ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124 – หน้า 5 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

เดิมนางเข้าใจว่าชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบนิ่งดุจสายน้ำที่ไม่ไหลไปของตนจะเป็นเช่นนี้สืบเนื่องต่อไป กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้หลี่เหยียนที่หายตัวไปได้ส่งคนมาติดต่อนางอีกครั้ง จากนั้นไม่กี่วันก่อนนี้เอง ไม่รู้ว่าเขาใช้สายสัมพันธ์เช่นไรพานางออกจากฉางอันมาเงียบๆ

หลี่เหยียนบอกว่าเรื่องใหญ่ของเขาใกล้จะสำเร็จลุล่วงแล้ว เขาจะไปจากฉางอันก่อนชั่วคราว ดังนั้นจึงพานางไปด้วยเพื่อชดเชยที่เมื่อก่อนเขาติดค้างนาง

เขาจะให้นางได้เห็นเขาขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยตาของตนเอง ให้นางร่วมแบ่งปันเกียรติยศกับเขา

ตอนฟังหลี่เหยียนบอกเล่าเรื่องเหล่านี้ ในใจของเว่ยอินเหนียงสงบนิ่งไม่มีระลอกคลื่นใดๆ

บางทีอาจเป็นเพราะสิ่งที่นางประสบในช่วงเป็นเด็กสาว นางจึงไม่เชื่อว่าชีวิตของตนยังจะมีแสงสว่างใดๆ อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสิ่งที่เรียกว่า ‘เกียรติยศ’ ที่มีชีวิตอยู่ก็เพียงเพราะยังไม่ตายไปเท่านั้น นางไม่ได้เชื่ออย่างสนิทใจถึงอนาคตที่ฟังดูสดใสงดงามและรุ่งโรจน์โชติช่วงอย่างที่เขาบรรยายไว้ แม้เขาจะสาบานมั่นเหมาะ เน้นย้ำกับนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขามีกำลังมหาศาลอยู่แล้วก็ตาม

ถึงกระนั้นสุดท้ายนางก็ไม่ได้ขัดจังหวะเขา ฟังอย่างสงบนิ่งด้วยสีหน้ายิ้มน้อยๆ ฟังเขาบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงเพราะยามที่เขาพูดถึงเรื่องเหล่านี้กับนาง นางเห็นประกายแวววาวในดวงตาของเขาที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว

นางใจไม่แข็งพอที่จะปฏิเสธ ทำให้เขาเสียกำลังใจและกลับไปอยู่ในความเจ็บปวดมองไม่เห็นความหวังเช่นเมื่อก่อนอีก

เขาเคยซุกซ่อนความเจ็บปวดที่ต้องสะกดกลั้นเหล่านั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง ใต้หล้านี้ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีไปกว่านาง ยิ่งรู้สึกเหมือนเกิดขึ้นกับตนเอง

ด้วยเหตุนี้ในที่สุดแม้จะยังคงสับสนงุนงงอยู่หลายส่วน นางยังคงถูกชายในดวงใจพาตัวออกมาและมาถึงที่นี่

ตามที่หลี่เหยียนเล่า เขาจะมาพบคนคนหนึ่งที่นี่ รอพบหน้าเสร็จแล้วเขาจะพานางไปจากฉางอัน ไปยังสถานที่ใหม่ ที่นั่นจะเป็นสถานที่เริ่มต้นอนาคตทั้งหมดของเขากับนาง

เว่ยอินเหนียงไม่เคยคิดมาก่อนว่าสุดท้ายแล้วสถานการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้

หลี่เหมิ่งหันมามองเว่ยอินเหนียงแวบหนึ่ง ลังเลอยู่ชั่วขณะ

“ไป! คำสั่งของข้า เจ้ากล้าไม่ปฏิบัติตามหรือ!” หลี่เหยียนฉีกชายเสื้อลวกๆ มาพันแผลที่ขาของตนแล้วตวาดเสียงเฉียบขาด

หลี่เหมิ่งนิ่งชะงักพลางกัดฟัน ที่สุดแล้วก็ยังคงปฏิบัติตามคำสั่ง หันหลังวิ่งไปแบกเว่ยอินเหนียงขึ้นมา หลบหลีกฝนหินเหนือศีรษะ พานางมาส่งยังข้างกายหลี่เหยียน

หลี่เหยียนดึงนางขึ้นมาบนหลังม้า ร่วมขี่ม้าไปด้วยกัน เปลี่ยนทิศทางไปตามพื้นที่ขรุขระเบื้องล่างหน้าผา

ม้าที่หลี่เหยียนขี่เป็นม้าแข็งแรงตัวหนึ่ง แบกทั้งเขาและหญิงสาวสองคนได้อย่างไม่มีผลกระทบอะไรมาก เส้นทางแม้จะยากลำบาก แต่โชคดีที่ในที่สุดก็สามารถสลัดกองทหารซึ่งไล่ตามมาข้างหลังออกไปได้และเข้าสู่หุบเขาเงียบสงบผืนหนึ่ง

“พระราชนัดดาระวังทางด้วย! มาทางนี้!”

