ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม เล่มห้า บทที่หนึ่ง – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ยอดหญิงเซียนเครื่องหอม เล่มห้า บทที่หนึ่ง

หน้าที่แล้ว1 of 5

บทที่หนึ่ง

 

ครุ่นคิดมาทั้งคืน นางก็ล้มเลิกที่จะปรับแก้เม็ดหอมเศร้าอาดูร

นางเคยได้ดมกลิ่นเม็ดหอมเศร้าอาดูรของกู่ฉินในชาติก่อนมาแล้ว เป็นกลิ่นหอมสดชื่นจางๆ ที่สูดดมเพียงเบาๆ ก็ทำให้คนเกิดความรู้สึกเศร้าสลด นับเป็นผลงานสืบทอดอันยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่เสียทีที่กู่ฉินเป็นถึงระดับเทพ สามารถนำความรู้สึกในการแยกจากที่สลักลึกลงในกระดูกสกัดออกมาเป็นกลิ่นได้

ในชาตินี้ถึงแม้ในมือจะมีตำราวิชาปรุงเครื่องหอมอยู่ แต่ฝีมือนางยังอ่อนด้อยนัก จะให้นางปรับแก้สูตรที่ยังไม่เป็นรูปร่างนี้ให้กลายเป็นสุดยอดกลิ่นอัศจรรย์ได้นั้น

คำเดียวคือ…ยาก!

แม้ว่านางจะทำออกมาได้จริง เกรงว่าเม็ดหอมที่ปรุงออกมาคงเพียงเทียบเท่ากับเม็ดหอมที่กู่ฉินขายให้ตระกูลหลิ่วเท่านั้น เมื่อมีอิงอ๋องคอยขวางอยู่เช่นนี้ เรื่องที่เม็ดหอมของนางจะชนะก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นหากต้องการชนะโดยไม่มีข้อกังขาใด นางต้องหาเครื่องหอมสักชนิดที่เอาชนะเม็ดหอมเศร้าอาดูรในชาติก่อนนั้นให้ได้ แต่ว่าเรื่องนี้จะง่ายได้อย่างไร

ถึงแม้ในตำราวิชาปรุงเครื่องหอมตระกูลเว่ยจะมีกลิ่นอัศจรรย์มากมาย แต่องค์หญิงหมิงอวี้อาจไม่ชอบก็ได้ อ่านข้อมูลส่วนตัวขององค์หญิงหมิงอวี้แล้ว ในสายตาของมู่หวั่นชิวนั้นองค์หญิงหมิงอวี้เป็นหญิงสาวที่ได้รับความรักมากมาย อยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาวซึ่งเป็นวัยของการเติบโตที่ยังไม่รู้จักทุกข์ ย่อมรู้สึกตื่นเต้นในความว้าวุ่นเป็นกังวลเช่นนั้น ด้วยเหตุนี้แม้งานมงคลจะเป็นเรื่องน่ายินดีเพียงใด แต่เกรงว่ากลิ่นหอมแห่งความยินดีเหล่านั้นคงไม่อาจเข้าตานางได้

ขณะที่เม็ดหอมเศร้าอาดูรของกู่ฉินกลับนำความรู้สึกเป็นทุกข์กังวลนี้สลักไว้ได้อย่างลึกซึ้ง อยากถามว่าสำหรับหญิงสาวแรกรุ่นยังมีอะไรที่ทำให้เศร้ารันทดไปกว่าคนรักต้องแยกจากอีก

ตลอดชั่วข้ามคืน แม้นางท่องตำราวิชาปรุงเครื่องหอมตระกูลเว่ยที่อยู่ในความทรงจำตั้งแต่ต้นจนจบไปหนึ่งรอบแล้วก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก จนกระทั่งเมื่อครู่นี้ท่ามกลางความไม่ชัดเจนเหล่านั้น กลิ่นหอมแปลกใหม่กลิ่นหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในหัวทันใด นั่นเป็นกลิ่นเปรี้ยวๆ หวานๆ ที่แฝงอยู่ในความสงบนิ่ง ราวกับความรักที่ยังไม่สุกงอมของชายหนุ่มหญิงสาว ในความอบอุ่นนั้นยังฉายความเศร้าจางๆ อันทุกข์ระทม ทั้งงดงามและเป็นนิรันดร์…

ตระกูลเว่ยเรียกว่า “สังสารวัฏ!”

ย้อนนึกถึงกลิ่นที่ผุดออกมาเมื่อครู่ มู่หวั่นชิวพลันกำหมัดแน่น แววตาเปล่งประกาย

“ใช่ ใช้อันนี้แหละ สามารถเอาชนะหลิ่วเฟิ่งได้แน่นอน!”

