ทดลองอ่าน โฉมงามสองหน้า บทที่ 1 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน โฉมงามสองหน้า บทที่ 1

หน้าที่แล้ว1 of 6

บทที่หนึ่ง

อูอีเสวี่ยยืนอยู่บนที่สูงริมหน้าผาก้มลงมองหุบเหวลึกที่เต็มไปด้วยอันตราย หน้าผาที่นางยืนอยู่แห่งนี้มีชื่อเรียกที่ทำให้คนได้ยินแล้วขวัญหนีดีฝ่อว่า ‘หน้าผามัจจุราช’

หน้าผามัจจุราชตั้งอยู่ทางตะวันตกของเทือกเขาหุบปีศาจ เทือกเขาหุบปีศาจมีภูมิลักษณ์สูงชะโงกเงื้อมเต็มไปด้วยอันตราย มีโขดหินและป่าตัดสลับกัน สายน้ำคดเคี้ยววกวน ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คนอยู่อาศัยบางตา ในเทือกเขาหุบปีศาจ หน้าผามัจจุราชนับว่ามีชัยภูมิที่อันตรายมากที่สุด สถานที่แห่งนี้ไร้ซึ่งร่องรอยของนกและสัตว์เดินเท้า ไม่มีต้นไม้ใบหญ้างอกขึ้นมาแม้แต่ชุ่น เดียว ปีนขึ้นที่สูงมองลงไปมืดครึ้มไม่เห็นก้นเหว ประหนึ่งปากทางเข้าสู่แดนนรก เป็นที่มาของชื่อผาแห่งนี้

ในเทือกเขาหุบปีศาจมีแดนสุขาวดีอยู่แห่งหนึ่ง ชื่อ ‘หุบเขาหมื่นบุปผา’ ที่มีชื่อเรียกเช่นนี้เพราะมีบุปผานานาพรรณผลิบานสะพรั่ง มีผู้คนอาศัยอยู่ที่นี่สามร้อยกว่าคน อูอีเสวี่ยประมุขหุบเขาวัยเยาว์ที่เพิ่งขึ้นรับตำแหน่งได้สามเดือนมีอายุเพียงแค่สิบหกปี

เจ็ดวันก่อน สำนักใหญ่ต่างๆ ในยุทธภพได้ผนึกกำลังกันบุกเข้าโจมตีหุบเขาหมื่นบุปผาโดยอ้างว่าต้องการจะขับไล่พรรคมาร และเมื่อสามวันก่อน ปากทางเข้าหุบเขาถูกตีแตก อูอีเสวี่ยฝ่าวงล้อมออกมาภายใต้การคุ้มกันของผู้คุมกฎทั้งสี่ หนีตายจนมาถึงหน้าผามัจจุราช

นางยืนอยู่ริมหน้าผามัจจุราช ดวงตางามคู่นั้นจับจ้องไปที่ด้านล่าง ไม่ว่านางจะพยายามมองอย่างไรก็มองไม่เห็นความลึกของก้นเหว

ลมภูเขาพัดเส้นผมดำของนางปลิวสยาย แสงสุดท้ายยามเย็นส่องกระทบโครงหน้างดงามไร้ราคีของเด็กสาว สะท้อนองคาพยพทั้งห้าบนใบหน้าที่ประณีตงดงามราวกับหยกสลัก

ช่องเขาแห่งนี้อยู่ระหว่างภูเขาสองลูก เนื่องจากถูกภูเขาสูงบดบัง แสงอาทิตย์จึงส่องถึงเพียงไหล่เขา ในหุบเขาอบอวลไปด้วยหมอกหนาบดบังสายตาโดยสิ้นเชิง เห็นเพียงความมืดมิด จนทำให้คนอดขนลุกขนพองขึ้นในใจไม่ได้

