บทที่ 92
หมอหลวงเขียนใบสั่งยาให้ฉีอวี้เพื่อป้องกันไม่ให้นางเป็นหวัด ฉีอวี้ดื่มยาที่เคี่ยวเสร็จแล้วได้ไม่นานก็นอนหลับไป พอตกอยู่ในห้วงฝันนางก็ขมวดคิ้ว สองมือเล็กจับมุมผ้าห่มแน่น เป็นการแสดงท่าทางป้องกันตนเองอย่างหนึ่ง
แม่นมซุนนั่งอยู่ข้างเตียง คอยเฝ้าฉีอวี้ นางกำนัลต่างออกไปหมดแล้ว มีนางคอยเฝ้าข้างกายฉีอวี้เพียงคนเดียว
แม่นมซุนมองดูใบหน้าของฉีอวี้ที่คล้ายคลึงกับเสิ่นผู ดวงตาก็ค่อยๆ แดงขึ้น น้ำตาไหลลงมา หยดลงบนหลังมือของนาง แม่นมซุนตกใจ รีบเช็ดน้ำตาทันที
ยามนี้น้ำตาไม่มีประโยชน์ นางต้องเข้มแข็ง
แต่ทุกครั้งที่นางมองใบหน้าของฉีอวี้ที่คล้ายคลึงกับเสิ่นผูก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกควักหัวใจ นางเป็นแม่นมของเสิ่นผู คอยเฝ้าดูเสิ่นผูเติบโต ปฏิบัติต่อเสิ่นผูเหมือนเป็นบุตรของตนเอง
อีกฝ่ายเป็นสตรีที่ดีมากผู้หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นดีดพิณ เดินหมาก คัดอักษร วาดภาพ โคลงกลอน สุราชงชา ไม่มีสิ่งใดไม่เชี่ยวชาญ ทั้งยังเขียนบทความที่ได้รับการยกย่องจากอาจารย์ มีฝีมือเย็บปักที่ดีงาม ทำอาหารก็ดีเลิศ นางมักจะอ่านตำราพิชัยสงครามร่วมกับพี่ชายคนโต แม้แต่ความรู้ทางการแพทย์ง่ายๆ ก็มีอยู่บ้างเช่นกัน
นางจะเอาเงินใช้จ่ายส่วนตัวออกมาเพื่อช่วยเหลือคนยากจนตั้งแต่ยังเล็ก และตอนที่มีคนหัวเราะเยาะเสิ่นหุยว่าเป็นคนขี้โรคคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน นางก็จะถือแส้ไปฟาดคนถึงบ้าน
ตัวคนก็รูปโฉมงดงาม เวลายิ้มแล้วดูอ่อนโยน ตอนที่นางยิ้มให้เหมือนมีธารน้ำไหลริน ให้ความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างยิ่ง
แม่นมซุนยื่นมือออกมา อยากจะลูบคิ้วของฉีอวี้ แต่เกรงว่าจะทำให้นางตื่น จึงเก็บมือกลับมา แม่นมซุนนึกถึงรูปโฉมของเสิ่นผูขึ้นมาอีกครั้ง บุตรสาวสามคนของสกุลเสิ่นล้วนงดงามราวเทพธิดา ต่างมีเสน่ห์เฉพาะตัว ฉีอวี้ยังเด็กอยู่ หากจะพูดกันแล้ว เสิ่นหุยมีความคล้ายคลึงกับพี่สาวคนรองอยู่ห้าหกส่วน
สตรีทั้งสามล้วนมีรูปโฉมงดงาม เสิ่นผูให้ความสำคัญกับใบหน้าของตนเองที่สุด หากไม่ระวังทำใบหน้าสกปรก นางจะไม่เบิกบานใจอยู่เป็นนาน แต่นางที่ให้ความสำคัญกับใบหน้าตนเองเช่นนี้กลับถูกฮ่องเต้เผาใบหน้า
แม่นมซุนไม่อยากจะนึกถึงวันเวลาที่เหมือนฝันร้ายอีกครั้ง
ในปีนั้นนางได้แต่มองดูเสิ่นผูถูกกลั่นแกล้งราวตกจากสวรรค์ลงไปอยู่ในโคลนตมเช่นไร สตรีอ่อนโยนที่ชอบยิ้มเช่นนั้นไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าอีกต่อไป อีกฝ่ายโอบรอบคอของนางอย่างอ่อนแรง ถามด้วยความเศร้าใจว่า ‘เขาจะมาช่วยข้าออกไปได้จริงๆ หรือ’
‘แน่นอนเพคะ! ซื่อจื่อต้องมาแน่นอน!’ แม่นมซุนพูดอย่างหนักแน่น
เสิ่นผูส่ายหน้าช้าๆ พึมพำเสียงเบาว่า ‘ไม่ทันแล้ว ข้าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว…’
ทุกครั้งที่คิดถึงเซียวฉี่ แววตาของเสิ่นผูจะอ่อนโยนขึ้น นางขยับเบียดไหล่ของแม่นมซุน พูดเสียงอ่อนแรงว่า ‘แม่นม อย่าให้เขามาจะดีกว่า ลืมข้าไปเสีย ใช้ชีวิตให้ดีๆ…’
เสิ่นผูน้ำตาไหลลงมา หัวใจแตกสลาย แต่นางยังคงยิ้มจนดวงตายกโค้ง น้ำตายังคงอุ่นร้อนเช่นกัน
ภาพตรงหน้าตัดสลับเปลี่ยนเป็นวันที่เสิ่นผูคลอดบุตร
วันนั้นฮ่องเต้เมาสุรา
ทุกคนในวังต่างรู้ว่าอย่าทำให้ฮ่องเต้ที่เมาสุรากริ้วเด็ดขาด
เขาโซเซล้มลุกคลุกคลานบุกเข้ามา ปากก็พร่ำพูดว่า ‘เศษสวะที่ให้กำเนิดบุตรชายไม่ได้’ เขาออกแรงบีบคอของเสิ่นผู ถลึงตามองแล้วก่นด่า ‘เศษสวะ ถ้าเจ้าคลอดบุตรชายให้เราไม่ได้ เราจะสังหารเจ้าทั้งครอบครัว! ประหารเจ้าเก้าชั่วโคตร! เศษสวะ! เจ้ามันเศษสวะ!’
เขาก่นด่าพลางเดินโซเซไปมา สุดท้ายเพราะเมาสุราจนหลับไปเสียก่อน จึงไม่ได้รอจนกระทั่งเสิ่นผูคลอดบุตร
ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาพูดเพราะเมามาย มีเรื่องเหลวไหลโหดร้ายใดบ้างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน