ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 62 – หน้า 5 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกรัตติกาลแห่งฉางอัน บทที่ 62

อู่ฉี่ที่เป็นคนใจกล้าที่สุดยังนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ พอเงยหน้ามองเหนือศีรษะจึงค่อยเอ่ยว่า “วันนี้นับว่าเปิดหูเปิดตาแล้ว ข้าโตมาจนป่านนี้เพิ่งเคยเห็นสายฟ้าผ่าเปรี้ยงในวันที่อากาศสดใส…”

หลังสายฟ้าชวนตื่นตะลึงผ่านไปแล้ว ท้องฟ้าก็กลับคืนสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว เด็กสาวทั้งหลายยืนนิ่งอยู่สักพัก ก็ค่อยๆ คลายความหวาดระแวงลง

แต่ความกังวลในใจของเถิงอวี้อี้หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมไปทุกขณะ ราวกับต้องการยืนยันลางสังหรณ์ที่มี นางไม่ทันย่างเท้าไปที่ใด กระบี่เสี่ยวหยาในแขนเสื้อก็ร้อนผ่าวอย่างไม่คาดคิด

เถิงอวี้อี้ใจเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่งขึ้นมา รีบบอกกับทุกคนว่า “ตรงนี้มีอะไรแปลกๆ รีบไปเร็ว”

นางกล่าวพร้อมดึงมือตู้ถิงหลันวิ่งไปข้างหน้า ทุกคนยังไม่ทันตอบสนอง ก็มองเห็นนอกเรือนมีนักพรตหญิงกลุ่มหนึ่งเดินตรงมาอย่างร้อนใจ ผู้ที่เดินนำหน้าเป็นท่านเจ้าอารามพอดี

เจ้าอารามคล้ายว่าตกใจเพราะสายฟ้าประหลาดนี้เช่นกัน จึงไม่คำนึงถึงรูปลักษณ์อันสง่างามอีกแล้ว ตะโกนเสียงดังใส่พวกนางมาแต่ไกล “ท้องฟ้ามีปรากฏการณ์ประหลาด สีกาทั้งหลายรีบตามข้าออกจากอารามก่อนเร็วเข้า!”

เมื่อกล่าวประโยคนี้ออกไปแล้วทั่วบริเวณก็มีพายุฝนฟ้าคะนองก่อตัวขึ้นระลอกหนึ่งอย่างกะทันหัน ลมพายุคลั่งหอบเอาหยาดฝนเม็ดใหญ่มาด้วย เทโครมลงมาใส่พวกนางอย่างไม่ลืมหูลืมตา

เถิงอวี้อี้ตั้งใจจะวิ่งไปทางฝั่งตรงข้าม กลับมิอาจย่างเท้าไปได้สักก้าวเดียว ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าลมพายุและสายฝนจะสงบลง นางปาดหยาดฝนที่เกาะพราวบนขนตาออกไปแล้วลืมตาขึ้น กลุ่มนักพรตหญิงที่เคยอยู่ตรงนั้นกลับหายไปไม่เห็นแม้แต่เงา

คุณหนูทั้งหลายกรีดร้องขึ้นมาอีกครั้งพลางวิ่งออกไปนอกลานกว้างอย่างตื่นตระหนกไร้ทิศทาง ทว่าพอวิ่งไปเรื่อยๆ หินปูพื้นสีเทาใต้ฝ่าเท้ากลับกลายเป็นพื้นหญ้าสีเขียวขจี ครั้นเหลียวมองรอบกายอย่างลนลานถึงสังเกตเห็นว่าพวกนางวิ่งย้อนกลับมาในป่าท้ออีกแล้ว

คราวนี้กระทั่งอู่ฉี่ก็ตกใจขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว นางหวาดกลัวจนกอดสหายสองสามคนข้างกายไว้ “เหตุใดถึงย้อนกลับมาอีกแล้ว เจ้าอารามเล่า จู่ๆ ก็หายตัวไปไร้ร่องรอยได้เช่นไร”

ตู้ถิงหลันน้ำเสียงสั่นเครือ “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”

