ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 3 – หน้า 5 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ภวังค์รักในเรือนแสนหวาน บทที่ 3

หลังจากไล่ตามฉุนเจี๋ยทั้งล้อมดักและวิ่งสกัดไปทั่วสำนักแล้วยังคงไร้ผล จงรั่วฉิงจึงได้แต่พักเรื่องนี้ไว้ชั่วคราว ย้ายความสนใจไปยังเรื่องอื่น เมื่อคิดทบทวนอีกครา ในเมื่อเจ้าของเรือนแห่งนั้นขานชื่อฉุนเจี๋ยเป็นพิเศษ ดังนั้นเกี่ยวกับเรื่องของฉุนเจี๋ยเขาก็น่าจะรู้มาบ้างใช่หรือไม่

ในหัวของนางปรากฏภาพสีหน้าของศิษย์พี่ทั้งหลายที่เห็นชัดว่าจงใจพูดเฉไฉอย่างชัดเจน จงรั่วฉิงยิ่งคิดยิ่งรู้สึกมีเงื่อนงำ ความสงสัยในใจราวกับมีกรงเล็บงอกออกมาก็ไม่ปาน ข่วนไปข่วนมาในใจไม่หยุดหย่อน ก่อกวนจนคนมิอาจอยู่อย่างสงบ

ด้วยเหตุนี้นางที่อยู่ว่างเป็นทุนเดิม เมื่อสบโอกาสจึงอดไปเดินเตร่ที่เรือนทักษิณหนึ่งรอบไม่ได้ หวังว่าจะสืบเบาะแสร่องรอยเล็กๆ น้อยๆ ได้

อันว่าสวรรค์เมตตาผู้มุมานะพากเพียร

อยู่มาวันหนึ่งประตูใหญ่ที่ยามปกติปิดสนิทกระทั่งแมลงวันก็บินเข้าไปไม่ได้กลับแง้มเปิดเป็นช่องหนึ่ง

จงรั่วฉิงดวงตาวาววับ ขยับตัวไปที่ประตูด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ ชะเง้อหน้าเข้าไปในช่องนั้นครึ่งหนึ่ง มองเข้าไปด้านใน

ภายในปลูกต้นสนต้นไผ่ไว้เต็มลาน เป็นช่วงกลางฤดูร้อน ต้นไม้เขียวชอุ่มงอกงาม ยามลมพัดผ่านบังเกิดเสียงแซ่กซ่าดังทั่วเรือน ภาพทิวทัศน์นี้เสมือนดั่งที่พำนักเร้นกายของผู้สูงส่งละทางโลกแห่งหนึ่ง

ทว่าพอนึกถึงป้ายเปี่ยมไอสังหารที่ตั้งอยู่นอกประตู จงรั่วฉิงก็รู้สึกว่า ‘ผู้สูงส่งละทางโลก’ ผู้นี้เห็นทีจะมิได้ละกิเลสหลุดพ้นถึงเพียงนั้น…

สองตากำลังกวาดมองไปในลาน ทันใดนั้นก็มีเสียงเย็นสายหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง…

“ใคร”

เพียงคำเดียวที่แผ่วเบายิ่ง ทว่ากลับแฝงกลิ่นอายเย็นยะเยือกที่สามารถแช่แข็งคนให้ตายได้ จงรั่วฉิงสะท้านเฮือก รีบหมุนตัวกลับมา

เบื้องหน้ามีเงาร่างบุรุษเพิ่มมาตั้งแต่เมื่อใดก็สุดจะรู้ มือของเขาถือไม้เท้าไม้ไผ่ ยืนตัวตรงตระหง่าน ชุดคลุมยาวสีขาวงาช้างห่อหุ้มร่างสูงโปร่งทว่าค่อนข้างแบบบางเอาไว้ เมื่อลมโชยมาก็พัดชายชุดคลุมและปลายผมของเขาให้ปลิวขึ้นเล็กน้อย ทั้งร่างของเขาที่มองเห็นแวบแรกนั้นน่าตื่นตะลึงจนมิคล้ายเป็นผู้คนบนโลกมนุษย์

ต่อให้ ณ ขณะนี้สองตาของเขายังถูกปิดด้วยผ้าโปร่งสีขาว บดบังใบหน้าไปเกินครึ่ง แต่เพียงมองใต้คางที่มีเส้นสายอันงดงามและผิวพรรณขาวบริสุทธิ์นั้น ก็พอให้บอกได้ว่าใต้ผ้าโปร่งสีขาวผืนนี้ต้องเป็นใบหน้าหล่อเหลาหาใดเปรียบเป็นแน่แท้

จงรั่วฉิงตะลึงจังงัง ลืมว่าต้องตอบคำ

ฝ่ายตรงข้ามรออยู่พักหนึ่งก็ไม่ได้รับคำตอบจึงถามซ้ำอีก “เป็นผู้ใดกัน”

เมื่อเขาเอ่ยปากอีกครา สุ้มเสียงก็หนักและเย็นชากว่าก่อนหน้านี้อยู่บ้าง พาให้จงรั่วฉิงคิดเชื่อมโยงไปถึงต้นสนโดดเดี่ยวที่ยืนต้นตระหง่านกลางหิมะขาวโพลนริมหน้าผาในแดนเหนือเมื่อครั้งที่ตนเองตามบิดาออกไปท่องเที่ยวสมัยเด็กขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

นางดึงสติกลับมา อ้างเหตุผลเรื่อยเปื่อยว่า “ข้า…ข้าหลงทาง”

ชายหนุ่มเงยคางขึ้นนิดหนึ่ง แล้วหันไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียงนาง การเคลื่อนไหวง่ายๆ นี้ยังคงแผ่กลิ่นอายสูงส่งโดดเดี่ยวออกมาเล็กน้อย ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นเส้นโค้งคล้ายมีคล้ายไม่มี แสดงออกถึงการเยาะหยันและเย็นชาจางๆ สีปากของเขาซีดมาก ซีดจนแทบรวมเป็นหนึ่งกับผิวหน้าขาวซีดและผ้าโปร่งสีขาวที่ปิดหน้าเขาอยู่

สิ่งนี้บ่งบอกว่าร่างกายเขาอ่อนแอสุดขีด ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง กระทั่งป่วยหนักจนหมดทางเยียวยา

จงรั่วฉิงลอบเสียดายในใจอย่างอดไม่ได้ คนงามเคราะห์ร้าย จนใจที่ตาบอดทั้งยังร่างกายอ่อนแอ

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

everY

ทดลองอ่าน Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 บทที่ 1.1-1.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง Surviving in a Broken World ดับเครื่องชนผจญวันแห่งหายนะ เล่ม 1 ผู้เขียน : matgam แปลโดย : ทรรศิกา จางวิบ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 115-116

บทที่ 115 เฟิ่งหลีอู๋เดิมคิดอยู่ว่าเจียงซิ่วรุ่นจะต้องกังวล หรืออาจจะร้องขอความเมตตาจากเขาอย่างโจรใจหวาดเป็นแน่ ใครจะคิด...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 117-118

บทที่ 117 เฟิ่งหลีอู๋ได้ยินคำพูดขององครักษ์แล้วก็ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เพียงกระตุ้นม้าตามไปอย่างบ้าคลั่ง รอจนเร่งรุดไป...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 119-121

บทที่ 119 ไม่เห็นก็ยังดี แต่เมื่อมาถึงฮั่นหยางแล้วเห็นสภาพที่เจียงซิ่วรุ่นนั่งขัดสมาธิบนเนินเขากินขนมเปี๊ยะไส้เนื้อกับผั...

community.jamsai.com