เจียงซิ่วรุ่นอดทนต่อความขยะแขยงขณะอ่านอยู่เที่ยวหนึ่ง มั่นใจแล้วว่ามีเพียงถ้อยคำตรงตำแหน่งนี้เท่านั้นที่จำเป็นต้องแก้ไข จึงหยิบสะดึงที่ปักผ้าออกมา ขึงผ้าไหมเนื้อบางที่เป็นพระราชสาส์นฉบับที่ถูกต้องแท้จริงลงไป แล้วค่อยใช้มีดตัดตัวอักษรในประโยคนั้นออกไปสองตัวด้วยความระมัดระวังเป็นที่สุด
เนื่องจากผ้าที่พระราชสาส์นฉบับนี้ใช้คือผ้าไหมที่ทอจากหนอนไหมซึ่งเปล่งประกายระยิบระยับอันเป็นของที่มีเฉพาะแคว้นปอ คุณสมบัติของผ้าละเอียดเรียบลื่นอ่อนนุ่ม เหมาะแก่การเขียนอักษรและวาดภาพเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันเพราะสีโดยธรรมชาติของหนอนไหมนั้นเปล่งประกายระยิบระยับอยู่แล้ว ต่อให้วัสดุของผ้าสองผืนไม่เหมือนกัน สีก็ไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด
เจียงซิ่วรุ่นรื้อค้นผ้าผืนหนึ่งออกมาจากในหีบที่ใส่ของบรรณาการ ฝนหมึกจุ่มพู่กัน ใจจดจ่อกับการคัดลอกแบบตัวอักษรของบิดา แล้วเขียนอักษรคำว่า ‘บุตรชาย’ กับคำว่า ‘เหอ’ ลงไปสองตัว
รอจนหมึกแห้งแล้วค่อยตัดผ้าออกมา จัดแนวเส้นด้ายของผ้าให้ดี ใช้ทักษะอันเชี่ยวชาญในการปะผ้าของนางอย่างสุดฝีมือ จัดการเย็บปะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาไม่นานนักผ้าชิ้นนั้นก็ถูกเย็บปะอย่างสนิทแน่นเรียบร้อย หากมิใช่คนที่เชี่ยวชาญด้านนี้จะไม่มีทางดูรอยเย็บปะออกอย่างเด็ดขาด
และข้อความที่ต้องการยกบุตรสาวให้เป็นของบรรณาการแด่ตวนชิ่งฮ่องเต้อย่างโจ่งแจ้งนั้นก็เปลี่ยนเป็น
‘บุตรชายเราเจียงเหอรุ่นอุปนิสัยอบอุ่นอ่อนโยน รูปโฉมงามเฉิดฉัน ยินดีอยู่เคียงข้างพระวรกายตวนชิ่งฮ่องเต้ผู้เปรื่องปราด หนุนเขนยอย่างสงบสุข ศึกษาคุณธรรมอันเปรื่องปราดขององค์ฮ่องเต้ เพื่อเอิบอาบซึมซับมารยาทประเพณีอันงดงามอย่างที่สุดของราชวงศ์อันรุ่งเรือง…’
เจียงซิ่วรุ่นรู้ดีแก่ใจว่าตวนชิ่งฮ่องเต้นั้นไม่ใช่ผู้นิยมรักชอบบุรุษแม้แต่น้อย พระราชสาส์นเช่นนี้น่าจะทำให้ฮ่องเต้ผู้เปรื่องปราดของต้าฉีขยะแขยงจนประหยัดอาหารไปได้หลายมื้อเลยทีเดียว
ถึงแม้จะเดินหมากอันตรายตาหนึ่งแล้ว แต่ ณ ขณะนี้ก็มีแค่วิธีนี้เท่านั้นแล้วที่จะสามารถให้นางลองทำเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาเลวร้ายของนางกับพี่ชายได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้นางก็สูดลมหายใจเข้าลึกเฮือกหนึ่ง หยิบเสื้อตัวยาวกับเกี้ยวครอบผมของพี่ชายออกมา แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
ในชาติก่อนเพราะว่าอยู่ที่เมืองหลวงติดตามฉินจ้าวออกไปล่าสัตว์ นางจึงแต่งกายเป็นบุรุษ ตอนเปลี่ยนไปสวมชุดล่าสัตว์เคยพบด้วยความบังเอิญว่ารูปโฉมอันงดงามเย้ายวนดุจปีศาจแต่เดิมของตนนั้น ยามที่แต่งกายเป็นชายความงามล่อลวงใจคนนั้นถึงกับหายไปไม่น้อย รวมเข้ากับมือยาวขายาว รูปร่างสูงสง่า นางจึงค่อนข้างเหมือนเด็กหนุ่มองอาจสง่างามที่ดูอ่อนแออยู่หลายส่วน
เวลานี้นางสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ของพี่ชาย ถึงแม้ไม่เคยถือคันฉ่องส่องดูรูปโฉมตนเอง แต่ก็รู้อยู่ลึกๆ เช่นกันว่าตนเองดูเหมือนเด็กหนุ่มที่หล่อเหลาผู้เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา
ในชาติที่แล้วบางทีอาจเพราะนางเข้าเมืองมาอย่างไม่ทันตั้งตัว นางจึงเหมือนจอกแหนที่ลอยละล่องไปในโลกอันยุ่งเหยิงวุ่นวาย เผชิญชะตากรรมอันยากลำบากไปทั้งชีวิต
ครั้งนี้สวรรค์เบื้องบนอนุญาตให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง เช่นนั้นนางก็จะเปลี่ยนวิธีการตอนเข้าเมือง ใช้ศักดิ์ฐานะของบุตรชายปออ๋อง ลองเข้าเมืองแห่งพยัคฆ์และสุนัขป่าของต้าฉีแห่งนี้ดู!