บทที่ 6
แต่เจียงซิ่วรุ่นที่ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าสวนพอใจกับกำลังขาของสาวใช้ของตนเองผู้นี้เป็นอย่างมาก
ในชาติก่อนนางไม่ค่อยสนิทสนมคุ้นเคยกับแม่ทัพหญิงผู้นี้นัก แต่ก็เคยได้ยินเรื่องราวสำคัญๆ ในอดีตของอีกฝ่ายมา รู้ว่าไป๋เฉี่ยนเป็นคนซื่อตรง ไม่ใช่พวกคนสับปลับปลิ้นปล้อน
คนที่มีพละกำลังผิดปกติ แต่ในยามประสบเคราะห์หนักกลับไม่ยอมลดตัวไปเป็นโจรปล้นทรัพย์ เลือกขายตัวเพื่อฝังศพบิดามารดาแทน ย่อมต้องมีเส้นแบ่งคุณธรรมความเป็นมนุษย์ เมื่อมีคนซื่อสัตย์เที่ยงตรงเช่นนี้อยู่ข้างกาย นางก็ค่อยสบายใจขึ้นบ้าง
พอจัดการบ้านเรือนเรียบร้อยแล้ว ยังต้องรับรองแขกผู้สูงศักดิ์อีก เจียงซิ่วรุ่นจำได้ว่านัดหมายกับหลิวเพ่ยไว้ ถึงแม้ไม่รู้ว่าเขาจะพูดไปโดยไม่ทันคิดหรือไม่ แต่ในเมื่อตอนนั้นนางกับพี่ชายเชิญเขามาเป็นแขกแล้ว เช่นนั้นก็ไม่อาจทำผิดสัญญาได้
ดังนั้นก่อนถึงวันนัดหมายเจียงซิ่วรุ่นจึงสั่งให้คนไปที่เรือนของตัวประกันแคว้นเหลียง ส่งเทียบเชิญซึ่งเขียนที่อยู่ใหม่ไปให้ จากนั้นซื้อลูกหมูกับสุราชั้นดี เนื้อสัตว์อื่นๆ และผักต่างๆ มาประกอบอาหารเลิศรสเพื่อรับรองแขกผู้มาเยือน
ไป๋อิงชำนาญด้านงานครัว สีสันบนตัวลูกหมูนั้นมีความสม่ำเสมอ เคี่ยวจนได้รสชาติ ส่วนเนื้อที่เหลือก็ทำตามที่เจียงซิ่วรุ่นชี้แนะ ทำออกมาเป็นอาหารย่างรสเลิศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแคว้นปอ อาหารที่ทำออกมามีทั้งจานใหญ่และจานเล็ก เป็นการผสมผสานรสชาติอาหารของแคว้นปอกับแคว้นฮุ่ยเข้าด้วยกัน นับว่านำขึ้นโต๊ะแสดงต่อสายตาทุกคนได้แล้ว
รอจนถึงช่วงเวลาที่นัดหมาย ที่ปากตรอกก็มีเสียงรถม้าดังมา เจียงจือในฐานะที่เป็นเจ้าบ้านผู้มีอัธยาศัย จึงนำเจียงซิ่วรุ่นมายืนต้อนรับแขกที่หน้าประตูด้วยตนเอง
แต่รถม้าที่มาไม่ได้มีเพียงแค่คันเดียว หลิวเพ่ยยังมาพร้อมกับสหายทั้งกลุ่ม ด้านหลังรถม้าของเขายังมีรถม้าตามมาอีกสามสี่คันด้วย
เมื่อหลิวเพ่ยลงจากรถม้าแล้ว ก็ยิ้มน้อยๆ พลางกล่าวกับพี่น้องสกุลเจียงที่มาต้อนรับว่า “เดิมทีวันนี้มีสหายหลายท่านนัดหมายกันไว้ว่าจะมาพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือโบราณหลายม้วนที่ได้มาโดยบังเอิญ เมื่อวานตอนที่ได้รับเทียบเชิญ ก็นึกถึงนัดหมายกับพวกท่านสองพี่น้องได้ จึงได้ย้ายชุมนุมหนังสือมาที่เรือนของท่านเสียเลย และจะได้แนะนำกลุ่มคนที่มีคุณสมบัติโดดเด่น มีความรู้ความสง่างามหลายท่านนี้ให้ท่านด้วยพอดี”
เจียงจือฟังแล้วก็ตอบอย่างยิ้มแย้ม “แขกผู้สูงศักดิ์เต็มเรือน กลิ่นหนังสือกระจายไปทั่ว เป็นเรื่องที่เฝ้ารอคอย ยังคงขอเชิญคุณชายเป็นตัวแทนแนะนำแขกผู้สูงศักดิ์ให้ด้วย”
เจียงซิ่วรุ่นที่อยู่ด้านข้างกลับฟังจนเข้าใจแล้ว หลิวเพ่ยผู้นี้ลืมที่นัดหมายกับพวกเขาสองพี่น้องไปแล้ว วันนี้เดิมมีนัดหมายอื่นอยู่ แต่หลังจากได้รับเทียบเชิญถึงนึกขึ้นมาได้ เพื่อจะได้ไม่เป็นคนเสียคำพูด จึงได้เอานัดหมายทั้งสองเรื่องนี้มารวมเป็นหนึ่งเดียว
นางไม่ได้กล่าวอันใดทั้งสิ้น ตัวประกันของแคว้นที่อ่อนแออย่างแคว้นปอเมื่ออยู่ในเมืองลั่วอันที่กว้างใหญ่ ก็ไม่มีผู้ใดเห็นอยู่ในสายตา หลิวเพ่ยมีฐานะเป็นบุตรชายเหลียงอ๋อง กลับให้เกียรติเหล่าปัญญาชน ยอมคบหากับตัวประกันแคว้นที่อ่อนแอ ในสายตาของผู้อื่นนั่นคือการแสดงออกว่าเป็นผู้ทรงคุณธรรมไม่ประจบสอพลอ หากเกิดความไม่พอใจขึ้นมาในเวลาเช่นนี้ ก็จะต้องมีคนรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าบุตรชายปออ๋องช่างใจคอคับแคบนัก
แต่หลังจากรถม้าหลายคันทางด้านหลังมีคนลงมาแล้ว ในที่สุดเจียงซิ่วรุ่นก็เห็นแขกผู้มาเยือนทั้งหมดได้อย่างชัดเจน นางพลันนึกเสียใจขึ้นมา หากรู้ล่วงหน้าว่าแขกที่มาวันนี้มีสองคนนั้นด้วย ผิดคำพูดไปก็ไม่เห็นจะเป็นไร