ทดลองอ่าน ลูบคมองครักษ์สวมรอย บทที่ 109 – หน้า 2 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ลูบคมองครักษ์สวมรอย บทที่ 109

หยางจินอิง จางจินเหลียน และนางกำนัลที่เหลืออีกสิบหกคนล้วนอยู่ผลัดเดียวกัน ด้วยเหตุนี้จึงสามารถรวมตัวกันได้ หวังเหยียนชิงไปตรวจสอบที่ฝ่ายงานนางกำนัลในวังโดยมีจ้าวกงกงไปเป็นเพื่อน

ที่พักของหยางจินอิงถูกปิดไว้แล้ว ภายในรกเละเทะเพราะถูกรื้อค้นหลายครั้ง หวังเหยียนชิงเห็นภาพนี้แล้วในใจไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากนัก ทว่านางยังคงก้าวเข้าไปในเรือน ตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยโดยละเอียด

ด้วยระดับความรู้ของนางกำนัล หากมีผู้บงการเบื้องหลังจริงเกินครึ่งน่าจะถ่ายทอดคำสั่งด้วยปากเปล่า การใช้จดหมายสั่งการพวกนางไม่น่าจะเป็นไปได้ ดังนั้นหวังเหยียนชิงจึงค้นดูทรัพย์สินเป็นหลัก ทว่าที่พักของหยางจินอิงเรียบง่ายมาก ในห้องเล็กๆ มีคนเบียดเสียดอยู่ด้วยกันถึงแปดคน นอกจากเตียงหนึ่งหลังกับหีบหนึ่งใบแล้วก็ไม่มีข้าวของส่วนตัวอื่นใดอีก

ขันทีมิกล้าให้ลู่ฮูหยินลงมือด้วยตนเอง สายตาของหวังเหยียนชิงกวาดมองไปที่ใด ขันทีต่างแย่งกันเข้าไปทันที ช่วยนางขยับสิ่งของออก เรือนพักของหยางจินอิงถูกค้นแทบทุกซอกทุกมุม แม้แต่ช่องด้านในของเสื้อผ้าเก่ายังถูกเลาะออกมา แต่ข้างในหาได้มีเงินทองซุกซ่อนอยู่ไม่

ไม่ผิดจากที่หวังเหยียนชิงคาดไว้ เวลาผ่านมาหลายวัน ต่อให้มีหลักฐานสำคัญก็ถูกฟางฮองเฮาและองครักษ์เสื้อแพรนำไปหมดแล้ว หวังเหยียนชิงหยุดตรวจสอบสิ่งของอย่างรวดเร็ว หันไปตรวจสอบคนแทน

มีจ้าวกงกงจากสำนักประจิมอยู่ด้วย การเรียกคนมาซักถามของหวังเหยียนชิงราบรื่นอย่างยิ่ง นางเริ่มจากเรือนพักอาศัยของหยางจินอิง เรียกนางกำนัลที่อยู่ในห้องรอบๆ เข้ามาตามลำดับ ซักถามทีละคนเป็นการส่วนตัว นางกำนัลแต่ละคนที่เข้ามาต่างกล้าๆ กลัวๆ เกรงว่าตนเองพูดผิดคำเดียวจะรักษาชีวิตไว้ไม่อยู่ หวังเหยียนชิงพยายามถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เมื่อพบถ้อยคำสำคัญก็จดลงในกระดาษ ขันทีน้อยด้านข้างเห็นดังนั้นก็รีบพูด “จะรบกวนลู่ฮูหยินลงมือด้วยตนเองได้อย่างไร ท่านอยากจดบันทึกอะไรก็พูดมาเถอะ ผู้น้อยจะเขียนลงไปให้ท่านเองขอรับ”

หวังเหยียนชิงปฏิเสธด้วยความเกรงใจ ให้ขันทีจรดพู่กันแทนเป็นสิทธิ์เฉพาะของฮ่องเต้ นางไม่มีวาสนาเช่นนั้น ยังคงเขียนเองจะดีกว่า หวังเหยียนชิงสอบถามนางกำนัลติดต่อกันห้าคน หลังจากส่งคนที่ห้าจากไปแล้ว นางก้มหน้าลง จดบางสิ่งเพิ่มเติมในกระดาษ จ้าวกงกงมองดูตัวอักษรบนกระดาษของหวังเหยียนชิงจากที่ไกลๆ ถามหยั่งเชิงว่า “ลู่ฮูหยิน ฟังว่าท่านมองแค่ปราดเดียวก็แยกแยะได้ว่าใครกำลังโกหก นางกำนัลเมื่อครู่นี้มีคนโกหกหรือไม่ขอรับ”

หวังเหยียนชิงเขียนตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายจนเสร็จ พลิกสมุดพลางพูด “กงกงชมเกินไปแล้ว หาได้ร้ายกาจถึงเพียงนั้นไม่ ข้าเพียงแต่คาดเดาเท่านั้นเอง นางกำนัลชุดนี้ไม่มีปัญหา เรียกชุดต่อไปเข้ามาเถิด”

