ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124
เดิมนางเข้าใจว่าชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบนิ่งดุจสายน้ำที่ไม่ไหลไปของตนจะเป็นเช่นนี้สืบเนื่องต่อไป กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้หลี่เหยียนที่หายตัวไปได้ส่งคนมาติดต่อนางอีกครั้ง จากนั้นไม่กี่วันก่อนนี้เอง ไม่รู้ว่าเขาใช้สายสัมพันธ์เช่นไรพานางออกจากฉางอันมาเงียบๆ
หลี่เหยียนบอกว่าเรื่องใหญ่ของเขาใกล้จะสำเร็จลุล่วงแล้ว เขาจะไปจากฉางอันก่อนชั่วคราว ดังนั้นจึงพานางไปด้วยเพื่อชดเชยที่เมื่อก่อนเขาติดค้างนาง
เขาจะให้นางได้เห็นเขาขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยตาของตนเอง ให้นางร่วมแบ่งปันเกียรติยศกับเขา
ตอนฟังหลี่เหยียนบอกเล่าเรื่องเหล่านี้ ในใจของเว่ยอินเหนียงสงบนิ่งไม่มีระลอกคลื่นใดๆ
บางทีอาจเป็นเพราะสิ่งที่นางประสบในช่วงเป็นเด็กสาว นางจึงไม่เชื่อว่าชีวิตของตนยังจะมีแสงสว่างใดๆ อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสิ่งที่เรียกว่า ‘เกียรติยศ’ ที่มีชีวิตอยู่ก็เพียงเพราะยังไม่ตายไปเท่านั้น นางไม่ได้เชื่ออย่างสนิทใจถึงอนาคตที่ฟังดูสดใสงดงามและรุ่งโรจน์โชติช่วงอย่างที่เขาบรรยายไว้ แม้เขาจะสาบานมั่นเหมาะ เน้นย้ำกับนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขามีกำลังมหาศาลอยู่แล้วก็ตาม
ถึงกระนั้นสุดท้ายนางก็ไม่ได้ขัดจังหวะเขา ฟังอย่างสงบนิ่งด้วยสีหน้ายิ้มน้อยๆ ฟังเขาบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงเพราะยามที่เขาพูดถึงเรื่องเหล่านี้กับนาง นางเห็นประกายแวววาวในดวงตาของเขาที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว
นางใจไม่แข็งพอที่จะปฏิเสธ ทำให้เขาเสียกำลังใจและกลับไปอยู่ในความเจ็บปวดมองไม่เห็นความหวังเช่นเมื่อก่อนอีก
เขาเคยซุกซ่อนความเจ็บปวดที่ต้องสะกดกลั้นเหล่านั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง ใต้หล้านี้ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีไปกว่านาง ยิ่งรู้สึกเหมือนเกิดขึ้นกับตนเอง
ด้วยเหตุนี้ในที่สุดแม้จะยังคงสับสนงุนงงอยู่หลายส่วน นางยังคงถูกชายในดวงใจพาตัวออกมาและมาถึงที่นี่
ตามที่หลี่เหยียนเล่า เขาจะมาพบคนคนหนึ่งที่นี่ รอพบหน้าเสร็จแล้วเขาจะพานางไปจากฉางอัน ไปยังสถานที่ใหม่ ที่นั่นจะเป็นสถานที่เริ่มต้นอนาคตทั้งหมดของเขากับนาง
เว่ยอินเหนียงไม่เคยคิดมาก่อนว่าสุดท้ายแล้วสถานการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้
หลี่เหมิ่งหันมามองเว่ยอินเหนียงแวบหนึ่ง ลังเลอยู่ชั่วขณะ
“ไป! คำสั่งของข้า เจ้ากล้าไม่ปฏิบัติตามหรือ!” หลี่เหยียนฉีกชายเสื้อลวกๆ มาพันแผลที่ขาของตนแล้วตวาดเสียงเฉียบขาด
หลี่เหมิ่งนิ่งชะงักพลางกัดฟัน ที่สุดแล้วก็ยังคงปฏิบัติตามคำสั่ง หันหลังวิ่งไปแบกเว่ยอินเหนียงขึ้นมา หลบหลีกฝนหินเหนือศีรษะ พานางมาส่งยังข้างกายหลี่เหยียน
หลี่เหยียนดึงนางขึ้นมาบนหลังม้า ร่วมขี่ม้าไปด้วยกัน เปลี่ยนทิศทางไปตามพื้นที่ขรุขระเบื้องล่างหน้าผา
ม้าที่หลี่เหยียนขี่เป็นม้าแข็งแรงตัวหนึ่ง แบกทั้งเขาและหญิงสาวสองคนได้อย่างไม่มีผลกระทบอะไรมาก เส้นทางแม้จะยากลำบาก แต่โชคดีที่ในที่สุดก็สามารถสลัดกองทหารซึ่งไล่ตามมาข้างหลังออกไปได้และเข้าสู่หุบเขาเงียบสงบผืนหนึ่ง
“พระราชนัดดาระวังทางด้วย! มาทางนี้!”
