ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนชีวิตของนางจะสิ้นสุดลง น่าประหลาดยิ่งนักที่นางไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ห้วงสมองมีภาพคนในครอบครัววาบผ่าน มีภาพสิ่งละอันพันละน้อยที่เคยเกิดขึ้นในกองสังคีตและหอคณิกา สุดท้ายก็ไม่รู้เพราะเหตุใด เบื้องหน้าพลันมีภาพของเด็กหญิงตัวน้อยที่ชอบเดินตามหลังนางกับหลี่เหยียนในอดีตผู้นั้นปรากฏขึ้น

‘…ในใจของข้ายังหวังว่าสักวันหนึ่งท่านจะพาข้าไปกินขนมแป้งย่างโรยงาอีก ขนมที่เพิ่งออกจากเตาใหม่ๆ และท่านก็กำชับเหนียงจื่อให้นางโรยงาให้ข้ามากหน่อย…’

ข้างหูเว่ยอินเหนียงคล้ายมีคำพูดประโยคนี้ของสตรีผู้นั้นดังขึ้น ขอบตานางร้อนผ่าวอย่างควบคุมไม่อยู่ น้ำตาไหลรินออกมา

ทันใดนั้นในเวลานี้เองเชือกเส้นหนึ่งก็ลอยมาในอากาศแล้วร่วงตกลงมาคล้องร่างช่วงบนของเว่ยอินเหนียงที่ยังโผล่พ้นผิวโคลนอยู่ จากนั้นนางก็รู้สึกว่าแขนและไหล่ตึงเพราะถูกรัดจนแน่น

นางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ถึงกับเห็นเผยเซียวหยวนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

เขาหยุดอยู่ใต้ต้นไทรและโยนบ่วงบาศเส้นหนึ่งมา พยายามจะช่วยนาง

เว่ยอินเหนียงตะลึงงันไปแล้ว นางจะไม่รู้ได้อย่างไร เขาก็คือคนที่หลี่เหยียนเสี่ยงภัยมาพบหน้าในวันนี้ และหลี่เหยียนก็คือคนที่เขาต้องการจับตัว

ทว่าเวลานี้…

“คุณชายเผย ท่านไปทำเรื่องของท่านเถิด ไม่จำเป็นต้องสนใจข้า! นี่ไม่เกี่ยวกับท่าน!”

นางมีคุณธรรมความดีอะไรที่จะกล้ารับความช่วยเหลือเช่นนี้ พอตั้งสติได้ก็พยายามดิ้นรนจะให้หลุดจากบ่วงบาศ

เมื่อครู่หลังจากเผยเซียวหยวนบรรลุเป้าหมายแล้ว เขาไม่ได้หาทางกลับไปฝั่งเดิมอีก แต่เอาเชือกผูกกับเถาวัลย์หนาพุ่มหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ แล้วปล่อยเชือกลงไป จากนั้นก็เกาะไปตามเชือก กระโดดลงจากหน้าผาไปถึงก้นหุบเขาจากฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว

ขณะที่เฉินเซ่าและคนอื่นๆ ยังมาไม่ถึง เขาเป็นคนแรกที่ชิงเอาม้าซึ่งกำลังตื่นตระหนกอยู่ในความโกลาหลมาตัวหนึ่ง ข้ามผ่านคนที่นอนอยู่กับพื้นส่งเสียงร้องครวญครางเหล่านั้น ไล่ตามไปยังทิศทางที่หลี่เหยียนหนีไป กระทั่งมาเห็นภาพนี้

เขามุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย “เจ้าอย่าขยับตัวส่งเดช! ข้าจะดึงเจ้าขึ้นมา ถ้าให้องค์หญิงรู้ว่าข้าไม่ช่วยเจ้า นางจะต้องโกรธและตำหนิข้าแน่นอน!”

แพขนตาของเว่ยอินเหนียงสั่นไหวเล็กน้อย ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาว

นางไม่ดิ้นรนอีก ค่อยๆ ปล่อยแขนทั้งสองข้างลง ให้เผยเซียวหยวนดึงนางขึ้นจากโคลนทีละชุ่น ในที่สุดก็ลากขึ้นมาบนฝั่ง

ในเวลานี้เองเฉินเซ่าและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหลังก็เร่งตามมาถึง เผยเซียวหยวนสั่งคนให้ช่วยดูแลเว่ยอินเหนียง ส่วนตนเองพาคนออกไล่ตามหลี่เหยียนต่อไป ทว่าเวลานี้พลาดโอกาสดีไปแล้ว เมื่อทั้งกลุ่มตามร่องรอยการหลบหนีของหลี่เหยียนไปข้างหน้า ในที่สุดก็ออกจากหุบเขา ครั้นเลี้ยวมาถึงเส้นทางกว้างยาวหน้าเนินเขา เงาร่างขี่ม้าของหลี่เหยียนและคนที่เหลืออยู่ข้างกายไม่กี่คนนั้นก็อยู่ข้างหน้าไกลลิบแล้ว

จากนั้นเงาของคนเหล่านั้นก็ลงจากเนินเขา หายลับไปตรงเส้นขอบฟ้า

 

ลมพัดกระโชกแรง

“เผยเซียวหยวน! รอก่อนเถิด! ละครฉากใหญ่ที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้น!”

เสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นของหลี่เหยียนดังแว่วมาตามสายลม ยังไม่ทันจบประโยคดีก็ถูกลมแรงพัดกระจาย หายลับไปในป่าเขากว้างสุดลูกหูลูกตา

เยี่ยซวี่อวี่เร่งรุดมาถึงและสั่งคนให้ส่งเว่ยอินเหนียงกลับไป

เผยเซียวหยวนหยุดอยู่ตามลำพังบนที่ราบสูง ยืนหันหน้าไปทางทิศเหนือ

ลมแรงพัดมา เสื้อคลุมที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตและเถ้าเขม่าของเขาปลิวไสว เงาด้านหลังของเขากลับสงบนิ่งไม่ขยับราวกับรูปปั้น

ชิงโถวทางหนึ่งเป่านกหวีดเรียกเหยี่ยวหัวขาวที่ยังคงบินฉวัดเฉวียนอยู่กลางอากาศ ทางหนึ่งก็เดินตามหลังเยี่ยซวี่อวี่ทุกฝีก้าวพลางทอดถอนใจ

“อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้น น่าเสียดายยิ่งนัก! ผลงานยิ่งใหญ่ต้องสูญสิ้นไป…”

“หยุดปาก!” เยี่ยซวี่อวี่ตวาดเบาๆ คำหนึ่ง

ชิงโถวมองเงาด้านหลังของผู้เป็นนายที่อยู่เบื้องหน้าแล้วปิดปากทันใด

เยี่ยซวี่อวี่เดินไปถึงด้านหลังชายหนุ่ม ยังไม่ทันเอ่ยปากก็เห็นเขาหมุนตัวมาช้าๆ แล้วกล่าวเสียงต่ำ “เป็นข้าที่ไร้ความสามารถ เคลื่อนพลมามากเพียงนี้ สุดท้ายกลับจับตัวหลี่เหยียนไม่ได้ องค์หญิงโปรดอภัย”

“ไม่เป็นไร” เยี่ยซวี่อวี่มองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจของเขา “ข้าพูดมาตั้งแต่แรกแล้ว ‘แผนอยู่ที่คนวาง สำเร็จหรือไม่อยู่ที่ฟ้า’ จะโทษท่านได้อย่างไร ท่านทำสุดความสามารถแล้ว ครั้งนี้ไม่สำเร็จก็ช่างเถิด ยังมีครั้งต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังช่วยชีวิตพี่สาวของข้าไว้ ข้าซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง”

เผยเซียวหยวนฟังแล้วเหยียดมุมปากออกเล็กน้อยคล้ายคิดจะยิ้มให้นาง แต่เขากลับไม่รู้ว่ารอยยิ้มนี้ฝาดฝืนเพียงใด เยี่ยซวี่อวี่เห็นแล้วในใจกลับนึกสงสาร

“ท่านก็เหน็ดเหนื่อยแล้ว กลับกันเถิด” นางกล่าวเสียงนุ่มนวล

เขากลับนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าอยากอยู่คนเดียวอีกสักพัก องค์หญิงกลับไปก่อนเถิด” พูดจบแล้วเขาก็คล้ายตระหนักว่าตอบเช่นนี้ออกจะไม่เหมาะสมจึงรีบเปลี่ยนคำพูด ยิ้มน้อยๆ บอก “ก็ดี! ข้าจะส่งท่านกลับไปก่อน เมื่อคืนท่านไม่ได้นอน น่าจะเหนื่อยยิ่งแล้วกระมัง”

สายตาของเยี่ยซวี่อวี่จับนิ่งที่ใบหน้าเขาครู่หนึ่ง “ข้าไม่เหนื่อย ข้าพลันนึกขึ้นมาได้ว่ายังมีธุระอื่นอีกเล็กน้อย ไม่สู้ข้าไปก่อน ท่านตามสบาย รอท่านเสร็จธุระแล้วค่อยกลับไปก็แล้วกัน ข้าจะรอท่านที่จุดพักม้า นานเพียงใดก็ไม่เป็นไร”

เยี่ยซวี่อวี่กล่าวจบก็ยิ้มน้อยๆ ให้เขา จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77

บทที่ 76 นอกจากรู้สึกว่าจิตใจของเจียงซิ่วรุ่นคับแคบเกินไป เฟิ่งหลีอู๋ยังรู้สึกอีกว่าออกจะเจ็บปวดใจอยู่บ้าง นางเป็นตัวประ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

บทที่ 78 รัชทายาททำเช่นนี้เจียงซิ่วรุ่นเห็นแล้วโมโหจริงๆ แต่เวลานี้นางรู้สึกแต่เพียงว่าชีวิตของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

บทที่ 146 เยี่ยซวี่อวี่เดินอยู่ข้างหน้า เผยเซียวหยวนเดินตามนางห่างกันราวสิบยี่สิบก้าว หยางไจ้เอินนำขันทีน้อยฝ่ายในและนาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

community.jamsai.com