ฮ่องเต้ประทับอยู่ในเมืองอันชางครั้งนี้นานกว่าเมืองอื่นๆ เล็กน้อย แต่หากลองสืบดูก็จะรู้ว่าเขาหมายตาหญิงงามสองคนในเมืองอันชางอีกแล้ว
เรื่องที่เขาติดกามโรค ทุกคนต่างรู้กันดี เหล่าสนมชายาต่างคิดหาทุกวิถีทางเพื่อหลบเลี่ยง ต่อให้หลบเลี่ยงไม่ได้ แต่ตอนร่วมบรรทมด้วยก็จะไม่ทุ่มเทเหมือนที่ผ่านมา ฮ่องเต้ย่อมรับรู้ได้ เรื่องนี้ทำให้เขาโกรธมาก สั่งลงโทษสนมชายาไปไม่น้อย ในเวลานี้หญิงงามสองคนที่เพิ่งได้ตัวมารับใช้เขาอย่างเต็มที่สุดหัวใจ เขาย่อมรู้สึกมีความสุข แต่ก็เกรงว่าหญิงงามทั้งสองจะตัดใจไปจากบ้านเกิดไม่ได้ จึงอยู่ที่เมืองอันชางนานสักนิด
หญิงงามสองคนที่ฮ่องเต้เพิ่งได้ตัวมาได้รับแต่งตั้งเป็นซินเหม่ยเหรินกับอี้เหม่ยเหริน
ในเวลานี้ฮ่องเต้ที่กำลังเกียจคร้านปล่อยให้เหม่ยเหรินทั้งสองช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้
ซินเหม่ยเหรินพูดว่า “หลายวันนี้หม่อมฉันสองคนไม่ได้เข้าเฝ้าฮองเฮา จะไม่ค่อยดีเกินไปหรือไม่เพคะ”
ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว พูดกลบเกลื่อนอย่างรำคาญใจเล็กน้อยว่า “ฮองเฮาสุขภาพไม่ดี ไม่ต้องสนใจพิธีการยุ่งยากเหล่านี้”
“เพคะ”
อี้เหม่ยเหรินถอดชุดนอนบนร่างฮ่องเต้ออกแล้วหยิบเสื้อผ้ามาช่วยใส่ให้เขา ปลายนิ้วเรียวยาวของนางลูบผ่านรอยแผลเป็นบนเอวด้านหลังของฮ่องเต้แล้วพูดอย่างสงสาร
“ฝ่าบาท เหตุใดหลังเอวของพระองค์ถึงมีรอยแผลเป็นเล่าเพคะ หม่อมฉันเห็นแล้วรู้สึกปวดใจอย่างยิ่ง”
“เสิ่นถูเอาแส้โบยข้า” ฮ่องเต้พูดอย่างไม่ใส่ใจ
อี้เหม่ยเหรินตกใจอย่างยิ่ง “ฮองเฮาพระองค์แรกทรงกล้าดีอย่างไร…”
“ตอนนั้นเรายังไม่ได้เป็นฮ่องเต้” ฮ่องเต้เกาแขนที่รู้สึกคัน ไม่ได้อธิบายอะไรอีก พอเขานึกถึงเสิ่นถูก็จะรู้สึกไม่สบายใจ มักอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เสิ่นถูกระโดดลงจากกำแพงเมือง
อย่างไรเสียก็เป็นภรรยาคนแรก ทุกครั้งที่นึกถึงภาพเหตุการณ์ครั้งนั้น ฮ่องเต้จะรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในตอนนั้นเสิ่นถูเข้มงวดกับเขามาก เขาลอบเลี้ยงดูสตรีไว้นอกบ้าน พอนางรู้เห็นเข้าก็ใช้แส้โบยเขาเกือบตาย…
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด ฮ่องเต้ไม่อยากนึกถึงประสบการณ์ที่น่าสังเวชก่อนที่จะได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้อีก เขาโอบกอดหญิงงามข้างกาย ออกแรงจุมพิตพวกนางคนละครั้ง
หนึ่งวันก่อนที่ขบวนเรือจะออกจากเมืองอันชาง เสิ่นหุยขอให้เผยไหวกวงพาไปยังร้านค้าในตลาดที่คึกคักเพื่อเลือกของขวัญเป็นครั้งสุดท้าย
พอเลือกไปพอสมควรแล้ว เสิ่นหุยก็กวาดตามองอย่างไม่ใส่ใจ แต่กลับเห็นคนของสำนักคุ้มภัยวั่นซุ่น
เสิ่นหุยอดไม่ได้ที่จะมองนานสักนิด พบว่าคนของสำนักคุ้มภัยวั่นซุ่นน้อยลงไปมาก สีหน้าของพวกเขาดูไม่ค่อยดีนัก ดูเหมือนมีบางคนได้รับบาดเจ็บอีกด้วย
นางกลัวว่าจะถูกคนจำได้ จึงเลื่อนสายตากลับมาไม่มองอีกแล้วเดินกลับไปพร้อมกับเผยไหวกวง
คืนนี้นางต้องกลับไปลงเรือแล้ว
“ฮูหยิน ท่านจะไปแล้วหรือ พาอิ๋งเฉินไปด้วยเถิดเจ้าค่ะ! อิ๋งเฉินจะปรนนิบัติฮูหยินไปชั่วชีวิต!” อิ๋งเฉินที่ตามมาซื้อของขวัญด้วยตาแดงก่ำ
“ข้ามีเรื่องอื่นให้เจ้าทำ เจ้าทำได้หรือไม่”
“เรื่องอะไรหรือ อิ๋งเฉินจะบุกน้ำลุยไฟอย่างแน่นอน!”
เสิ่นหุยยัดถุงแพรที่ใส่ตั๋วเงินให้อิ๋งเฉินแล้วพูดด้วยดวงตายกโค้ง “ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะได้กลับมาอีกเมื่อใด ดังนั้นก่อนที่ข้าจะกลับมาช่วยดูแลเรือนหลังนี้แทนข้าให้ดี”
อิ๋งเฉินพยักหน้าอย่างแรง
จนกระทั่งเสิ่นหุยจากไปไกลแล้ว อิ๋งเฉินจึงรู้ตัวว่าฮูหยินทั้งให้เงินนางและให้เรือนนางอีกด้วย!
นางรู้สึกอย่างไม่มีเหตุผลว่าฮูหยินไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว แต่ในเมื่อนางรับปากอีกฝ่ายแล้วก็ต้องดูแลเรือนหลังนี้ให้ดีแน่นอน!