ทดลองอ่าน ลูบคมองครักษ์สวมรอย บทที่ 105 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ลูบคมองครักษ์สวมรอย บทที่ 105

องครักษ์เสื้อแพรที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าประตูวังได้ยินขันทีมาแจ้งข่าวแล้วตกใจไม่เบา เร่งรุดไปจวนสกุลลู่ตลอดทาง เขาเคาะประตูห้องของลู่เหิงกลางดึก ลู่เหิงได้ยินว่ามีคนจะลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ สีหน้าเปลี่ยนไปทันใด คว้าดาบออกจากห้องไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

เขาเร่งเข้าวังอย่างเร็วที่สุด ยามนี้พระราชฐานชั้นในมืดสนิท บรรยากาศเต็มไปด้วยความปั่นป่วนไม่สงบ ลู่เหิงก้าวฉับๆ เข้าไปในวังอี้คุน วังอี้คุนมีคนยืนอยู่เนืองแน่นไปหมด ลู่เหิงกวาดตามองคร่าวๆ เห็นคนของฟางฮองเฮาจำนวนมาก

จากคำบอกเล่าของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ นางกำนัลหยางจินอิงและนางกำนัลคนอื่นๆ อีกสิบห้าคนหมายจะปลงพระชนม์ฝ่าบาท ตอนลงมือเนื่องจากผูกเชือกเป็นเงื่อนตายจึงกระทำการไม่สำเร็จ ผู้สมรู้ร่วมคิดจางจินเหลียนเห็นการลอบสังหารล้มเหลวจึงวิ่งไปหาฟางฮองเฮาเพื่อแจ้งเรื่อง ฟางฮองเฮารุดมาวังอี้คุนด้วยความตระหนก ช่วยชีวิตฮ่องเต้ที่หายใจแผ่วเบาเอาไว้ได้

ลู่เหิงก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในตำหนักมีคนยืนอยู่มากมาย วุ่นวายโกลาหล เชือกบนคอของฮ่องเต้ถูกแก้ออกมาแล้ว ยามนี้ฮ่องเต้นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ฟางฮองเฮายืนหลั่งน้ำตาอยู่ด้านข้าง ทุกคนเห็นลู่เหิงเข้ามาต่างเปิดทางให้เขาโดยไม่ต้องให้บอก “ใต้เท้าลู่”

ลู่เหิงมิได้สนใจฟางฮองเฮา จางจั่ว และคนอื่นๆ เพียงรีบก้าวยาวๆ ไปยังเตียงบรรทม เขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนแท่นวางเท้า พิจารณาสีหน้าของฮ่องเต้โดยละเอียด จากนั้นก็จับชีพจรของฮ่องเต้ เคราะห์ดีนางกำนัลเหล่านั้นกระทำการไม่สำเร็จ ฮ่องเต้ยังมีชีวิตอยู่

หลังจากนั้นลู่เหิงถึงได้มีแก่ใจไปตรวจสอบร่องรอยอื่นๆ รอยรัดบนคอของฮ่องเต้เป็นสีแดง นี่เป็นรอยใหม่ บนร่างกายมีแผลถูกแทง บาดแผลเล็กตื้นสะเปะสะปะไร้ระเบียบแบบแผน น่าจะถูกของจำพวกปิ่นปักผมแทง สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของนางกำนัล บนมือและไหล่ล้วนมีรอยนิ้วมือ ดูจากขนาดและความเข้มจางเป็นของคนละคนกัน สอดคล้องกับที่บอกว่าหลายคนร่วมกันก่อคดี

จากเบาะแสในตอนนี้เป็นคดีที่นางกำนัลหลายคนขวัญกล้าเทียมฟ้าร่วมกันปลงพระชนม์ล่วงเกินเบื้องสูงจริงๆ หาใช่ฮองเฮา จางจั่ว และคนอื่นๆ ยกนางกำนัลมาเป็นข้ออ้างก่อความวุ่นวาย

