ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 10-12 – หน้า 5 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 10-12

5 of 5หน้าถัดไป

คนบนแท่นสูงจุดธูปเสร็จแล้ว ภิกษุชราที่นั่งอยู่หน้าพระพุทธรูปลูบลูกประคำในมือพร้อมท่องบทสวดเป็นการตอบแทน ตามประเพณีแล้วจะต้องสวดมนต์อธิษฐานให้พรแก่ประสกที่จุดธูปคนแรก

ลู่เถียวเอ่ยขึ้นด้านข้าง “ท่านผู้นี้คือฮูหยินผู้บัญชาการ สตรีสูงศักดิ์สกุลเฟิงแห่งป๋อไห่ มาไกลจากฉางอัน”

ภิกษุชราผงกศีรษะ รับรู้ฐานะแล้วเริ่มสวดมนต์ให้นางเสียงเบา

ลู่เถียวเอ่ยกับเฟิงซุ่นอิน “ภิกษุท่านเคยไปที่ฉางอันมาก่อนเช่นกัน เคยเจอพบกับผู้สูงศักดิ์มาหลายคน ไม่แน่ว่าอาจเคยเจอกับฮูหยินด้วย”

เสียงรอบด้านดังโหวกเหวกเกินไป เฟิงซุ่นอินต้องอ่านปากของอีกฝ่ายถึงเข้าใจคำพูดของเขา นางส่ายหน้าเอ่ย “ไม่มีทางเจ้าค่ะ”

ภิกษุชราเพิ่งสวดเสร็จก็ลืมตาขึ้นเอ่ยกะทันหัน “อาตมาไม่ได้สนใจเรื่องราวทางโลกมานาน แต่ยังคงจดจำสกุลเฟิงได้ สมัยก่อนเคยเข้าร่วมงานทางศาสนาที่วัดต้าฉือเอิน ได้พบกับขุนนางมากมาย หนึ่งในนั้นมีท่านเสนาบดีเฟิงด้วย”

เฟิงซุ่นอินเม้มปากทันใด

ภิกษุชราย้อนรำลึกความทรงจำพลางเอ่ย “นามของจิ้นซื่อประจำปีนั้นติดอยู่บนเจดีย์ห่านป่า คล้ายจะมีคนสกุลเฟิงด้วย”

ลู่เถียวตกใจระคนแปลกใจ “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ”

เฟิงซุ่นอินนึกไม่ถึงว่าภิกษุรูปนี้จะเป็นผู้ที่เคยไปเยือนฉางอันจริงๆ นางหันไปเอ่ย “ท่านจำผิดแล้ว นั่นไม่ใช่คนสกุลเฟิง…”

ถ้อยคำหยุดลงกะทันหัน สายตาของนางพลันมองเห็นเงาสูงโปร่งร่างหนึ่ง เมื่อมองไปแล้วสายตาก็สบประสานกันพอดี

มู่ฉางโจวยืนอยู่ด้านล่างแท่นสูงนี่เอง ชุดบนตัวกระชับเข้ารูป พกดาบไว้ที่เอว เห็นได้ชัดว่าเพิ่งย้อนกลับมาจากนอกเมือง ดวงตากำลังมองมาที่นาง

ชั่วพริบตานั้นดุจดั่งยังอยู่ในงานราตรีแม่น้ำชวีเจียงเมื่อเจ็ดปีก่อน เพียงแค่ตัวคนเปลี่ยนไปแล้ว

นางผละสายตาออกมา

มู่ฉางโจวที่ยืนอยู่ในมุมมืดของแสงโคมเห็นแววตาของนางแล้วก็กระตุกมุมปากเบาๆ รู้ว่านางยังโมโหไม่หาย

นางมีนิสัยเย็นชา เวลาโมโหก็มักไม่แสดงออก แม้แต่สายตาก็ยังเย็นชา ทว่าเมื่อคู่กับการแต่งกายเช่นนี้กลับโดดเด่นสะดุดตามาก เขาพลันนึกขึ้นได้ว่าสมัยเด็กนางมักชอบแสดงสีหน้าเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง ความเย็นชาเช่นนี้ช่างไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิดเดียว

งานสรงน้ำพระเริ่มต้นขึ้น สายน้ำบริสุทธิ์ไหลจากเศียรพระพุทธรูปลงมาไม่ขาดสาย อาบย้อมร่างทองคำ พุทธสาวกชายหญิงด้านล่างแท่นสูงเปล่งเสียงสวดมนต์ขึ้นมา เสียงทั้งวุ่นวายและจอแจ เริ่มเบียดเสียดกันมาทางแท่นสูง

