โถงข้างค่อนข้างคับแคบ ทั้งสองคนจึงนั่งชิดกันอย่างยิ่ง เจียงซิ่วรุ่นถึงกับสามารถสูดได้กลิ่นหอมเย็นของดอกบัวจากบนร่างเขา
ทั้งคู่นั่งขัดสมาธิ หัวเข่าจึงกระทบกันเป็นระยะๆ
เจียงซิ่วรุ่นเตือนสติตนเองอยู่ตลอดว่าขณะนี้นางคือบุรุษ ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับการที่แขนขาสัมผัสกันเช่นนี้
เวลานี้นางเองสงบนิ่งลงมาได้แล้ว แต่จู่ๆ ก็พลันตระหนักได้ถึงสาเหตุที่รัชทายาทไม่ได้สร้างความลำบากให้กับนาง…แท้ที่จริงเป็นเพราะวาจาที่นางเพิ่งกล่าวไปเมื่อครู่นั้นเข้าไปถึงก้นบึ้งของใจเขา
เฟิ่งหลีอู๋ผู้นี้ถึงแม้จะเป็นบุตรชายคนโตสายตรงของต้าฉี แต่เส้นทางการเป็นรัชทายาทกลับไม่ได้ราบรื่น มารดาของเขาถึงแม้จะสูงศักดิ์เป็นฮองเฮา แต่กลับไม่เป็นที่โปรดปรานมาตลอดระยะเวลายาวนาน แม้แต่เฟิ่งหลีอู๋เมื่อยามเยาว์วัยก็ไม่ได้รับความรักจากบิดา
ว่ากันว่าหลังจากคลอดเขา ฮองเฮารออย่างทรมานถึงสิบวันกว่าฮ่องเต้จะประทานนาม ‘เฟิ่งหลีอู๋’ นี้มาให้
ความหมายสื่อว่า…หงส์ที่เป็นปักษาเทพหากว่าไปจากต้นอู๋ถงอันสูงใหญ่แล้ว ก็ได้แต่คืบคลานอยู่ตามป่าเขา กลายเป็นไก่ฟ้าธรรมดาตัวหนึ่ง
แต่พอเป็นพระชายารักอีกนางหนึ่งซึ่งเป็นที่โปรดปรานของตวนชิ่งฮ่องเต้คลอดบุตร กลับมีเกียรติยศรุ่งโรจน์เป็นที่สุด ได้รับประทานนามว่า ‘เฟิ่งอู่’ หนึ่งบุตรภรรยาเอกหนึ่งบุตรอนุนี้อายุต่างกันเพียงสามเดือน แต่ชื่อแซ่กลับซุกซ่อนนัยลึกซึ้งเอาไว้
นี่ก็คือสัญญาณลับบอกให้ฮองเฮาทำตัวเป็นสตรีที่มีคุณธรรมอันดี เลี้ยงดูบุตรชายโดยให้ใช้ชีวิตอย่างสันโดษในตำหนักเย็น และยอมสละตำแหน่งถึงจะดี
หากฮองเฮาคลอดไก่ฟ้าออกมาตัวหนึ่งจริงๆ บางทีรัชทายาทของต้าฉีคงจะเป็นเฟิ่งอู่ที่บินขึ้นสวรรค์ชั้นเก้าไปแล้ว
น่าเสียดาย ถึงแม้ฮองเฮาจะมีนิสัยเผด็จการมาตั้งแต่กำเนิด ไม่อบอุ่นอ่อนโยน ยากที่ตวนชิ่งฮ่องเต้จะรักใคร่โปรดปรานได้ แต่นางคลอดลูกเก่ง ที่คลอดออกมาก็คือมังกรน้อยที่ไปจากต้นอู๋ถงแล้วก็ดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกจำศีลเปลี่ยนร่างอยู่ จะช้าหรือเร็วต้องมีสักวันที่สะสมกำลังได้เพียงพอแล้วก็จะสามารถบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ในคราเดียว
บุรุษที่ไม่ได้รับความโปรดปรานจากบิดาตั้งแต่เยาว์วัยผู้นี้ก้าวออกมาจากตำหนักเย็นทีละก้าวๆ สะสมขุมอำนาจได้อย่างไร นั่นก็คือเรื่องเล่าอันน่าเหลือเชื่ออีกเรื่องหนึ่ง
เขาเป็นผู้ที่ยึดกุมโอกาสได้เก่งกาจมาก โดยฉวยโอกาสช่วงที่ตวนชิ่งฮ่องเต้ดีใจกับการจะสร้างผลงานใหญ่ด้วยการนำทัพพิชิตแคว้นข้างเคียงด้วยพระองค์เอง เขาพึ่งพาการสนับสนุนของขุนนางเก่าแก่โดยใช้ข้ออ้างว่า ‘กำจัดคนชั่วข้างพระวรกายเสด็จพ่อ’ เข้าวังสังหารพระชายาคนโปรดที่บิดาหลงใหลไป แล้วกักขังเฟิ่งอู่น้องชายของตนเอง
ตอนที่ทัพหน้าของตวนชิ่งฮ่องเต้พ่ายแพ้ และจำเป็นต้องให้ราชสำนักต้าฉีส่งกำลังทหารไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เฟิ่งหลีอู๋ก็ฉวยโอกาสนี้ ‘ขอให้’ บิดาถอนคำสั่งกลับ และรับมารดาของเขาออกมาจากตำหนักเย็น ห้ามกระทำการไม่เป็นธรรมด้วยการถอดถอนบุตรชายภรรยาเอกและแต่งตั้งบุตรอนุเป็นรัชทายาทอีก
ตวนชิ่งฮ่องเต้ที่ถูกศัตรูล้อมเอาไว้จนแทบจะอดตายอยู่ในเมืองยังจะสามารถสั่งการอะไรได้ ย่อมต้องรับปากทุกอย่าง
สำหรับเรื่องที่ต่อมาเฟิ่งอู่ป่วยหนักจนสิ้นพระชนม์ไปอย่างรวดเร็วนั้น ก็ถือเป็นความลับที่ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างของต้าฉีห้ามแพร่งพรายออกมาเด็ดขาด
สรุปคือท้ายที่สุดเฟิ่งหลีอู๋ไม่ได้สังหารบิดาชิงบัลลังก์ เขาคือคนที่กตัญญูอย่างที่สุดแล้ว