ลู่เหิงลอบระบายลมหายใจเงียบๆ ฟางฮองเฮารุดมาถึงเป็นคนแรก สถานการณ์ในตอนนั้นมีเพียงฟางฮองเฮาเท่านั้นที่รู้ แต่ก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่โจรร้องให้จับโจร* แต่ฟางฮองเฮาไม่มีพระโอรส หากฮ่องเต้สวรรคตฟางฮองเฮาย่อมไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ ลู่เหิงคิดหาสาเหตุที่อีกฝ่ายทำเช่นนี้ไม่ออก จึงตัดฟางฮองเฮาออกจากการเป็นผู้ต้องสงสัยชั่วคราว

ลู่เหิงลุกขึ้นจากข้างเตียง ถามว่า “หมอหลวงเล่า”

จางจั่วตอบ “ฮองเฮาทรงตามหมอหลวงแล้ว ตอนนี้กำลังรุดมาวังอี้คุนขอรับ”

ลู่เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ฟางฮองเฮารุดมาถึงสถานที่เกิดเหตุเป็นคนแรก หนึ่งชั่วยามให้หลังลู่เหิงจึงมาถึง หลังจากช่วยเหลือฮ่องเต้ไว้ได้ ฟางฮองเฮากลับไม่รีบตามหมอหลวงมาตรวจดูอาการของฮ่องเต้ ในช่วงเวลาหนึ่งชั่วยามนี้นางมัวทำอะไรอยู่

ลู่เหิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าปกติ “คนร้ายที่ปองร้ายฝ่าบาทเล่า”

ฟางฮองเฮาวิ่งออกมาจากวังคุนหนิงกลางดึก ยังไม่ทันได้ผัดแป้งเขียนคิ้ว เส้นผมเพียงเกล้ามวยอย่างง่ายๆ ใบหน้ามีริ้วรอยและบวมเล็กน้อย สภาพไม่น่าดูนัก นางบิดผ้าเช็ดหน้าตอบว่า “ถูกข้าคุมตัวเอาไว้แล้ว”

ลู่เหิงผงกศีรษะ “คืนนี้เคราะห์ดีที่ได้ฮองเฮาทรงช่วยชีวิตฝ่าบาทไว้ การคุ้มกันฝ่าบาทเป็นหน้าที่ขององครักษ์เสื้อแพร มิกล้ารบกวนฮองเฮา คนร้ายพวกนั้นอยู่ที่ใด”

ฟางฮองเฮากำผ้าเช็ดหน้าแน่น กดปลายนิ้วมือพลางพูด “บ่าวไพร่ชั้นต่ำพวกนี้ตายไปไม่น่าเสียดาย ถูกข้าลงโทษประหารชีวิตแล้ว”

ลู่เหิงหรี่ตาลงเล็กน้อยแทบสังเกตไม่เห็น สีหน้าลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม นางกำนัลเหล่านั้นตายหมดแล้ว?

เหตุใดฟางฮองเฮาจึงรีบร้อนลงโทษคนร้ายถึงเพียงนี้

ลู่เหิงไม่ได้ถามต่อ สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้รักษาความปลอดภัยด้วยท่าทีสงบ ถือโอกาสนี้ควบคุมวังอี้คุนไว้ด้วย เบียดฟางฮองเฮาออกไปอย่างแนบเนียน เปลี่ยนคนข้างกายของฮ่องเต้ให้เป็นองครักษ์เสื้อแพรทั้งหมด ไม่นานองครักษ์เสื้อแพรก็พาหมอหลวงรุดมาถึง หมอหลวงเห็นสถานการณ์เช่นนี้แล้วตกใจไม่เบาทีเดียว เขาฝืนตั้งสติจับชีพจรให้ฮ่องเต้ จากนั้นก็ตรวจดูบาดแผลบนคอ

ลู่เหิงยืนอยู่ด้านข้างตลอดเวลาเห็นดังนั้นก็ถามว่า “หมอหลวง พระอาการของฝ่าบาททรงเป็นอย่างไรบ้าง”

