ซย่าชั่นจูเปลี่ยนเรื่องสนทนาทันที “สือซิงคนดี เจ้าล้างมือแล้วช่วยข้าสักนิด ไปตามซุ่นซุ่ยมาได้หรือไม่ ซุ่นซุ่ยก็เคยเรียนต้มชาจากหวังไหลเช่นกัน เขาชิมออกว่าชาที่ข้าต้มรสชาติถูกต้องหรือไม่”
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” สือซิงเช็ดมือแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
ซย่าชั่นจูหันไปเลือกชุดน้ำชาชุดใหม่จากในตู้ ทันใดนั้นสร้อยข้อมือรูปพริกสีแดงของนางก็คลายออกแล้วหลุดร่วงลงกับพื้น นางวางชุดน้ำชาลงบนโต๊ะแล้วหยิบสร้อยข้อมือที่หวังไหลมอบให้ขึ้นมา แต่ครรภ์ใหญ่เกินไป นางก้มลงไม่ถนัด จำต้องจับโต๊ะไว้แล้วค่อยๆ ยอบกายลงไปเก็บ
“ตายจริง พี่ชั่นจูทำอะไร ข้าทำเองๆ!” ซุ่นซุ่ยวิ่งเข้ามาช่วยซย่าชั่นจูเก็บสร้อยข้อมือ ประคองนางลุกขึ้นแล้วส่งสร้อยข้อมือคืนให้นาง
ซย่าชั่นจูขอบคุณแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อยากขอให้เจ้าช่วยชิมชาอีกแล้ว”
ว่าแล้วซย่าชั่นจูก็จะเดินไปรินชา แต่ซุ่นซุ่ยจะยอมให้นางทำได้อย่างไร เขาเดินไปรินเองแล้วชิมอย่างตั้งใจ ท่ามกลางสายตารอคอยของซย่าชั่นจู ซุ่นซุ่ยก็พูดด้วยรอยยิ้มสดใส
“พี่ชั่นจู ข้าชิมไม่ออกจริงๆ ว่าชาของท่านแตกต่างกับชาที่หวังไหลต้มอย่างไร”
“จริงหรือ”
“ข้าจะโกหกท่านไปเพื่ออันใด แต่อาจเป็นเพราะลิ้นข้าใช้ไม่ได้ก็เป็นได้ เอาเป็นว่าข้าชิมไม่ออก”
ซย่าชั่นจูหัวเราะแล้วพูดว่า “เช่นนั้นต้องรบกวนเจ้าช่วยยกชานี้ไปด้วย ตอนนี้ข้าอยู่ในสภาพเช่นนี้ ไม่กล้าออกไปข้างนอกแล้ว”
ซุ่นซุ่ยอุทานอย่างเกินจริงแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เพราะท่านจะเป็นมารดาคนแล้วนิสัยจึงเปลี่ยนไปหรือ ตอนนี้พูดจาสุภาพอ่อนโยนอย่างยิ่ง ไม่มีนิสัยดุดันเช่นเมื่อก่อนแล้ว”
ซย่าชั่นจูถลึงตาใส่เขายิ้มๆ แล้วพูดว่า “ไปๆๆ รีบเอาชาไปส่งเสีย!”
ซุ่นซุ่ยไม่พูดเล่นอีก หยิบชุดน้ำชาชุดใหม่มารินชาสมุนไพรแล้วหันหลังเดินออกไป
ซย่าชั่นจูก้มหน้าลง อยากจะผูกสร้อยข้อมือใหม่อีกครั้ง แต่การผูกด้วยมือข้างเดียวนั้นค่อนข้างยากลำบาก นางพยายามออกแรงแต่ก็ทำไม่สำเร็จ ระหว่างนั้นซุ่นซุ่ยก็ยกชากลับมาอีกครั้ง
“ซุ่นเหนียนบอกว่าจั่งอิ้นเรียกพบท่าน ดูท่าชานี้ท่านต้องยกไปเองแล้ว” ซุ่นซุ่ยพูด
ซย่าชั่นจูพยักหน้า เก็บสร้อยข้อมือใส่ในแขนเสื้อแล้วเดินไปยกชา ซุ่นซุ่ยเบี่ยงกายหลบแล้วพูดว่า “ข้าจะไปกับท่านด้วย ไปถึงหน้าประตูแล้วท่านค่อยยกเข้าไปก็พอ”
ซย่าชั่นจูตอบตกลงด้วยรอยยิ้ม
นางรู้สึกกระดากใจเล็กน้อย ตั้งแต่ตั้งครรภ์มาทุกคนข้างกายต่างดูแลนางเป็นอย่างดี นางคิดว่าหลังจากคลอดบุตร ตนเองเคลื่อนไหวได้สะดวกแล้ว จะต้องตอบแทนคนเหล่านี้ให้ดีๆ
ซย่าชั่นจูยกชาเข้าไป วางชาบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็ค้อมกายคารวะอย่างยากลำบาก ยืนรออยู่ด้านข้างครู่หนึ่งแล้วถามอย่างระมัดระวัง
“จั่งอิ้นมีอะไรจะสั่งการหรือเจ้าคะ”
เผยไหวกวงไม่ได้พูดอะไร เขากำลังพลิกดูสมุดภาพอย่างช้าๆ แต่ละหน้ามีลวดลายเสื้อผ้าเด็กที่แตกต่างกัน
เสิ่นหุยมองชาสมุนไพรบนโต๊ะที่ซย่าชั่นจูยกเข้ามา
ซย่าชั่นจูถามแล้วกลับไม่ได้รับคำตอบใด ทำให้นางรู้สึกงุนงงจนทำอะไรไม่ถูกและไม่กล้าถามอีก ทำได้เพียงยืนรอเงียบๆ อยู่ด้านข้าง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเสิ่นหุยจึงพูดขึ้นว่า “ชั่นจู เจ้าออกไปเถิด”
ซย่าชั่นจูไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางสัมผัสได้ถึงความอึมครึมน่ากลัวของเผยไหวกวง เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นหุย นางก็หันหลังเดินออกไปอย่างเชื่อฟัง
เผยไหวกวงพลิกสมุดภาพอีกหน้าอย่างช้าๆ แล้วเอ่ยว่า “กลับมา”
ซย่าชั่นจูชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมาอย่างงุนงง เดิมทีนางไม่ใช่คนทึ่มทื่ออยู่แล้ว ต่อให้ไม่รู้สาเหตุก็รู้ว่าตนเองคงจะตกอยู่ในอันตรายแน่แล้ว นางกำสร้อยข้อมือในมือไว้แน่นแล้วเดินกลับไปทีละก้าว ก้มหน้ายืนต่อหน้าเผยไหวกวงอย่างเชื่อฟัง