อุตส่าห์ได้โอกาสเกิดใหม่อีกชาติหนึ่ง เจียงซิ่วรุ่นไม่อยากจะเป็นหมากของผู้ใดอีกแล้ว โดยเฉพาะเป็นหมากของบิดานาง
บิดาเองก็มีความสามารถโดดเด่นไปหมดทุกอย่างจริงๆ เช่นกัน แรกเริ่มเมื่อยี่สิบปีก่อนก็ชิงอำนาจแย่งบัลลังก์มาจากอ๋องเจ้าแคว้นคนก่อน ต่อมาถูกแคว้นเหลียงผนวกไปก็ยังสามารถทิ้งศักดิ์ศรีของอ๋องเจ้าแคว้นยอมรับศัตรูเป็นบิดาได้อีก
เช่นนั้นชีวิตนี้ก็เชิญบิดาดูแลตนเองเถิด ให้เขาดิ้นรนกอบกู้สถานการณ์ รักษาความรุ่งเรืองมั่งคั่งที่เขาช่วงชิงมาด้วยตนเองก็แล้วกัน!
ชาตินี้ของนางเพียงคิดปกป้องตนเองกับพี่ชายในทุกๆ เรื่อง ได้มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมั่นคงราบรื่นภายในโลกอันแสนวุ่นวายแห่งนี้เท่านั้น…
น่าเสียดาย นางกลับมามีชีวิตอีกครั้งในตอนที่สายเกินไป เป็นช่วงเวลาที่ออกเดินทางมายังเมืองหลวงต้าฉีไปแล้ว หากจะหลบหนีระหว่างทางนั้นไม่มีโอกาสเลยสักนิด เพราะมารดาคนใหม่ของนางนั้นความคิดชั่วร้ายและเป็นคนเจ้าเล่ห์ยิ่ง แม่ทัพที่ส่งมาอารักขาพวกนางสองพี่น้องสู่ต้าฉีก็คือเซินยงพี่ชายแท้ๆ ของเซินซื่อชายาเอกอ๋องเจ้าแคว้นผู้เยาว์วัย พี่ชายชายาเอกอ๋องคนนี้สั่งกองทหารองครักษ์ให้ป้องกันทั้งกลางวันกลางคืน ไม่เปิดโอกาสให้พวกนางพี่น้องได้หลบหนีเลยสักนิด
ในเมื่อหลบหนีไม่ได้ เรื่องราวหลังการเข้าเมืองก็เป็นเหตุการณ์ที่ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว
คิดถึงตรงนี้เจียงซิ่วรุ่นก็หันกายไปเปิดหีบเสื้อผ้าข้างตัว หยิบพระราชสาส์นที่ประทับตราลัญจกรของแคว้นปอปิดผนึกด้วยยางไม้สีแดงฉบับหนึ่งออกมา
ในชาติที่แล้วเจียงซิ่วรุ่นแขนเสื้อยาวร่ายรำอย่างช่ำชองอยู่ในเมืองลั่วอัน ผูกไมตรีกับสามคำสอนเก้าสำนัก เรื่องอื่นไม่ถึงขั้นเชี่ยวชาญชำนาญ แต่ฝีมือในการลอบแก้จดหมายของนางนี้กลับอยู่ในระดับชั้นยอด
มองดูข้าวของในรถม้าแล้วนางก็ยกหีบหนังสือที่วางอยู่บนชั้นมา หยิบมีดตัดกระดาษออกมาอังบนเตาให้ความอบอุ่นที่อยู่ด้านข้างครู่หนึ่ง รอจนใบมีดร้อนจัดก็ค่อยใช้แซะเปิดด้านล่างของผนึกยางไม้ด้วยความรวดเร็ว เช่นนี้ยางไม้ปิดผนึกที่ประทับไว้อย่างดีก็จะถูกเอาออกจนหมด
เจียงซิ่วรุ่นเอาผนึกยางไม้วางไว้ด้านข้างอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด แล้วคลี่พระราชสาส์นออก
จะว่าไปบิดาขึ้นครองราชย์ได้ไม่เกินยี่สิบปี ก่อนที่จะแย่งอำนาจชิงบัลลังก์มา บิดาก็คือขุนนางอาวุโสที่มีความสามารถโดดเด่นด้านอักษร ต่อมาได้แต่งงานกับหวั่นซื่อมารดาผู้เป็นบุตรสาวปออ๋องคนก่อน หลังจากกระโดดคราเดียวกลายเป็นราชบุตรเขยปออ๋องแล้ว เขาถึงรอคอยโอกาสชิงบัลลังก์ และเปลี่ยนแปลงแผ่นดินแคว้นปอของสกุลหวั่นภายในพริบตา
เวลานี้ท่านผู้เฒ่าก็ได้กลายเป็นอ๋องเจ้าแคว้นแล้ว พรสวรรค์ไม่ได้ถดถอยลง ยังคงใช้วาจาประจบประแจงราวกับออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ และยังใช้ถ้อยคำนัยลึกซึ้งอย่างเชี่ยวชาญช่ำชอง ทำให้ผู้ที่พบเห็นได้ยินแล้วจิตใจหวั่นไหว
เจียงซิ่วรุ่นในชาติที่แล้ว ถึงแม้ตอนอยู่ในท้องพระโรงของต้าฉีได้ฟังคนอ่านออกเสียงดังและซาบซึ้งถึงความสามารถในการประจบสอพลอของบิดาแล้ว แต่เมื่อกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งและได้อ่านพระราชสาส์นอีกรอบ นางก็ยังคงรู้สึกอับอายอย่างมากจนทนอ่านไม่ไหว
เวลากระชั้นชิด ขบวนที่เข้าเมืองกำลังค่อยๆ เคลื่อนไปข้างหน้า อีกประเดี๋ยวจะถึงรอบที่รถม้าของคณะทูตแคว้นปอเข้าเมืองแล้ว
นางรู้อยู่แก่ใจว่าตนเองไม่มีตราลัญจกรของแคว้น จึงไม่มีวิธีปลอมแปลงพระราชสาส์นฉบับใหม่ออกมาอีกฉบับหนึ่งได้ แต่…ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทดลองดูได้
ในเวลาอันรวดเร็วเจียงซิ่วรุ่นก็หาพบประโยคที่เขียนว่า
‘บุตรสาวเราเจียงซิ่วรุ่นอุปนิสัยอบอุ่นอ่อนโยน รูปโฉมงามเฉิดฉัน ยินดีอยู่เคียงข้างพระวรกายตวนชิ่งฮ่องเต้ผู้เปรื่องปราด หนุนเขนยอย่างสงบสุข ศึกษาคุณธรรมอันเปรื่องปราดของฮ่องเต้ เพื่อเอิบอาบซึมซับมารยาทประเพณีอันงดงามอย่างที่สุดของราชวงศ์อันรุ่งเรือง…’