อวี๋จั้นมองท่าทางยินดีของนาง ดวงตาแฝงรอยยิ้มของเขาก็อ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นอีกหลายส่วน
เสิ่นหุยพูดอีกว่า “ครั้งนี้ขอบคุณหมอหลวงอวี๋มาก”
ที่นางพูดนั้นย่อมหมายถึงเรื่องที่อวี๋จั้นช่วยปิดบังขณะที่นางไม่อยู่ อวี๋จั้นพยักหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้ม ไม่พูดอะไรมาก เขาเก็บหมอนใบเล็กกลับเข้าไปในล่วมยา สายตาจับจ้องที่ช่องลับของล่วมยาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ปิดฝาล่วมยาอย่างเงียบๆ
“กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”
“หมอหลวงอวี๋ค่อยๆ เดิน” พอพูดจบเสิ่นหุยก็ให้สือซิงไปส่งอวี๋จั้น
อวี๋จั้นขึ้นจากเรือของเสิ่นหุยแล้วก้มลงมองล่วมยาของตนเอง ในช่องลับของล่วมยาซ่อนจดหมายไว้หนึ่งฉบับ เป็นจดหมายที่เซียวมู่ไหว้วานให้เขาส่งให้เสิ่นหุย ตอนนั้นเขายังไม่ทันได้ส่งจดหมายให้ นางก็ลอบขึ้นจากเรือไปแล้ว
ตอนที่เซียวมู่ถาม เพื่อช่วยเสิ่นหุยปิดบังว่านางไม่อยู่บนเรือ อวี๋จั้นจึงโกหกว่ามอบจดหมายให้เสิ่นหุยไปแล้ว
เมื่อครู่อวี๋จั้นควรมอบจดหมายที่ซ่อนอยู่ในช่องลับของล่วมยาของเขามานานสองเดือนกว่าให้เสิ่นหุย แต่เมื่อเขาวางมือลงบนล่วมยาก็จำได้ทันทีว่าเซียวมู่พูดอย่างมั่นใจเป็นพิเศษว่าได้เคลือบยาบนตัวอักษรในจดหมาย ใต้หล้านี้มีเพียงเขากับเสิ่นหุยเท่านั้นที่จะทำให้ตัวอักษรในจดหมายปรากฏขึ้นได้
ทว่าเหมือนมีอะไรมาดลใจ อวี๋จั้นจึงไม่ได้มอบจดหมายให้เสิ่นหุย
ครั้งหน้าก็แล้วกัน เขาคิดเช่นนี้
อวี๋จั้นตรวจชีพจรเสร็จจากไปได้ไม่นาน เสิ่นหุยเดิมทีควรเอาของขวัญที่เตรียมไว้มามอบให้ทุกคน แต่เมื่อคืนตอนที่นางกลับมา นางคนเดียวไม่สะดวกจะนำมาด้วย ของขวัญที่นางเตรียมไว้ยังอยู่ที่เผยไหวกวง นางกำลังรอให้เขาส่งของมาให้อยู่
ไม่นานนักขันทีรุ่นเล็กสองคนก็ยกหีบใบหนึ่งมาให้ ซึ่งก็คือของขวัญที่เสิ่นหุยเลือกไว้ก่อนหน้านี้ นางยิ้มอย่างเบิกบานแล้วพูดขึ้น
“ข้าซื้อของขวัญเล็กน้อยมาให้พวกเจ้า แต่ข้าต้องไปหาอวี้เอ๋อร์ก่อน กลับมาแล้วจะบอกพวกเจ้าว่าของขวัญชิ้นใดเป็นของใคร”
พอได้ยินว่ามีของขวัญ เหล่านางกำนัลและขันทีรุ่นเล็กต่างยินดีมาก
เสิ่นหุยรื้อค้นในหีบ พบของขวัญที่เตรียมไว้ให้ฉีอวี้แล้วก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้อง เหยียบไม้กระดานเดินไปยังเรือด้านหลังที่ฉีอวี้พักอยู่
นางกำนัลสองคนข้างกายฉีอวี้นั่งพูดคุยกันอยู่ที่หัวเรือ เห็นเสิ่นหุยแล้วต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็รีบยอบกายทำความเคารพ
“ลุกขึ้นเถิด ของเหล่านี้เป็นของขวัญให้องค์ชายอวี้ พวกเจ้ารับไว้” จากนั้นเสิ่นหุยก็สอบถาม “องค์ชายอวี้อยู่ที่ใด”
“ทูลเหนียงเหนียง องค์ชายอวี้กับองค์หญิงเฉิงอู๋กำลังเล่นลูกข่างอยู่ท้ายเรือเพคะ”
เพิ่งสิ้นเสียงพูดของนางกำนัลก็มีเสียงน้ำดังมาจากท้ายเรือทันที ตามมาด้วยเสียงร้องตกใจของนางกำนัล
เสิ่นหุยตกใจ ยกชายกระโปรงขึ้นวิ่งเหยาะๆ ไปทางท้ายเรือทันที พอมาถึงก็ต้องตกใจที่เห็นฉีอวี้ตกลงไปในแม่น้ำ สองมือเล็กปัดป่ายไปมาอยู่บนผิวน้ำ
องค์หญิงเฉิงอู๋ใบหน้าซีดเผือดทรุดนั่งอยู่บนพื้น
“ช่วยคน! รีบช่วยคน!”
นางกำนัลทยอยกระโดดลงไปในแม่น้ำ พยายามว่ายไปหาฉีอวี้ แต่พวกนางล้วนเป็นคนทางเหนือ คนที่ว่ายน้ำเก่งมีไม่มากนัก
หัวใจของเสิ่นหุยบีบรัด มองดูคนเหล่านั้นที่ยังว่ายน้ำไปช่วยฉีอวี้ไม่ได้ นางอยากกระโดดลงแม่น้ำไปช่วยคนเสียเองใจจะขาด แต่สติยับยั้งนางไว้ เพราะรู้ว่าตนเองว่ายน้ำไม่เป็น กระโดดลงไปมีแต่จะเพิ่มความวุ่นวายให้เท่านั้น
ฉีอวี้ที่ดิ้นรนอยู่ในน้ำมองไปยังองค์หญิงเฉิงอู๋ที่อยู่บนเรือ นอกจากความตื่นตระหนกในดวงตาแล้ว ยังมีความโกรธแค้นและคับข้องใจ จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเสิ่นหุย