เซินยงคิดไม่ถึงว่าเด็กสาวดื้อรั้นผู้นี้จะไม่ทำตามกฎเกณฑ์ แม้แต่จรรยามารยาทล้วนไม่ต้องการแล้ว ช่างกระทำตัวเป็นอันธพาลกลางตลาดจริงๆ! ขู่ขวัญจนเขาตะโกนเสียงดังในทันที “คะ…คุณชายน้อยไยต้องเป็นเช่นนี้! เงินนั่นใช้จ่ายไปแล้วจริงๆ อย่างย่ำแย่สุดข้าจะเอาเงินของตนเองชดเชยให้พวกท่านสองพี่น้องเป็นการส่วนตัวก็แล้วกัน!”
ในตอนนั้นเองที่ด้านหลังของเจียงซิ่วรุ่นก็มีเสียงลอยมา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นข้าก็ขอเป็นตัวแทนบุตรชายแคว้นปอทั้งสองท่านทำการตรวจสอบความถูกต้อง ขอให้แม่ทัพท่านนี้อย่าได้ผิดคำพูดไปเสียเล่า!”
สองพี่น้องสกุลเจียงหันกลับไปมองทันที ที่แท้ก็คือบุตรชายเหลียงอ๋องหลิวเพ่ย
เขาก็มากินอาหารที่ร้านนี้เช่นกัน อยู่ใกล้เช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าได้ยินวาจาน่าขันอยู่นานเพียงใดแล้ว
เซินยงก็จำได้ว่านี่คือบุตรชายเหลียงอ๋อง…แคว้นเพื่อนบ้านของแคว้นปอ ทว่าเขาได้กล่าววาจาออกไปแล้ว ประหนึ่งน้ำที่เทออกไปยากจะเอากลับคืนมาได้ ครู่ต่อมาก็ได้แต่มอบกุญแจออกไป ส่งมอบทองคำหนึ่งร้อยแท่งให้กับสองพี่น้องสกุลเจียงไปอย่างว่าง่าย
เขาลอบด่าอย่างสาดเสียเทเสียอยู่ในใจ…เดิมนึกว่าจะเป็นภารกิจที่เก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ แต่กลายเป็นต้องมาคอยรับใช้เช่นนี้! ทีแรกก็เกิดเรื่องวุ่นวายที่นางเด็กดื้อรั้นแก้พระราชสาส์นก่อน จากเดิมไม่มีเรื่องอะไรก็เกิดเปลี่ยนเพศขึ้นมา หลังจากนั้นแผนการหาเงินเข้าคลังของตนเองก็หลุดลอยตามน้ำไป เวลานี้จึงอยากจะกลับแคว้นปอให้เร็วขึ้นสักหน่อย แล้วค่อยลอบส่งคนมาสังหารเด็กสาวผู้นี้เพื่อปิดปากและระบายความแค้นไปด้วย!
เซินยงลอบวางแผนอำมหิตในใจพลางเดินจากไปด้วยความโมโหโกรธเกรี้ยว
ส่วนเจียงจือในขณะนี้ก็มีอาการตอบสนองกลับมาแล้ว การร้องทุกข์ว่ายากจนเมื่อครู่ของแม่ทัพเซินนับว่าเหลวไหลค่อนข้างมาก ขณะนี้ชายแดนของแคว้นปอกับแคว้นเหลียงสงบสันติ นับว่าเป็นเพื่อนบ้านที่ไร้เรื่องราว ดังนั้นรอจนแม่ทัพเซินไปแล้ว เขาจึงได้หันกายไปกล่าวขอบคุณต่อหลิวเพ่ย
หลิวเพ่ยยิ้มเล็กน้อยพลางประสานมือคำนับและกล่าวว่า “เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ กลับเป็นความกล้าของคุณชายน้อยเจียงที่ทำให้คนนับถือ”
เจียงซิ่วรุ่นช้อนตาขึ้นมองหลิวเพ่ย พบว่าดวงตาของ ‘ท่านปู่บุญธรรม’ ผู้นี้กำลังจ้องขนคิ้วของนาง มุมปากแฝงรอยยิ้มอยู่เล็กน้อย
หลิวเพ่ยรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางสุภาพมีความรู้ ถึงแม้ไม่รูปงามเย้ายวนราวกับวิญญาณร้ายเฉกเช่นเฟิ่งหลีอู๋ แต่กลับหล่อเหลาโดดเด่นเหนือใคร หากมองดูเพียงภายนอก นี่จะต้องเป็นคุณชายที่สุภาพอ่อนโยนอย่างแน่นอน ดูไม่มีเล่ห์เหลี่ยมของคนที่คิดกลืนกินแว่นแคว้นเพื่อนบ้าน และตั้งป้อมแยกตัวเป็นอิสระต่อต้านต้าฉีในชาติก่อนนี้แม้แต่น้อยนิด
นางกลับรู้ความหมายในสายตานั้นของหลิวเพ่ยดี เห็นชัดว่าเขาขบขันที่นางก่อนและหลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ทว่าสตรีสามารถเขียนคิ้ววาดตาได้แค่นั้น ไม่อนุญาตให้บุรุษได้แต่งหน้าก่อนเข้าเฝ้าฮ่องเต้สักเล็กน้อยเชียวหรือ
กับคนที่ทำลายบ้านเกิดของตนผู้นี้ เจียงซิ่วรุ่นไม่มีความรู้สึกดีด้วยแม้แต่น้อย นางจึงเพียงประสานมือเป็นการแสดงการขอบคุณเท่านั้น
แต่เจียงจือกลับชมชอบหลิวเพ่ยมากในทันทีที่เห็น ตอนที่หลิวเพ่ยเสนอว่ารออีกหลายวันหลังจากที่พวกเขาหาสถานที่ลงหลักปักฐานได้เรียบร้อยแล้ว เขาจะพาสหายมาเป็นแขกที่เรือนสกุลเจียง ซึ่งเจียงจือก็ตอบรับอย่างยินดี
เจียงซิ่วรุ่นที่อยู่ด้านข้างแม้จะฟังแล้วขัดหู แต่กลับไม่ได้ขัดขวาง