้นหลังม้า

“พระราชนัดดาไปกับข้าน้อย! ยังมีอีกเส้นทางหนึ่ง ออกไปทางข้างหนองน้ำ!”

เส้นทางนี้เป็นทางอ้อม เทียบกันแล้วไกลกว่า ทั้งยังต้องผ่านหนองน้ำระยะหนึ่ง ทว่าแม้จะมีอันตรายซ่อนแฝงอยู่รอบด้านแต่ก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง ไม่ว่าอย่างไรก็ดีกว่าถูกกักขังอยู่ที่นี่และสู้แบบสุนัขจนตรอก

“พานางไปด้วย!” หลี่เหยียนใบหน้าซีดขาวแต่ยังคงกัดฟันออกคำสั่ง

เมื่อครู่เว่ยอินเหนียงเพิ่งรอดพ้นจากภัยพิบัติ ยามนี้กำลังใช้สองมือกอดตนเอง ขดตัวอยู่ด้านในของก้นหุบเขาเพื่อหลบเศษหินเหนือศีรษะที่ยังร่วงหล่นลงมาไม่หยุด

นางอยู่ที่ฉางอันมาโดยตลอด แต่ไม่ได้ติดต่อกับสตรีที่ตนเคยเรียกว่า ‘น้องสาว’ ซึ่งภายหลังได้กลับคืนสู่ฐานันดรศักดิ์องค์หญิงแห่งราชวงศ์อย่างเป็นทางการผู้นั้นอีก กระทั่งตอนสตรีผู้นั้นแต่งงานและให้คนส่งขนมอบมงคลมาให้ นางก็ปิดประตูไม่รับ

น้องสาวผู้นั้นเฉลียวฉลาดยิ่ง น่าจะเข้าใจความปรารถนาของนาง หลังจากนั้นก็ไม่เคยรบกวนนางอีกเลย

เรื่องนี้ทำให้เว่ยอินเหนียงรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่ง

นางสามารถพูดคุยเรื่องเก่าๆ กับ ‘น้องสาว’ ที่ชื่อเยี่ยซวี่อวี่ผู้นั้นเหมือนไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น พวกนางคนหนึ่งเป็นพี่สาวสกุลเว่ยในตอนนั้น อีกคนเป็นท่านหญิงน้อยในจวนอ๋อง ทว่านางก็ไม่อาจแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เหมือนที่นางไม่อาจลบบ้านออกไปจากความทรงจำได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นสลักไว้ในกระดูก เฝ้ารอคอยที่จะได้สุขสมใจจากการแก้แค้นเช่นคนรักเก่าของนาง

เว่ยอินเหนียงสูญเสียที่มาและไม่รู้ว่าตนเองจะกลับไปที่ใด นี่อาจจะเป็นความเศร้าอาดูรอย่างที่สุดของนาง

นอกจากเรือนหลังเล็กที่คุ้นเคยหลังนั้นแล้ว นางก็ไม่รู้ว่าตนเองยังจะไปที่ใดได้อีก

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77

บทที่ 76 นอกจากรู้สึกว่าจิตใจของเจียงซิ่วรุ่นคับแคบเกินไป เฟิ่งหลีอู๋ยังรู้สึกอีกว่าออกจะเจ็บปวดใจอยู่บ้าง นางเป็นตัวประ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

บทที่ 78 รัชทายาททำเช่นนี้เจียงซิ่วรุ่นเห็นแล้วโมโหจริงๆ แต่เวลานี้นางรู้สึกแต่เพียงว่าชีวิตของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

บทที่ 146 เยี่ยซวี่อวี่เดินอยู่ข้างหน้า เผยเซียวหยวนเดินตามนางห่างกันราวสิบยี่สิบก้าว หยางไจ้เอินนำขันทีน้อยฝ่ายในและนาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

community.jamsai.com