ลู่เถียวจำเป็นต้องออกหน้ารักษาความสงบด้วยซ้ำ

เฟิงซุ่นอินหนวกหูกับเสียงจนแยกแยะเสียงพูดรอบข้างไม่ออก คิดอ่านรูปปากผู้คนก็วุ่นวาย นางหันตัวกลับหมายลงไปข้างล่าง ทว่าบรรดาขุนนางชุดสีครามต่างกำลังพาคนในครอบครัวก้าวขึ้นบันไดมาด้านบน ขวางทางอยู่ตรงนั้น นางรู้สึกอึดอัดใจ แต่ก็ไม่สะดวกแสดงท่าทางออกมา ได้แต่ยกมือขึ้นลูบหูซ้ายพร้อมถอยหลบไปด้านข้าง

ทันใดนั้นนางก็เห็นบรรดาขุนนางต่างแหวกทางออกกะทันหัน

เฟิงซุ่นอินช้อนสายตาขึ้นก็เห็นมู่ฉางโจวเดินมาหาอย่างไม่รีบร้อน ก่อนยื่นมือมาโอบบ่านาง ตนเองขวางไว้ทางด้านขวา พานางเดินลงไปข้างล่าง

ภิกษุชราที่ท่องบทสวดเมื่อครู่นี้เอ่ยขึ้นกะทันหัน “คนผู้นี้มิใช่จิ้นซื่อสกุลเฟิงสมัยนั้นหรอกหรือ”

เฟิงซุ่นอินได้ยินครึ่งประโยคแล้วหยุดฝีเท้า มู่ฉางโจวที่อยู่ด้านข้างเพียงมองภิกษุชราทีหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรมาก ก่อนกระชับบ่านางพาเดินลงข้างล่างต่อ

ลู่เถียวเอ่ยขึ้นอยู่ตรงนั้น “ท่านจำคนผิดแล้ว นั่นเป็นท่านผู้บัญชาการทหารเหลียงโจวของพวกเรา”

ภิกษุชราเอ่ยคำสรรเสริญพระพุทธองค์ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอีก

จางจวินเฟิ่งกับหูเป้ยเอ๋อร์ที่อยู่ด้านล่างแท่นสูงได้ยินคำพูดของภิกษุชราแล้วต่างตกตะลึง หันมองสบตากัน ต่างยังตั้งสติกันไม่ได้

พอเดินเบียดซ้ายขวาชิดริมถนนออกไปอยู่นาน ห่างจากกลุ่มคนแล้ว รอบด้านถึงเงียบสงบลงบ้าง

เฟิงซุ่นอินก้าวถอยจากข้างกายมู่ฉางโจวด้วยตนเอง “ไม่ขอขอบคุณพี่รองมู่แล้ว ถึงอย่างไรพี่รองมู่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากข้าเช่นกัน”

มู่ฉางโจวหันมองนาง ก่อนเผยยิ้มมุมปาก “ถูกแล้ว”

เฟิงซุ่นอินไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินไปหารถม้าของตนเอง

เซิ่งอวี่ตามมา ในมือถือน้ำสมุนไพรเชื่อมถ้วยหนึ่ง “สิ่งนี้เอาไว้อธิษฐานเจ้าค่ะ ฮูหยินยังไม่ทันอธิษฐานเลย”

เฟิงซุ่นอินหันหน้าไปมองแล้วก็เห็นแต่ไกลว่าบนแท่นสูงมีคนยกน้ำสมุนไพรเชื่อมไหว้อยู่หน้าพระพุทธรูป เอาไว้สำหรับอธิษฐานจริงๆ นางมองมู่ฉางโจวทีหนึ่ง ก่อนรับถ้วยมา “เช่นนั้นก็ขอให้วันหน้าพี่รองมู่จะทำอะไรล้วนไม่ต้องใช้งานข้า”

มู่ฉางโจวมองนาง ก่อนยื่นมือออกมารับถ้วยนั้นไปแล้วแหงนหน้าดื่มรวดเดียวจนหมด คล้ายกับว่าจงใจ “เกรงว่าเรื่องนี้อธิษฐานไปจะไม่มีประโยชน์”

 

* ทูเจวี๋ย หรือเตอร์กิก ตามประวัติศาสตร์จีนเป็นคำเรียกรวมชนเผ่าเร่ร่อนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบสูงมองโกลและในแถบเอเชียกลาง

** ถู่ปัว คือชื่อราชวงศ์หนึ่งของทิเบตในสมัยโบราณ

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 29 .. 69

5 of 5หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

community.jamsai.com