หลี่เหยียนตามหลี่เหมิ่งที่นำทางอยู่ข้างหน้า หลบเลี่ยงหนองน้ำที่ปกคลุมไปด้วยหญ้านานาชนิด ขณะที่เขาเพิ่งได้พักหายใจ กระตุ้นม้าให้เดินผ่านต้นไทรต้นหนึ่งและเร่งความเร็วไปข้างหน้า ฉับพลันนั้นเองใต้ร่างก็รู้สึกหนักขึ้นมาเล็กน้อย ครั้นก้มหน้ามองลงไปจึงพบว่ากีบเท้าหลังข้างหนึ่งของม้าติดอยู่ในดิน

บริเวณนี้เป็นพื้นที่รกร้างเต็มไปด้วยหินก้อนเล็กๆ ที่ดูธรรมดาผืนหนึ่ง

พอเขาตระหนักถึงความผิดปกติ คิดจะกระตุ้นม้าให้รีบหนีก็สายเกินไปแล้ว พื้นดินที่อยู่ห่างจากต้นไทรไม่กี่ฉื่อเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย กีบเท้าม้าจมลงไปอีก

ม้าของเขาเริ่มดิ้นรน พยายามจะยืนให้มั่น ทว่ายิ่งทำเช่นนั้นก็ยิ่งจมลงไปเร็วขึ้น

เพียงชั่วไม่กี่ลมหายใจของเขา ขาหลังทั้งสองข้างของม้าก็จมลงไปถึงข้อขาแล้ว

เว่ยอินเหนียงที่นั่งอยู่ด้านหน้าไม่อาจรักษาสมดุลไว้ได้ ร้องอุทานออกมาคำหนึ่ง คนก็ร่วงลงไปจากหลังม้า เท้าและเข่าก็จมลงไปทันที

หลี่เหมิ่งและผู้ติดตามอีกหลายคนตกใจจนหน้าถอดสี รีบมาที่ใต้ต้นไทร หลายคนลองก้าวเท้าขยับเข้ามาช้าๆ

“พระราชนัดดา อย่าขยับตัวส่งเดช!” หลี่เหมิ่งถอดเสื้อตัวนอกออก จับปลายข้างหนึ่งไว้แล้วโยนปลายอีกข้างให้หลี่เหยียน “รีบจับไว้! ฉวยโอกาสที่ยังไม่ได้จมลงไป พวกเราจะดึงท่านออกมา!”

หลี่เหยียนยังนั่งอยู่บนหลังม้า เพียงแต่สองเท้าจมอยู่ในโคลน เขามือหนึ่งคว้าเสื้อที่โยนมาให้ตนไว้แน่น จากนั้นมืออีกข้างก็ยื่นไปหาเว่ยอินเหนียงที่ตกจากม้า คิดจะดึงนางขึ้นมาพาออกไปด้วยกัน

“ไม่ทันแล้ว! พวกเขาไล่ตามมาแล้ว! สองคนหนักเกินไป ดึงไม่ขึ้น!”

หลี่เหยียนคว้ามือเว่ยอินเหนียงได้แล้ว ครั้นลองดึงดูก็พบว่าไม่อาจพานางออกมาได้จริงๆ การออกแรงเช่นนี้ไม่เพียงไม่มีประโยชน์ กลับทำให้ตนเองพลอยจมตามม้าลงไปหลายส่วน

“พระราชนัดดาโปรดนึกถึงตนเอง ใคร่ครวญเพื่องานใหญ่!” หลี่เหมิ่งตะโกนขึ้น

หลี่เหยียนขอบตาแดงขึ้นมาทันที เขาหันหน้าไปมองเว่ยอินเหนียง

“พระราชนัดดาไม่ต้องสนใจข้าแล้ว”

ร่างของเว่ยอินเหนียงตั้งแต่ต้นขาลงไปจมอยู่ในบ่อโคลน นางมองสองตาของหลี่เหยียนที่มองตน ยามเอ่ยคำพูดประโยคนี้น้ำเสียงสงบนิ่ง กระทั่งมุมปากยังมีรอยยิ้มจางๆ

“ท่านไปคนเดียวเถิด” พูดจบนางก็ดึงมือของตนออกจากมือของชายหนุ่ม

จากนั้นหลี่เหยียนก็ถูกหลายคนบนฝั่งออกแรงดึงขึ้นไป สุดท้ายก็เหลือเพียงรองเท้าหุ้มแข้งสองข้างปักอยู่กลางบ่อโคลน

หลี่เหยียนถูกคนพยุงจนแทบจะอุ้มไป เดินโซซัดโซเซไปข้างหน้า ในที่สุดก็ขึ้นไปบนหลังม้าอีกตัวหนึ่ง

“อินเหนียง…ขออภัยด้วย…ข้าจะแก้แค้นให้เจ้า…”

เขาขยับลำคอ ทว่าศีรษะเพิ่งจะหันกลับมาได้เพียงครึ่งเดียวก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นไว้ ไม่อาจขยับต่อได้อีก สุดท้ายเขาก็ค่อยๆ ก้มหน้าลง เอ่ยเสียงสั่นเครือแทบจะเป็นสะอื้น ตอนกล่าวคำพูดนี้ออกมา ชั่วขณะนั้นดวงตาของเขาคล้ายมีโลหิตหยาดหยด แต่ก็ถูกหลี่เหมิ่งและคนอื่นๆ เร่งเร้าและพาออกเดินทางไปข้างหน้าต่อ ท่าทางราวกับเป็นหุ่นไม้ไร้ชีวิตร่างหนึ่ง

ที่ด้านหลังของเขา เว่ยอินเหนียงหลับตาลงนานแล้ว

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

community.jamsai.com