“หลังจากนี้เชิญท่านหมอมาก็พอ”
เสิ่นฮูหยินโล่งใจ นางลองถามอีกว่า “อาหุยอยู่ในตำหนักตากอากาศสบายดีหรือไม่”
เมื่อได้ยินชื่อของเสิ่นหุย สีหน้าเคร่งเครียดของเผยไหวกวงก็ผ่อนคลายเล็กน้อย น้ำเสียงก็อ่อนลงไปด้วย “นางสบายดีมาก”
อาการบาดเจ็บของเสิ่นหยวนหงนั้นเป็นมาหลายปีแล้ว จึงใช้เวลานานกว่าที่เผยไหวกวงคาดการณ์ไว้ เวลานี้เสิ่นหุยน่าจะไปถึงตำหนักเฉียนเหอรอเขากลับไปแล้ว เขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีก จึงก้าวเท้าเดินออกไปเพื่อกลับไปหาเสิ่นหุย
เห็นเผยไหวกวงจะเดินออกไป เสิ่นฮูหยินครุ่นคิดอยู่ในใจครู่หนึ่งก็ไล่ตามไปที่ประตูแล้วพูดอย่างระมัดระวัง
“ขอบคุณ”
เมื่อเห็นเผยไหวกวงชะงักฝีเท้าลง หัวใจของเสิ่นฮูหยินก็บีบรัด กลัวว่าคำขอบคุณของตนเองจะยั่วโมโหคนเสียสติผู้นี้ นางกำผ้าเช็ดหน้าไว้อย่างตึงเครียด มองดูเขาหันกลับมาอย่างช้าๆ
เขาพูดว่า “ได้ยินว่าท่านแม่ยายชอบไก่ผัดเกาลัดของหอวั่นเซียงในเมืองหลวง ข้าจับพ่อครัวที่นั่นมาจากเมืองหลวงแล้ว อีกสองวันจะส่งมาให้”
เสิ่นฮูหยินตกตะลึง นางเคยบอกว่านางชอบไก่ผัดเกาลัดของหอวั่นเซียงหรือ เหตุใดนางจึงจำไม่ได้ เมื่อเผยไหวกวงหันหลังกลับไปอีกครั้ง ลั่วซื่อจึงรีบเดินไปยังข้างกายมารดาสามีแล้วกระซิบพูด
“ครั้งก่อนอาหุยพาเขามาฉลองวันคล้ายวันเกิดของท่านพ่อด้วยกัน ระหว่างกินอาหารท่านแม่เคยพูดถึง”
“จริงหรือ” เสิ่นฮูหยินขมวดคิ้ว นางจำไม่ค่อยได้แล้ว
เผยไหวกวงอยากรีบกลับตำหนักตากอากาศไปพบอาหุยของเขา เขาเดินอย่างเร่งรีบ ยังไม่ทันจะออกจากเรือนพักก็เห็นฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวนั่งอยู่บนม้านั่งหินข้างหน้าราวกับกำลังรอเขาอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปหานาง
“โค่วโค่วถนอมของที่คนอื่นทำให้นางมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นจึงชอบลูกกวาดที่พี่สะใภ้ทำให้นางที่สุด ลั่วซื่อเพิ่งทำไว้จำนวนหนึ่งพอดี เจ้าเอากลับไปให้โค่วโค่วด้วย”
สาวใช้ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวยื่นกล่องใบหนึ่งให้เผยไหวกวง เผยไหวกวงรับมาแล้วเหลือบมองคราหนึ่ง เขาไม่ได้จากไปทันที แต่ยืนรออยู่ เพราะรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวคงมีเรื่องอยากพูดกับเขาอีก
ทว่าเผยไหวกวงรีบร้อนจะกลับไป ไม่อยากเสียเวลานานเกินไปนัก จึงพูดว่า “ท่านยายมีอะไรก็พูดมาตามตรงเถิด ข้ามีเรื่องเร่งด่วนต้องรีบไป”
ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวยิ้มแล้วถามว่า “ช่วงนี้เสี่ยวกวงอารมณ์ดีหรือไม่”
เผยไหวกวงมองฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวอย่างสงสัย เขาพูดซ้ำอีกรอบว่า “ข้าไม่มีเวลามาพูดคุยตามธรรมเนียมมารยาทกับท่านยาย ท่านมีอะไรก็รีบพูดมาเถิด”
“พูดจบแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ฝีมือของลั่วซื่อไม่เลว ลูกกวาดนี้หวานมาก เจ้าเองก็ลองชิมดูด้วยเล่า”
เผยไหวกวงเหลือบมองหญิงชราอีกครู่หนึ่งแล้วถามว่า “ท่านยายไม่มีคำพูดอื่นอีกจริงหรือ”
ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวยิ้มแล้วส่ายหน้า
เผยไหวกวงมองนางอีกครั้ง จากนั้นก็เดินผ่านข้างกายนางแล้วจากไป
ฉีอวี้นั่งลงตรงหน้าเสิ่นหุยอย่างเชื่อฟัง พยายามฟังคำที่เสิ่นหุยสอนนาง จากนั้นก็ท่องจำทีละประโยคแล้วทวนให้เสิ่นหุยฟัง เสิ่นหุยกำลังสอนคำที่ฉีอวี้ต้องพูดในการประชุมเช้าพรุ่งนี้ นางยังเด็กเกินไป ต้องให้เสิ่นหุยสอนทีละคำ มีคำพูดบางอย่างที่เสิ่นหุยหวังว่าฉีอวี้จะพูดออกมาเอง ไม่ใช่ไทเฮาที่อยู่เบื้องหลังม่านมุกเป็นคนพูด
เผยไหวกวงยืนอยู่ตรงประตู มองดูสองคนที่นั่งหันหน้าเข้าหากันบนตั่งนุ่มใต้แสงไฟอบอุ่น
ขณะที่กำลังเหม่อลอย เผยไหวกวงกลับนึกถึงคำว่า ‘ช่วงเวลาที่สงบสุข’ ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงคำพูดที่ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียวถามเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะออกจากเรือนพักของสกุลเสิ่น
ช่างน่าขัน ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น