ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124
ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนชีวิตของนางจะสิ้นสุดลง น่าประหลาดยิ่งนักที่นางไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ห้วงสมองมีภาพคนในครอบครัววาบผ่าน มีภาพสิ่งละอันพันละน้อยที่เคยเกิดขึ้นในกองสังคีตและหอคณิกา สุดท้ายก็ไม่รู้เพราะเหตุใด เบื้องหน้าพลันมีภาพของเด็กหญิงตัวน้อยที่ชอบเดินตามหลังนางกับหลี่เหยียนในอดีตผู้นั้นปรากฏขึ้น
‘…ในใจของข้ายังหวังว่าสักวันหนึ่งท่านจะพาข้าไปกินขนมแป้งย่างโรยงาอีก ขนมที่เพิ่งออกจากเตาใหม่ๆ และท่านก็กำชับเหนียงจื่อให้นางโรยงาให้ข้ามากหน่อย…’
ข้างหูเว่ยอินเหนียงคล้ายมีคำพูดประโยคนี้ของสตรีผู้นั้นดังขึ้น ขอบตานางร้อนผ่าวอย่างควบคุมไม่อยู่ น้ำตาไหลรินออกมา
ทันใดนั้นในเวลานี้เองเชือกเส้นหนึ่งก็ลอยมาในอากาศแล้วร่วงตกลงมาคล้องร่างช่วงบนของเว่ยอินเหนียงที่ยังโผล่พ้นผิวโคลนอยู่ จากนั้นนางก็รู้สึกว่าแขนและไหล่ตึงเพราะถูกรัดจนแน่น
นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ถึงกับเห็นเผยเซียวหยวนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
เขาหยุดอยู่ใต้ต้นไทรและโยนบ่วงบาศเส้นหนึ่งมา พยายามจะช่วยนาง
เว่ยอินเหนียงตะลึงงันไปแล้ว นางจะไม่รู้ได้อย่างไร เขาก็คือคนที่หลี่เหยียนเสี่ยงภัยมาพบหน้าในวันนี้ และหลี่เหยียนก็คือคนที่เขาต้องการจับตัว
ทว่าเวลานี้…
“คุณชายเผย ท่านไปทำเรื่องของท่านเถิด ไม่จำเป็นต้องสนใจข้า! นี่ไม่เกี่ยวกับท่าน!”
นางมีคุณธรรมความดีอะไรที่จะกล้ารับความช่วยเหลือเช่นนี้ พอตั้งสติได้ก็พยายามดิ้นรนจะให้หลุดจากบ่วงบาศ
เมื่อครู่หลังจากเผยเซียวหยวนบรรลุเป้าหมายแล้ว เขาไม่ได้หาทางกลับไปฝั่งเดิมอีก แต่เอาเชือกผูกกับเถาวัลย์หนาพุ่มหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ แล้วปล่อยเชือกลงไป จากนั้นก็เกาะไปตามเชือก กระโดดลงจากหน้าผาไปถึงก้นหุบเขาจากฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เฉินเซ่าและคนอื่นๆ ยังมาไม่ถึง เขาเป็นคนแรกที่ชิงเอาม้าซึ่งกำลังตื่นตระหนกอยู่ในความโกลาหลมาตัวหนึ่ง ข้ามผ่านคนที่นอนอยู่กับพื้นส่งเสียงร้องครวญครางเหล่านั้น ไล่ตามไปยังทิศทางที่หลี่เหยียนหนีไป กระทั่งมาเห็นภาพนี้
เขามุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย “เจ้าอย่าขยับตัวส่งเดช! ข้าจะดึงเจ้าขึ้นมา ถ้าให้องค์หญิงรู้ว่าข้าไม่ช่วยเจ้า นางจะต้องโกรธและตำหนิข้าแน่นอน!”
แพขนตาของเว่ยอินเหนียงสั่นไหวเล็กน้อย ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาว
นางไม่ดิ้นรนอีก ค่อยๆ ปล่อยแขนทั้งสองข้างลง ให้เผยเซียวหยวนดึงนางขึ้นจากโคลนทีละชุ่น ในที่สุดก็ลากขึ้นมาบนฝั่ง
ในเวลานี้เองเฉินเซ่าและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหลังก็เร่งตามมาถึง เผยเซียวหยวนสั่งคนให้ช่วยดูแลเว่ยอินเหนียง ส่วนตนเองพาคนออกไล่ตามหลี่เหยียนต่อไป ทว่าเวลานี้พลาดโอกาสดีไปแล้ว เมื่อทั้งกลุ่มตามร่องรอยการหลบหนีของหลี่เหยียนไปข้างหน้า ในที่สุดก็ออกจากหุบเขา ครั้นเลี้ยวมาถึงเส้นทางกว้างยาวหน้าเนินเขา เงาร่างขี่ม้าของหลี่เหยียนและคนที่เหลืออยู่ข้างกายไม่กี่คนนั้นก็อยู่ข้างหน้าไกลลิบแล้ว
จากนั้นเงาของคนเหล่านั้นก็ลงจากเนินเขา หายลับไปตรงเส้นขอบฟ้า
ลมพัดกระโชกแรง
“เผยเซียวหยวน! รอก่อนเถิด! ละครฉากใหญ่ที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้น!”
เสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของหลี่เหยียนดังแว่วมาตามสายลม ยังไม่ทันจบประโยคดีก็ถูกลมแรงพัดกระจาย หายลับไปในป่าเขากว้างสุดลูกหูลูกตา
เยี่ยซวี่อวี่เร่งรุดมาถึงและสั่งคนให้ส่งเว่ยอินเหนียงกลับไป
เผยเซียวหยวนหยุดอยู่ตามลำพังบนที่ราบสูง ยืนหันหน้าไปทางทิศเหนือ
ลมแรงพัดมา เสื้อคลุมที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตและเถ้าเขม่าของเขาปลิวไสว เงาด้านหลังของเขากลับสงบนิ่งไม่ขยับราวกับรูปปั้น
ชิงโถวทางหนึ่งเป่านกหวีดเรียกเหยี่ยวหัวขาวที่ยังคงบินฉวัดเฉวียนอยู่กลางอากาศ ทางหนึ่งก็เดินตามหลังเยี่ยซวี่อวี่ทุกฝีก้าวพลางทอดถอนใจ
“อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้น น่าเสียดายยิ่งนัก! ผลงานยิ่งใหญ่ต้องสูญสิ้นไป…”
“หยุดปาก!” เยี่ยซวี่อวี่ตวาดเบาๆ คำหนึ่ง
ชิงโถวมองเงาด้านหลังของผู้เป็นนายที่อยู่เบื้องหน้าแล้วปิดปากทันใด
เยี่ยซวี่อวี่เดินไปถึงด้านหลังชายหนุ่ม ยังไม่ทันเอ่ยปากก็เห็นเขาหมุนตัวมาช้าๆ แล้วกล่าวเสียงต่ำ “เป็นข้าที่ไร้ความสามารถ เคลื่อนพลมามากเพียงนี้ สุดท้ายกลับจับตัวหลี่เหยียนไม่ได้ องค์หญิงโปรดอภัย”
“ไม่เป็นไร” เยี่ยซวี่อวี่มองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจของเขา “ข้าพูดมาตั้งแต่แรกแล้ว ‘แผนอยู่ที่คนวาง สำเร็จหรือไม่อยู่ที่ฟ้า’ จะโทษท่านได้อย่างไร ท่านทำสุดความสามารถแล้ว ครั้งนี้ไม่สำเร็จก็ช่างเถิด ยังมีครั้งต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังช่วยชีวิตพี่สาวของข้าไว้ ข้าซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง”
เผยเซียวหยวนฟังแล้วเหยียดมุมปากออกเล็กน้อยคล้ายคิดจะยิ้มให้นาง แต่เขากลับไม่รู้ว่ารอยยิ้มนี้ฝาดฝืนเพียงใด เยี่ยซวี่อวี่เห็นแล้วในใจกลับนึกสงสาร
“ท่านก็เหน็ดเหนื่อยแล้ว กลับกันเถิด” นางกล่าวเสียงนุ่มนวล
เขากลับนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าอยากอยู่คนเดียวอีกสักพัก องค์หญิงกลับไปก่อนเถิด” พูดจบแล้วเขาก็คล้ายตระหนักว่าตอบเช่นนี้ออกจะไม่เหมาะสมจึงรีบเปลี่ยนคำพูด ยิ้มน้อยๆ บอก “ก็ดี! ข้าจะส่งท่านกลับไปก่อน เมื่อคืนท่านไม่ได้นอน น่าจะเหนื่อยยิ่งแล้วกระมัง”
สายตาของเยี่ยซวี่อวี่จับนิ่งที่ใบหน้าเขาครู่หนึ่ง “ข้าไม่เหนื่อย ข้าพลันนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีธุระอื่นอีกเล็กน้อย ไม่สู้ข้าไปก่อน ท่านตามสบาย รอท่านเสร็จธุระแล้วค่อยกลับไปก็แล้วกัน ข้าจะรอท่านที่จุดพักม้า นานเพียงใดก็ไม่เป็นไร”
เยี่ยซวี่อวี่กล่าวจบก็ยิ้มน้อยๆ ให้เขา จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป
Comments