หลี่เหยียนตามหลี่เหมิ่งที่นำทางอยู่ข้างหน้า หลบเลี่ยงหนองน้ำที่ปกคลุมไปด้วยหญ้านานาชนิด ขณะที่เขาเพิ่งได้พักหายใจ กระตุ้นม้าให้เดินผ่านต้นไทรต้นหนึ่งและเร่งความเร็วไปข้างหน้า ฉับพลันนั้นเองใต้ร่างก็รู้สึกหนักขึ้นมาเล็กน้อย ครั้นก้มหน้ามองลงไปจึงพบว่ากีบเท้าหลังข้างหนึ่งของม้าติดอยู่ในดิน
บริเวณนี้เป็นพื้นที่รกร้างเต็มไปด้วยหินก้อนเล็กๆ ที่ดูธรรมดาผืนหนึ่ง
พอเขาตระหนักถึงความผิดปกติ คิดจะกระตุ้นม้าให้รีบหนีก็สายเกินไปแล้ว พื้นดินที่อยู่ห่างจากต้นไทรไม่กี่ฉื่อเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย กีบเท้าม้าจมลงไปอีก
ม้าของเขาเริ่มดิ้นรน พยายามจะยืนให้มั่น ทว่ายิ่งทำเช่นนั้นก็ยิ่งจมลงไปเร็วขึ้น
เพียงชั่วไม่กี่ลมหายใจของเขา ขาหลังทั้งสองข้างของม้าก็จมลงไปถึงข้อขาแล้ว
เว่ยอินเหนียงที่นั่งอยู่ด้านหน้าไม่อาจรักษาสมดุลไว้ได้ ร้องอุทานออกมาคำหนึ่ง คนก็ร่วงลงไปจากหลังม้า เท้าและเข่าก็จมลงไปทันที
หลี่เหมิ่งและผู้ติดตามอีกหลายคนตกใจจนหน้าถอดสี รีบมาที่ใต้ต้นไทร หลายคนลองก้าวเท้าขยับเข้ามาช้าๆ
“พระราชนัดดา อย่าขยับตัวส่งเดช!” หลี่เหมิ่งถอดเสื้อตัวนอกออก จับปลายข้างหนึ่งไว้แล้วโยนปลายอีกข้างให้หลี่เหยียน “รีบจับไว้! ฉวยโอกาสที่ยังไม่ได้จมลงไป พวกเราจะดึงท่านออกมา!”
หลี่เหยียนยังนั่งอยู่บนหลังม้า เพียงแต่สองเท้าจมอยู่ในโคลน เขามือหนึ่งคว้าเสื้อที่โยนมาให้ตนไว้แน่น จากนั้นมืออีกข้างก็ยื่นไปหาเว่ยอินเหนียงที่ตกจากม้า คิดจะดึงนางขึ้นมาพาออกไปด้วยกัน
“ไม่ทันแล้ว! พวกเขาไล่ตามมาแล้ว! สองคนหนักเกินไป ดึงไม่ขึ้น!”
หลี่เหยียนคว้ามือเว่ยอินเหนียงได้แล้ว ครั้นลองดึงดูก็พบว่าไม่อาจพานางออกมาได้จริงๆ การออกแรงเช่นนี้ไม่เพียงไม่มีประโยชน์ กลับทำให้ตนเองพลอยจมตามม้าลงไปหลายส่วน
“พระราชนัดดาโปรดนึกถึงตนเอง ใคร่ครวญเพื่องานใหญ่!” หลี่เหมิ่งตะโกนขึ้น
หลี่เหยียนขอบตาแดงขึ้นมาทันที เขาหันหน้าไปมองเว่ยอินเหนียง
“พระราชนัดดาไม่ต้องสนใจข้าแล้ว”
ร่างของเว่ยอินเหนียงตั้งแต่ต้นขาลงไปจมอยู่ในบ่อโคลน นางมองสองตาของหลี่เหยียนที่มองตน ยามเอ่ยคำพูดประโยคนี้น้ำเสียงสงบนิ่ง กระทั่งมุมปากยังมีรอยยิ้มจางๆ
“ท่านไปคนเดียวเถิด” พูดจบนางก็ดึงมือของตนออกจากมือของชายหนุ่ม
จากนั้นหลี่เหยียนก็ถูกหลายคนบนฝั่งออกแรงดึงขึ้นไป สุดท้ายก็เหลือเพียงรองเท้าหุ้มแข้งสองข้างปักอยู่กลางบ่อโคลน
หลี่เหยียนถูกคนพยุงจนแทบจะอุ้มไป เดินโซซัดโซเซไปข้างหน้า ในที่สุดก็ขึ้นไปบนหลังม้าอีกตัวหนึ่ง
“อินเหนียง…ขออภัยด้วย…ข้าจะแก้แค้นให้เจ้า…”
เขาขยับลำคอ ทว่าศีรษะเพิ่งจะหันกลับมาได้เพียงครึ่งเดียวก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นไว้ ไม่อาจขยับต่อได้อีก สุดท้ายเขาก็ค่อยๆ ก้มหน้าลง เอ่ยเสียงสั่นเครือแทบจะเป็นสะอื้น ตอนกล่าวคำพูดนี้ออกมา ชั่วขณะนั้นดวงตาของเขาคล้ายมีโลหิตหยาดหยด แต่ก็ถูกหลี่เหมิ่งและคนอื่นๆ เร่งเร้าและพาออกเดินทางไปข้างหน้าต่อ ท่าทางราวกับเป็นหุ่นไม้ไร้ชีวิตร่างหนึ่ง
ที่ด้านหลังของเขา เว่ยอินเหนียงหลับตาลงนานแล้ว
Comments