เถิงอวี้อี้หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้นางมั่นใจกว่าสิบส่วนแล้วว่าแถวนี้จะต้องมีสิ่งชั่วช้าโผล่มาแน่ อย่าเพิ่งไปสนใจว่าตกลงเจ้าสิ่งนั้นเป็นตัวอะไร ต้องออกไปจากป่าท้อน่าพิศวงนี้ให้ได้โดยเร็วก่อน

ทว่านางยังไม่ทันสงบสติอารมณ์ครุ่นคิดแผนการรับมือ กระดิ่งเสวียนอินตรงข้อมือก็สั่นไหวขึ้นมา มิหนำซ้ำยังสั่นเร็วรัวและดุดันยิ่ง เหมือนอยากจะแตกเป็นเสี่ยงคาข้อมือนางเลยทีเดียว

เถิงอวี้อี้รู้สึกว่าบริเวณลำคอขนลุกชัน ต่อให้เป็นมารผีดิบบุกมาครั้งนั้นกระดิ่งเสวียนอินก็ไม่เคยสั่นอย่างรุนแรงปานนี้ มารผีดิบก็ชั่วร้ายมากพอแล้ว ยังมีสิ่งชั่วร้ายที่น่าพรั่นพรึงยิ่งกว่ามารผีดิบอีกหรือ

เดิมทีคุณหนูทั้งหลายตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่างอยู่แล้ว พอได้ยินเสียงกระดิ่งที่ดังขึ้นอย่างไม่ถูกกาลเทศะ ก็อดตัวสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้ “กระดิ่งของใครกัน อย่าปล่อยให้มันสั่นสิ ข้ากลัวแทบแย่แล้ว”

หลี่ไหวกู้ที่ใบหน้าซีดขาวเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนหยุดชะงักประเดี๋ยวหนึ่งเมื่อกวาดสายตามองไปทางเถิงอวี้อี้ “น่าจะ…น่าจะมาจากคุณหนูเถิงนะ”

ต้วนชิงอิงกล่าวด้วยเสียงสะอื้น “ไม่ต้องสนใจกระดิ่งอะไรนั่นแล้ว พวกเจ้าเป็นอะไรไป มัวอ้ำอึ้งอยู่ด้วยเหตุใดเล่า พวกเรารีบหนีกันสิ”

คุณหนูทั้งหลายได้คำพูดประโยคนี้เตือนสติ จึงต่างช่วยกันฉุดดึงกันขึ้นมาแล้ววิ่งออกไปนอกป่า

เจิ้งซวงอิ๋นรีบขวางหน้าทุกคนไว้ “ไม่ได้นะ ป่าท้อแห่งนี้มีบางอย่างผิดปกติ พวกเราอย่าเดินสะเปะสะปะอีกเลย อย่าลืมสิ เมื่อครู่พวกเราก็วิ่งออกไปไม่ได้”

นางฝืนรักษาท่าทีสุขุมเยือกเย็น ทว่าสีหน้ากลับย่ำแย่สุดขีด

“ใช่แล้ว นี่…นี่น่าจะเรียกว่าผีบังตา หากยังเดินพล่านเป็นแมลงวันไร้หัวมีแต่จะถูกกักขังอยู่ที่เดิมน่ะสิ”

“อย่างนั้นจะทำเช่นไรดี” คุณหนูหลายคนจำต้องชะงักฝีเท้า

ในยามนี้เองเริ่มมีคนร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังแล้ว

เถิงอวี้อี้หันหน้าไปทางนั้นทางนี้ทีเพื่อแยกแยะทิศทาง คนเช่นนางยิ่งอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอันตรายยิ่งคิดหาทางออกได้ยามคับขัน ในสายตาของนางป่าท้อที่อยู่รอบๆ ยังคงเป็นป่าท้อผืนนั้น ต้นอิ๋นซิ่งนอกป่าก็ยังเป็นต้นอิ๋นซิ่งต้นนั้น แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดทุกสิ่งรอบตัวดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ นางพยายามแยกแยะทิศทาง ลองมองหาส่วนที่แตกต่างให้ชัดเจน คาดไม่ถึงว่าในตอนนี้เองจะมีเสียงก้องกังวานดังมาจากด้านหลัง

“สีกาทุกท่าน ขอถามสักหน่อยว่าเจ้าอารามอยู่ที่ใด”