“สวรรค์คุ้มครอง พระวรกายไม่เป็นอะไรมาก” หมอหลวงลุกขึ้นเอ่ยอย่างระมัดระวัง “แต่ฝ่าบาทตกพระทัยมากเกินไปจนหมดสติ รายละเอียดเป็นอย่างไรยังคงต้องรอให้ฝ่าบาททรงฟื้นขึ้นมาก่อนค่อยตรวจชีพจรอีกครั้ง”

ลู่เหิงวางใจ ฮ่องเต้ไม่ได้ถูกพิษก็ดีแล้ว แค่สลบไสลไม่เป็นไร เขาจะเฝ้าอยู่ตรงนี้ด้วยตนเอง ดูซิว่าผู้ใดยังจะก่อเรื่องได้อีก

 

ท้องฟ้าสว่าง ประตูเมืองเพิ่งจะเปิดออก ข่าวอันน่าตกใจข่าวหนึ่งก็แพร่สะพัดไปทั่วจวนขุนนางใหญ่ต่างๆ ซย่าเหวินจิ่นทราบข่าวแล้วตกใจจนทำถ้วยชาในมือตกลงบนพื้น “อะไรนะ! ฝ่าบาททรงถูกคนในวังลอบปลงพระชนม์?”

“ขอรับ” ผู้มารายงานสีหน้าตื่นตระหนกเช่นกัน “เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนครึ่งคืนแรกของเมื่อคืน ครึ่งคืนหลังประตูวังปิดสนิทห้ามเข้าออก เรื่องราวต่อจากนั้นจึงถ่ายทอดออกมาไม่ได้ขอรับ”

ซย่าเหวินจิ่นนิ่งงันเป็นไก่ไม้* ตะลึงอยู่พักใหญ่กว่าจะได้สติ รีบถาม “ตอนนี้ใครเฝ้าอยู่เบื้องพระพักตร์ฝ่าบาท”

“องครักษ์เสื้อแพรขอรับ” ผู้มารายงานตอบ “เมื่อคืนหลังจากเกิดเรื่อง ฟางฮองเฮารุดมาเป็นคนแรก หลังจากนั้นรองผู้บัญชาการสูงสุดลู่ก็นำกำลังเข้าวัง ตอนนี้ช่องทางเข้าออกวังอี้คุนทั้งหมดอยู่ในความดูแลขององครักษ์เสื้อแพร เรื่องอื่นๆ ข้าน้อยไม่ทราบแล้วขอรับ”

ซย่าเหวินจิ่นเปลี่ยนเสื้อผ้าและเข้าวังอย่างรีบเร่ง ระหว่างทางเจอขุนนางที่รีบร้อนออกจากจวนมาเช่นเดียวกับเขา ขุนนางในสภาขุนนางและหกกรมต่างมารวมตัวกันในวัง กดดันอยู่หลายหนก็ยังไม่ได้พบฮ่องเต้

องครักษ์เสื้อแพรไม่ฟังเหตุผลใดทั้งนั้น บารมีของราชเลขาธิการอย่างซย่าเหวินจิ่นยามนี้ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง เขาได้แต่เฝ้ารออยู่ในวังโดยมิอาจทำอะไร เงาของนาฬิกาแดดเปลี่ยนจากสั้นเป็นยาว ขณะที่ซย่าเหวินจิ่นกำลังจะทนความหิวกระหายไม่ไหวนั้นเอง ในที่สุดขันทีก็ออกมาและนำรับสั่งออกมาด้วย “ฝ่าบาททรงฟื้นแล้ว เชิญใต้เท้าราชเลขาธิการตามผู้น้อยมาเถิด”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 170-171

    By

    บทที่ 170 ‘เช่นนั้นหลังจากนี้ทุกวันที่สิบห้าข้าจะปกป้องท่านเอง’ เผยไหวกวงคิดว่าการได้ยินของตนเองคงจะมีปัญหา เขามองเสิ่นหุยที่อยู่ตรงหน้าแล้ว...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

    By

    บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเงียบๆ หลายกาในลานด้าน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

community.jamsai.com