อาจารย์ไม่ได้หลอกนางกระมัง

กระโดดจากตรงนี้ลงไปไม่ตายจริงหรือ

อูอีเสวี่ยหวนนึกถึงคำสั่งกำชับของอาจารย์ด้วยความอกสั่นขวัญหาย…

‘นางหนูเสวี่ยจำไว้ ถ้าศัตรูโจมตีเข้ามา เจ้าจะต้องพาผู้คุมกฎทั้งสี่กระโดดหน้าผามัจจุราช รักษาชีวิตเอาไว้ อย่าได้ดึงดันสู้ตายกับพวกเขาเป็นอันขาด กระโดดหน้าผาคือทางรอดเพียงทางเดียว เข้าใจหรือไม่’

อูมู่ฉินคืออาจารย์ของนาง และเป็นอดีตประมุขของหุบเขาหมื่นบุปผา ก่อนถึงแก่กรรมได้สั่งกำชับนางเป็นพิเศษด้วยคำพูดเหล่านี้

อูอีเสวี่ยแม้จะแปลกใจ แต่ยังคงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ‘ศิษย์จะปฏิบัติตามคำสั่งอาจารย์’ พร้อมกันนั้นก็ถามด้วยความอยากรู้ ‘อาจารย์ เพราะเหตุใดสำนักใหญ่ต่างๆ ต้องโจมตีเรา’

‘เพราะพวกเขาโอ้อวดตนว่าเป็นฝ่ายธรรมะ และเชื่อข่าวลือในยุทธภพ เห็นว่าเราเป็นพรรคมาร’

‘อาจารย์ ในเมื่อเป็นข่าวลือ เหตุใดเราไม่ส่งคนไปชี้แจงกับพวกเขา’

ความไร้เดียงสาของลูกศิษย์ทำให้อูมู่ฉินยิ้มด้วยความเอ็นดู นางลูบไล้ใบหน้านุ่มนิ่มของลูกศิษย์

‘เด็กโง่ ถ้าเพียงขยับปากก็สามารถสลายความเข้าใจผิดได้ ในยุทธภพก็คงไม่มีเรื่องวุ่นวายมากเพียงนี้แล้ว เจ้าต้องเข้าใจ บนโลกนี้คนโง่มีมากกว่าคนฉลาด คนหูหนวก ตาบอด ใจบอดยิ่งมีมากดุจปลาจี้ข้ามแม่น้ำ คำพูดประโยคหนึ่งพูดออกไป คนร้อยคนฟังแล้วย่อมตีความหมายไปร้อยอย่าง และที่เราทำได้ก็คือไม่เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ เขาเขียวยังคงอยู่ ไม่ต้องกลัวไร้ฟืนเผา ที่เรารักษาไว้คือเจตจำนงของหุบเขาหมื่นบุปผา ไม่ใช่หุบเขาแห่งนี้ ขอเพียงคนยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนหุบเขาหมื่นบุปผาก็ยังคงอยู่ เข้าใจหรือไม่’

อูอีเสวี่ยดวงตาสุกใสแวววาว ผงกศีรษะ ‘เจ้าค่ะ ศิษย์เข้าใจแล้ว’

นางเชื่อในคำพูดของอาจารย์อย่างไม่สงสัย แต่นางไม่รู้ว่าอาจารย์บอกเรื่องต่างๆ กับนางมากเพียงนั้น กลับไม่ได้บอกนางเพียงเรื่องเดียว นั่นคือจุดประสงค์แท้จริงที่คนเหล่านั้นมาโจมตีหุบเขาหมื่นบุปผา

นางอาลัยอาวรณ์อาจารย์ดุจลูกที่รักและเคารพพ่อแม่ รอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไมงดงามของอาจารย์ในตอนนั้นประทับตราตรึงอยู่กลางใจของนาง หลังจากนั้นอาจารย์ถึงแก่กรรมลง ผู้เฒ่าผู้คุมกฎทั้งสี่ก็ถึงแก่กรรมตามไป นางขึ้นสืบทอดตำแหน่งประมุขหุบเขา ผู้คุมกฎหนุ่มสาวสี่คนก็ขึ้นสืบทอดตำแหน่งแทนผู้คุมกฎคนก่อน และได้สาบานว่าแม้ตายก็จะปกป้องประมุขหุบเขาคนใหม่

