บทที่ 9
ถึงแม้เมื่อครู่เจียงซิ่วรุ่นจะอยู่บนแท่นสาธยายคัมภีร์ด้วยความองอาจเปี่ยมชีวิตชีวา แต่ความน่าอัศจรรย์ระดับนี้ไม่อาจนำมาใช้ต่อหน้าเฟิ่งหลีอู๋ได้
คราวนี้รัชทายาทออกหน้าด้วยตนเอง ท่าทางแข็งกร้าวอย่างยิ่ง นางจึงได้แต่ฝืนรักษารอยยิ้มพลางน้อมรับคำสั่ง
ชาติที่แล้วอาจเป็นเพราะซ่อนความตระหนักรู้อยู่ในใจว่าต้องหลีกเลี่ยงจากรัชทายาทผู้นี้ ยิ่งกว่านั้นเพราะนางเป็นแค่อนุของฉินจ้าว แม้จะไปเป็นแขกอยู่ในงานเลี้ยงใหญ่น้อยเป็นประจำ แต่นางกลับไม่เคยไปจวนรัชทายาทมาก่อน
ในความทรงจำของนาง รัชทายาทไม่เคยเป็นฝ่ายจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ใดๆ มาก่อนทั้งสิ้น คนที่จืดชืดไร้สีสันถึงเพียงนี้ หากมิใช่บังเอิญโชคดีกุมอำนาจของฮ่องเต้เอาไว้ในมือ จะต้องเป็นคนที่แม้แต่สุนัขก็ไม่คิดจะสนใจเขาอย่างแน่นอน
วันนี้เฟิ่งหลีอู๋ขี่ม้ามา ดังนั้นหลังจาก ‘เชื้อเชิญแขก’ เสร็จสิ้น เขาก็ขี่ม้านำอยู่เบื้องหน้า นำองครักษ์หลายคนล่วงหน้ากลับไปที่จวน
ฉินจ้าวคอยอารักขาส่งแขกเข้าจวน จึงไปพร้อมกับขบวนรถม้าของตัวประกัน เขาเพียงดึงสายบังเหียนบังคับม้าอยู่ข้างรถม้าพลางหาเรื่องพูดคุย
“เมื่อครู่อยู่บนหอน้ำชาข้างสำนักศึกษา ได้ฟังคุณชายโต้วาที คิดไม่ถึงว่าคุณชายถึงกับมีหุบเหวร่องลึกอยู่ในท้อง* เช่นนี้ ไม่ทราบว่าอาจารย์ที่แคว้นปอของเจ้าคือผู้ใด”
เจียงซิ่วรุ่นถึงแม้จะหวาดกลัวเฟิ่งหลีอู๋ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับฉินจ้าวนางก็ไม่ได้มีอารมณ์ดีแต่อย่างใด ในชาติก่อนยามที่นางติดอยู่ในสถานการณ์อับจนคนผู้นี้บีบบังคับนาง หลังจากนั้นทำร้ายนางในทางอ้อมจนตาย นางไม่เคยมีความรู้สึกดีๆ กับเขาที่พอจะเอ่ยถึงได้แม้แต่น้อยนิด เมื่อได้ยินคำถามของฉินจ้าว นางจึงเพียงหลับตาลงไป ไม่สนใจผู้คนอย่างเย่อหยิ่ง
หากเป็นผู้อื่นทำเช่นนี้ฉินจ้าวจะต้องโมโหแน่นอน แต่เด็กหนุ่มในรถม้าผู้นี้เมื่อครู่ตอนที่อยู่ที่สำนักศึกษาท่าทางหยิ่งผยองไม่กลัวใครนั่นทำให้ผู้คนประทับใจอย่างลึกซึ้งจริงๆ ขณะนี้อีกฝ่ายจะมีท่าทางไม่สนใจผู้คนก็เหมือนว่าถูกต้องตามหลักเหตุผลแล้ว
ฉินจ้าวรู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ขาดการทุบตีสั่งสอนอยู่บ้าง ลูกวัวแรกเกิดกล้าบิดหนวดเสือ แต่ถึงเจ้าหนุ่มคนนี้จะเหลาะแหละเลินเล่อมาก ก็ยังไม่ทำให้เขาโกรธได้สักเท่าใด
ดังนั้นหลังจากถามไปหลายคำถามแต่ไร้คำตอบ เขาก็ชักสายบังเหียนมาที่ด้านหน้าขบวนรถม้า ครุ่นคิดอยู่ในใจว่าหลังจากนี้จะลดความฮึกเหิมของเด็กหนุ่มผู้นี้ลงสักหน่อยได้อย่างไร
ไม่ทันไรรถม้าก็มาถึงหน้าจวนรัชทายาทแล้ว ภายใต้การนำทางของพ่อบ้านจวนรัชทายาท เจียงซิ่วรุ่นก็เข้าไปที่ห้องหนังสือของรัชทายาท
ขณะนี้เฟิ่งหลีอู๋ยังไม่ได้แต่งงาน ทั้งไม่มีอนุหรือนางบำเรอใดๆ เมื่อเจ้านายเป็นคนที่ไม่แสวงหาความรื่นเริงสำราญใจสักเท่าใด ในจวนจึงขาดกลิ่นอายของเจ้านายฝ่ายสตรีไปอีก
เจียงซิ่วรุ่นเดินมาตลอดทางก็พบว่าหลังคากระเบื้องของจวนรัชทายาทแม้จะมีโครงสร้างประณีตงดงาม ลานเรือนก็กวาดสะอาดสะอ้านหมดจด ทว่าทุกหนแห่งล้วนมีแต่ความรู้สึกว่างเปล่า
รอจนมาถึงห้องหนังสือ กลับไม่มีความรู้สึกว่างเปล่าอันใดอีกแล้ว นางเห็นหนังสือเรียงซ้อนกันเป็นแถวกระจายไปทุกแห่ง
เจียงซิ่วรุ่นชั่วชีวิตทนเห็นความสกปรกไม่ได้ และเป็นคนชอบความสะอาดมีระเบียบ เมื่อเห็นเบาะนั่งที่อยู่บนเสื่อล้วนถูกหนังสือกลบจนมิด ก็ทำให้คนโมโหจนคันไม้คันมือจริงๆ