เวลาหนึ่งวันของหวังเหยียนชิงล้วนอยู่ที่ฝ่ายงานนางกำนัล ซักถามคนหลายสิบคนจนสุดท้ายลำคอแหบแห้ง คนทั่วไปหากต้องซักถามนานถึงเพียงนี้ สมองต้องพองขยายเป็นแน่ ทว่าช่วงท้ายๆ ความคิดของหวังเหยียนชิงกลับกระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น

ผู้อื่นปวดเศียรเวียนเกล้าเพราะในหัวถูกยัดเรื่องที่ไร้ประโยชน์เข้ามามากเกินไป แต่หวังเหยียนชิงสามารถแยกแยะได้ตั้งแต่แรกว่าเรื่องใดเป็นความจริง เรื่องใดตั้งใจบิดเบือน และเรื่องใดเป็นเพียงการคาดเดาของผู้พูดเท่านั้น นางดึงเอาเรื่องที่มีประโยชน์ออกมา ยิ่งถามคนมากภาพในหัวนางก็ยิ่งแจ่มชัด

คำพูดของแต่ละคนไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่ภาพที่บรรยายออกมาส่วนใหญ่ล้วนคล้ายคลึงกัน หยางจินอิงครอบครัวยากจน นิสัยชอบเอาชนะ แรกพบจะรู้สึกว่าคนผู้นี้แข็งกร้าว แต่อยู่ร่วมกันนานเข้าจะรู้ว่านางเป็นคนที่มีคุณธรรมน้ำมิตร ส่วนเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ทุกคนต่างบอกว่าไม่เคยเห็นหยางจินอิงสวมเงินใส่ทอง ชีวิตความเป็นอยู่ดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากในอดีต

อีกสิบห้าคนที่เหลือมีกลุ่มคนรู้จักทับซ้อนกับหยางจินอิงเป็นส่วนมาก หวังเหยียนชิงซักถามปะปนกันไปก็ไม่พบจุดที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวแล้ว จ้าวกงกงฟังอยู่ด้านข้างทั้งวัน ทั้งที่ไม่ได้ให้เขาเป็นคนถาม เขากลับฟังจนรู้สึกเวียนศีรษะ จ้าวกงกงคิดในใจ สมแล้วที่เป็นสตรีของลู่เหิง นิสัยกัดไม่ปล่อยเวลาสืบคดีเหมือนกันราวกับออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน

จ้าวกงกงลอบยืดเส้นยืดสาย ลุกขึ้นเอ่ยว่า “ลู่ฮูหยิน ใกล้จะยามโหย่วแล้ว ท่านว่าวันนี้…”

หวังเหยียนชิงก็ตั้งใจจะยุติการซักถามแล้วเหมือนกัน นางตรวจสอบกลุ่มคนรู้จักของนางกำนัลทั้งสิบหกคนเกือบหมดแล้ว ถามต่อไปก็ไร้ความหมาย หญิงสาวลุกขึ้นยืนอย่างคล้อยตาม เอ่ยว่า “ข้าซักถามพอสมควรแล้ว วันนี้ขอบคุณกงกงมาก”

“ลู่ฮูหยินเกรงใจแล้ว” จ้าวกงกงปั้นยิ้มร่าบนใบหน้าอย่างเสแสร้ง “ผู้น้อยต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายขอบคุณลู่ฮูหยิน วันนี้ติดตามข้างกายลู่ฮูหยิน ทำให้ผู้น้อยได้เปิดหูเปิดตามากทีเดียว”

จ้าวกงกงส่งหวังเหยียนชิงออกจากวัง ขณะเดียวกันก็ส่งคนไปแจ้งข่าวกับลู่เหิง ตอนหวังเหยียนชิงมาถึงประตูตงหวา ลู่เหิงรออยู่ที่นั่นแล้ว หวังเหยียนชิงพูดมาทั้งวัน ตอนนี้ไม่อยากเอ่ยปากโดยสิ้นเชิง นางคร้านจะลงจากรถจึงนั่งอยู่ในรถฟังลู่เหิงทักทายกับจ้าวกงกง ไม่ง่ายเลยกว่าจะพูดคุยตามมารยาทจนเสร็จ จ้าวกงกงพาคนจากไป ม่านรถขยับไหว ลมหนาวระลอกหนึ่งพัดปะทะใบหน้า ลู่เหิงขึ้นมาบนรถม้าแล้ว

ลู่เหิงนั่งลงข้างกายหวังเหยียนชิงอย่างคล่องแคล่ว เขาเห็นนางมีท่าทางไม่สดชื่น จึงเอ่ยว่า “ข้าได้ยินจ้าวกงกงบอกว่าวันนี้เจ้าซักถามคนไปสี่สิบกว่าคน เหนื่อยแล้วใช่หรือไม่”

หวังเหยียนชิงส่ายหน้า มิได้เหนื่อยถึงขั้นนั้น แค่ไม่มีความรู้สึกอยากจะพูดเลยก็เท่านั้นเอง ลู่เหิงถนัดการฟังน้ำเสียงสังเกตสีหน้าคนจึงเข้าใจความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี เขายื่นมือไปโอบไหล่นาง หวังเหยียนชิงพลันลืมตาขึ้น จ้องมือเขาเขม็ง “ท่านคิดจะทำอะไร”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

community.jamsai.com