หลังจากนั้นสามเดือน สำนักต่างๆ ในยุทธภพจากทางเหนือและทางใต้ รวมทั้งกองกำลังทหารจากราชสำนัก แบ่งเป็นสามทางบุกเข้ามาทางตะวันตกและเข้าโจมตีหุบเขาหมื่นบุปผา ผู้คนในหุบเขาหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง อูอีเสวี่ยประมุขคนใหม่พาผู้คุมกฎทั้งสี่ทำตามคำสั่งเสียของอาจารย์ หลอกล่อศัตรูมาที่หน้าผามัจจุราช แผนการหลบภัยมีดังนี้…

แผนการที่หนึ่ง ศัตรูมากเราน้อย อาศัยภูมิลักษณ์ที่ขรุขระสูงๆ ต่ำๆ ของเทือกเขาหุบปีศาจหน่วงเหนี่ยวการรุกโจมตีของศัตรู คัดกรองศิษย์ในสำนักที่วิชาตัวเบาไม่ดีจำนวนหนึ่งไปตัดทอนจำนวนคนของศัตรู

แผนการที่สอง เข้ามาในเทือกเขาก็ไม่ต่างกับเข้ามาในเขาวงกต อาศัยความได้เปรียบด้านชัยภูมิตัดกำลังของศัตรู ลดการบาดเจ็บล้มตายของฝ่ายเรา ช่วงชิงโอกาสที่จะหนีเอาตัวรอดให้มากขึ้น

แผนการที่สาม กระโดดหน้าผามัจจุราชต่อหน้าศัตรู ถือโอกาสนี้แสร้งตาย หายตัวไปจากยุทธภพ

นี่ก็คือสาเหตุที่อูอีเสวี่ยมายืนอยู่ริมหน้าผามัจจุราชในเวลานี้ ดวงตาทั้งสองของนางจับนิ่งไปยังใต้หุบเหวมืดลึกสลัวมองไม่เห็นก้นบึ้ง ภายนอกนางดูสงบนิ่ง ทว่าความจริงแล้วส่วนลึกในใจยังคงหวาดกลัว

ส่วนผู้คุมกฎทั้งสี่ที่ยืนอยู่ข้างหลังนาง เวลานี้กำลังยุ่งกับการถกยุทธวิธีการทำศึกกันอยู่

“ที่นี่ชัยภูมิสูงชะโงกเงื้อมและเต็มไปด้วยอันตราย แม้สามารถถ่วงฝีเท้าศัตรูให้ช้าลง แต่ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาต้องไล่ตามทัน” ผู้คุมกฎงูพูดพลางงอนิ้วมือคำนวณว่ายังมีเวลาอีกกี่ชั่วยาม

“ข้างหน้าไม่มีหนทางให้ไปต่อ ข้างหลังมีทหารไล่ตามมา อย่างมากเราก็สู้ตายกับพวกเขา!” ผู้คุมกฎเสือดาวกำหมัด ข้อนิ้วดังกร๊อบ ท่าทางดุดันประหนึ่งจะลากคนลงสู่แดนนรก

“เราตายไม่เป็นไร แต่ท่านประมุขจะทำอย่างไร พวกเราได้สาบานต่ออดีตประมุขไว้ว่าจะปกป้องท่านประมุข” ดวงตาคู่งามของผู้คุมกฎจิ้งจอกขึงตามองพวกเขาปราดหนึ่ง