“…อาชิวพูดอะไรน่ะ” หลีจวินสงสัยมากยิ่งขึ้น “อะไรเอาชนะหลิ่วเฟิ่งได้” แล้วถามอีกว่า “เม็ดหอมเศร้าอาดูรของปรมาจารย์กู่ยังทำไม่สำเร็จเลย อาชิวจะบอกว่าเอาชนะได้อย่างไร”

“เอ่อ…” ราวกับถูกน้ำเย็นราดหัว มู่หวั่นชิวจึงพบว่าตนเองเผลอดีใจจนลืมตัว พูดเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นเหล่านั้นออกมา ใบหน้าเห่อร้อนขณะมองหลีจวินอย่างเก้อเขินด้วยไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

“เมื่อครู่อาชิวพูดอะไร” หลีจวินถามอีกครั้ง

“ข้า…” มู่หวั่นชิวพูดติดอ่าง “เมื่อครู่ข้าฝันว่าปรมาจารย์กู่ศึกษาทำเม็ดหอมเศร้าอาดูรออกมาได้แล้ว และขายให้กับหลิ่วเฟิ่งแล้วด้วย…”

รับรู้ว่าร่างหลีจวินสั่นกระตุก มู่หวั่นชิวจึงส่ายหน้าราวกับงุนงง

“กลิ่นในฝันนั้นนับว่าสุดยอดแล้ว” นางเงยหน้าขึ้นมองหลีจวิน “แม้ข้าจะศึกษาการทำเม็ดหอมเศร้าอาดูรได้สำเร็จ เกรงว่าคงจะแค่เทียบเท่ากันเท่านั้น ยังไม่อาจเอาชนะนางได้…”

“…ไยอาชิวจึงฝันเช่นนี้ได้” ในดวงตาหลีจวินฉายแววครุ่นคิด แอบคิดในใจว่าข้าไม่เคยคิดในด้านนี้มาก่อน หรือกู่ฉินจะศึกษาสูตรลับออกมาและขายไปแล้ว ตระกูลหลิ่วกลัวว่านางจะเหยียบเรือสองแคมจึงได้ลงมือหนักเช่นนี้

“คงเพราะเมื่อวานข้าคิดมากเกินไปกระมัง” มู่หวั่นชิวพูดจาคลุมเครือ แล้วดึงเขาเดินออกไปข้างนอก “ข้าเพิ่งคิดกลิ่นดีกลิ่นหนึ่งออกมาได้ ไป พวกเราไปที่ห้องปรุงเครื่องหอมกันเถอะ” ท่าทางนางตื่นเต้นเป็นพิเศษ

หลีจวินริมฝีปากขยับ ที่จริงยังอยากจะถามอีก แต่พอเห็นสีหน้าตื่นเต้นของมู่หวั่นชิวแล้ว เขาจึงปิดปากลง ลืมประเด็นที่จะพูดเมื่อครู่ไปจนสิ้น

“…ไม่ใช้วัตถุดิบเครื่องหอมทั่วไป ทั้งหมดใช้กลิ่นดอกไม้เป็นหลัก แล้วสกัดเป็นของเหลวที่มีกลิ่นหอม ใช้มะนาวและหญ้าหานซิวที่มีกลิ่นเปรี้ยวๆ หวานๆ เป็นหลัก” มู่หวั่นชิวเดินไปพลางอธิบายน้ำหอมในความคิดของนางให้หลีจวินฟัง “แล้วเติมดอกมะลิที่มีกลิ่นหอมหวานสดชื่น ดอกระฆังป่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นเย้ายวนใจ อืม ยังมี…” เสียงพูดขาดหายไปครู่หนึ่ง “ชะมดเช็ด ดอกกุหลาบ ดอกจื่อหลัวหลัน ดอกสุ่ยเซียน…”

ในคืนแต่งงานก็ควรใช้ชะมดเช็ดที่เต็มไปด้วยแรงกระตุ้นเป็นตัวนำด้วย นั่นถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว!

“ใช้ดอกไม้ทั้งหมดจะได้หรือ” หลีจวินลังเลสักครู่จึงถามอีกว่า “อาชิวสกัดน้ำหอมเป็นหรือ ฝึกมาจากใครกัน”

น้ำหอมเป็นสิ่งที่ปรมาจารย์เว่ยริเริ่มเมื่อสามสิบปีก่อน เคยเป็นที่นิยมอยู่ช่วงหนึ่ง ทว่าหลังจากนั้นจู่ๆ นางก็หายสาบสูญไป ทิ้งเพียงเครื่องมือประหลาดเอาไว้จำนวนหนึ่งซึ่งไม่มีใครใช้เป็น ทำให้สุดยอดกลิ่นหอมที่มีอยู่มากมายไม่ได้รับการสืบทอดต่อ