คุณหนูทั้งหลายหันหน้าไปมอง จึงเห็นภิกษุท่าทางสุภาพเรียบร้อยยืนห่างออกไปไม่ไกล ดูแล้วมีอายุประมาณสี่สิบกว่าปีได้ สวมชุดผ้าไหมสีดำกับรองเท้าฟาง ใบหน้าฉายแววอบอุ่นอ่อนโยน รูปร่างสูงใหญ่ ผิวพรรณยังขาวสะอาดดั่งเนื้อน้ำเต้า

ตอนแรกในป่าท้อมีเพียงคุณหนูเหล่านี้กลุ่มเดียว อยู่ๆ ก็มีภิกษุตัวสูงใหญ่โผล่มาผู้หนึ่ง พวกนางอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ แต่อารามนักพรตหญิงอวี้เจินชื่อเสียงเลื่องลือทั้งใกล้ไกล ปกติมักจะมีภิกษุจากต่างเมืองที่ได้ยินชื่อเสียงแล้วมาเยี่ยมเยือน ยิ่งไปกว่านั้นภิกษุตรงหน้าดูจิตใจดีมีเมตตาอย่างแท้จริง คิดไปคิดมาก็เข้าใจว่าภิกษุรูปนี้ไม่ทันระวังบุกรุกเข้ามา พวกนางผู้หนึ่งในนั้นจึงเอ่ยตอบเสียงหวาดหวั่น “พวกเราก็ไม่รู้ว่าเจ้าอารามหายไปที่ใดแล้ว”

อู่ฉี่มองสำรวจภิกษุรูปนี้อย่างระมัดระวัง “ท่านอาจารย์ ท่านเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ก่อนหน้านี้ได้ยินเสียงสายฟ้าประหลาดคำรามหรือไม่”

ภิกษุมือซ้ายถือพัดสานเล่มหนึ่ง มือขวาอุ้มบาตรสำริดเอาไว้ โบกพัดในมือพลางคลี่ยิ้มเอ่ยว่า “เพราะอาตมาเจอฟ้าแลบฟ้าร้องตอนเดินผ่านหน้าประตูอาราม ถึงต้องเข้ามาหลบฝนในนี้ ต่อมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เดินวนไปวนมาก็มาถึงตรงนี้แล้ว เมื่อครู่สอบถามเบาะแสเจ้าอารามกับสีกาทั้งหลาย ก็เพราะอยากขอน้ำในอารามดื่มสักหน่อย”

คุณหนูทั้งหลายเห็นจีวรบนร่างเขาเปียกหยาดฝนเม็ดใหญ่ไม่น้อยเลย คงเพราะรุกล้ำเข้ามาด้วยความเข้าใจผิดเพราะคิดจะหลบฝนจริงๆ ยิ่งได้ฟังเขาพูดจาสุภาพมีมารยาท ข้อกังขาจึงลดลงไปหลายส่วน ‘ป่าท้อ’ น่าพิศวงผืนนี้กำลังทำให้พวกนางสับสนกระวนกระวาย เมื่อได้ภิกษุผู้มีใบหน้าเปี่ยมเมตตาอยู่เคียงข้าง กระทั่งความหวาดกลัวก็ลดน้อยลงไปมาก

อู่ฉี่เป่าปากโล่งอก ก่อนกล่าวกับภิกษุอย่างจริงใจว่า “ตอบท่านอาจารย์ตามตรง พวกเราหลงทางมาอยู่ตรงนี้ ในเมื่อท่านอาจารย์เดินเข้ามาในป่าท้อได้ คงจะทะลวงผ่านกลไกนี้ได้โดยไม่ตั้งใจ อย่างนั้นรบกวนท่านอาจารย์พาพวกเราออกไปตามเส้นทางเดิมด้วยเถอะเจ้าค่ะ”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 120-121

    By

    บทที่ 120 ป่ารกร้างนอกเมืองช่วงเย็นย่ำ ตะวันยามสายัณห์สีแดงฉานดุจโลหิต เฉิงผิงถอดรองเท้าหุ้มแข้งออกก่อนนั่งขัดสมาธิตามสบายอยู่บนหินก้อนใหญ่ร...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

    By

    บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งทุกคนต่างหวั...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

community.jamsai.com