“ไม่ผิด พวกเราใครก็ตายได้ มีเพียงท่านประมุขที่ไม่ได้ ภาระสำคัญในการกอบกู้หุบเขาหมื่นบุปผาขึ้นมาใหม่อีกครั้งอยู่ที่ท่านประมุขแล้ว” ผู้คุมกฎอินทรีเอ่ยเตือนทุกคนด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นและควบคุมตนเองได้

ผู้คุมกฎทั้งสี่ที่เฝ้าปกป้องอยู่ข้างกายอูอีเสวี่ยแบ่งเป็นเสือดาว งู จิ้งจอก อินทรี เป็นคำขนานนามของพวกเขา และแสดงถึงแนวทางวรยุทธ์ที่พวกเขาเชี่ยวชาญ เสือดาวแข็งแกร่งห้าวหาญ งูนุ่มนวลลุ่มลึก จิ้งจอกชำนาญการใช้เสน่ห์เย้ายวนใจ อินทรีสร้างตาข่ายกว้างไพศาล

หน้าที่แล้ว1 of 6

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

    By

    บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทางอาจารย์ฝานแล้ว ฝานเ...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 176-177

    By

    บทที่ 176 เผยไหวกวงมองเสิ่นหุยที่ยิ้มอย่างอ่อนหวานให้เขาอยู่ตรงหน้า กลัวว่าคำพูดต่อไปของนางจะเป็น ‘แต่ข้าคิดถึงท่านมาก’ “แต่ข้าคิดถึงท่านมาก...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 124

    By

    บทที่ 124 เผยเซียวหยวนมือเปล่าไม่มีอาวุธ คิดจะไล่ตามไปต่อสู้ระยะประชิด กล่าวสำหรับเขาแล้วกลับจะได้เปรียบ เพิ่งจะขยับเท้า กลิ่นสาบฉุนก็พุ่งเข...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 174-175

    By

    บทที่ 174 หลังจากเสิ่นหุยกระซิบประโยคนี้แล้วก็ถอยหลังไปเล็กน้อย หลุบตาลงมองฉีอวี้แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “อวี้เอ๋อร์ ยามเย็นข้าจะไปกินอาหารเย...

  • กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

    ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

    By

    บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให้เรียบร้อยแล้ว อีกปร...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 172-173

    By

    บทที่ 172 เมื่อคืนเสิ่นหยวนหงดึงเสิ่นหมิงอวี้มาซักถามอย่างละเอียด เสิ่นหมิงอวี้คิดว่าในเมื่อการลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้สำเร็จแล้ว จึงตัดสินใจเล่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 122-123

    By

    บทที่ 122 ยามเที่ยงคืน จุดพักม้าที่รับรองแขกสูงศักดิ์ยุ่งวุ่นวายมาทั้งคืนในที่สุดก็กลับสู่ความเงียบสงบ แสงไฟบริเวณรอบๆ สลัวลง นอกจากทหารจากก...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 1-2

บทที่ 1 แคว้นต้าฉีถือเป็นผู้ปกครองแห่งใต้หล้า โดยมีเมืองลั่วอันที่รุ่งโรจน์เป็นเมืองหลวง ที่นั่นเป็นสถานที่รุ่งเรืองมั่ง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 3-4

บทที่ 3 ดังนั้นทหารองครักษ์นายนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงก่อเตาเล็กอย่างง่ายๆ ขึ้นมา แล้วใช้ถ่านไม้ไผ่บนรถม้าต้มน้ำร้อนเง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 7-9

บทที่ 7 ไป๋เฉี่ยนผู้นั้นกำลังรอคำพูดนี้ของคุณชายน้อยอยู่พอดี น้ำโอ่งใหญ่สาดออกไปจนกลายเป็นขวดวิเศษปราบปีศาจสาดกระจายไปทา...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 5-6

บทที่ 5 เมื่อคิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็ชิงเอ่ยปากต่อหน้าเซินยงว่า “เมื่อครู่พี่ชายได้ขอยกเลิกเรือนที่กรมพิธีการจัดสรรให...

community.jamsai.com