นับจากนั้นเป็นต้นมา แคว้นต้าโจวก็นิยมใช้วิธีเก่าแก่ในการสกัดน้ำหอม แต่เพราะหนึ่งคือวิธีการที่ใช้ไม่คล่องตัว สองคือเงินทุนสูงเกินไป มักต้องใช้วัตถุดิบเครื่องหอมเป็นสิบเท่าร้อยเท่าจึงจะสามารถสกัดน้ำหอมออกมาได้ชุดหนึ่ง ทำให้มีคนไม่กี่คนเท่านั้นที่มีเงินพอจะใช้น้ำหอมนี้ได้ ศิลปะการสกัดน้ำหอมนี้จึงค่อยๆ ถูกลดทอนความสนใจ จนถึงตอนนี้ในต้าโจวมีเพียงนักปรุงเครื่องหอมเก่าแก่ไม่กี่คนที่ยังจำศิลปะวิชานี้ไว้

ตระกูลหลีในฐานะผู้นำของวงการปรุงเครื่องหอม เพื่อให้ผู้คนเห็นถึงอำนาจที่แท้จริงของตระกูลหลีแล้ว หลายปีมานี้เขาจึงไม่สนใจเรื่องต้นทุน ชุบเลี้ยงนักปรุงเครื่องหอมที่สกัดน้ำหอมโดยเฉพาะไว้สองคน ทุกปีจะลงทุนมหาศาลในการสกัดน้ำหอมชุดหนึ่งส่งเข้าวัง เติมเต็มความยินดีให้แก่ไทเฮา สนมชายาและเหล่านางในทั้งหลาย ทำให้ตำแหน่งของตระกูลหลียังมั่นคงในสายตาของเชื้อพระวงศ์อยู่

แต่เพราะเสียต้นทุนสูง ใช้เวลามากและสิ้นเปลืองเกินไป ตระกูลหลีจึงไม่กล้าสกัดออกมาจำนวนมากเพื่อวางขาย กระทั่งเครื่องหอมเพียงไม่กี่ขวดที่ใช้ในงานพระราชพิธีอภิเษกขององค์หญิงหมิงอวี้กว่าจะสกัดออกมาได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถึงแม้งานฉลองจะมีเพียงวันเดียว แต่เครื่องหอมที่ใช้ก็ยังมีปริมาณที่มากอยู่ดี

หน้าที่แล้ว1 of 5

Comments

comments

Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 91-92

    By

    บทที่ 91 ฉีอวี้เหม่อมองเสิ่นหุย มองดูเสด็จน้าทรุดนั่งลงบนพื้น เขาก้มหน้าลงจ้องมองกางเกงตัวในของตนที่เปียกชุ่มแนบติดขา ดูเหมือนเพิ่งเข้าใจว่า...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 69

    By

    บทที่ 69 ครั้นรถม้าที่จ้าวจงฟางกับจิตรกรน้อยนั่งอยู่จากไป หานเค่อรั่งก็เปลี่ยนสีหน้า เขาหันมาทางผู้ใต้บังคับบัญชาที่ยืนอยู่ด้านข้าง สายตากวา...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 89-90

    By

    บทที่ 89 เสิ่นหุยนึกถึงผู้ช่วยเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนก่อนขึ้นมาทันใด นางรีบถามว่า “แล้วใต้เท้าซูเล่า” คนที่มาแจ้งข่าวทำงานนอกวังหลวงอยู่ตลอด ไม่ค่...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 67-68

    By

    บทที่ 67 เผยเซียวหยวนถอยออกมาถึงระเบียงประตูนอกห้องจัดเลี้ยง ยืนรอนางอยู่ที่นั่น เมื่อนางเดินมาถึงเบื้องหน้าตน เขาก็ยิ้มบางแล้วพยักหน้าเล็กน...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

    By

    บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหลือบตาขึ้นมองนางอย่าง...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

    By

    บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไม่นานนางก็ถึงแก่กรรม...

  • ทดลองอ่าน

    ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

    By

    บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นางพาดไว้เช็ดคราบน้ำบน...

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 85-86

บทที่ 85 เผยไหวกวงทำตามความปรารถนาของเสิ่นหุย ล้างมือให้สะอาดในน้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้เขา จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่นา...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน เสน่หามายาจอมนาง บทที่ 87-88

บทที่ 87 เสิ่นหุยมองดูเผยไหวกวงดื่มสุราหนึ่งถ้วย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงยกกาสุราขึ้นมารินให้ตนเองเล็กน้อย เผยไหวกวงเหล...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 63-64

บทที่ 63 เผยเซียวหยวนมีสมองที่แจ่มใสและเฉียบแหลม เขาจึงเข้าใจความหมายในคำพูดเหล่านั้นของนางได้โดยไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ท...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 65-66

บทที่ 65 วันนี้ก็เป็นวันครบรอบการจากไปของชุยเหนียงจื่อมารดาของเผยเซียวหยวน ปีนั้นหลังจากเหตุการณ์ที่ประตูตันเฟิ่งผ่านไปไ...

community.jamsai.com