ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 13-15 – หน้า 9 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 13-15

9 of 9หน้าถัดไป

จางจวินเฟิ่งร้องเหอะ ก่อนเอ่ยเสียงเบา “ทางหนึ่งก็ซั่นโจว อีกทางก็กานโจว อยู่ไม่สุขกันที่สุด ไม่แน่ว่าวันนี้พวกเขาอาจจงใจทิ้งร่องรอยไว้ทางตะวันออกเพื่อที่จะกลบเกลื่อน ตั้งใจสร้างปัญหาให้กับท่านผู้บัญชาการ”

มู่ฉางโจวขี่ม้ากลับมาอยู่ฝั่งขวาของเฟิงซุ่นอิน ก่อนเอ่ยขัด “ไม่ต้องโวยวาย เดินทางกลับได้”

ไม่มีใครพูดอะไรอีก ทุกคนจัดรูปขบวนแล้วเตรียมตัวย้อนกลับทันที

เฟิงซุ่นอินฟังมาถึงตรงนี้โดยไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่หัวใจที่กังวลแอบโล่งขึ้นเล็กน้อย

นางขี่ม้าไปอยู่ฝั่งซ้ายของมู่ฉางโจว ก่อนได้ยินเขาถามขึ้นมากะทันหัน “อินเหนียงยังรีบร้อนอยากชมทิวทัศน์อีกหรือไม่”

เฟิงซุ่นอินหันมองเขา พบว่าเขากำลังมองตนเองอยู่ นางจัดม่านโปร่งตรงหน้าเล็กน้อยก่อนเอ่ย “เดิมทีก็รีบร้อนเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อตอนนี้พี่รองมู่มีธุระ ไฉนเลยจะยังร้อนใจกับเรื่องพวกนี้” พูดจบก็ย่นหัวคิ้ว เหตุใดวันนี้เหมือนเขาจะเอาแต่จับตามองนาง

มู่ฉางโจวไม่ได้พูดอะไร เขาควบม้าไปนำทางอยู่ข้างหน้า

ขบวนเดินทางทำการตรวจสอบมาตลอดทางจึงอ้อมเส้นทางไปวงใหญ่ ค่อนข้างเดินทางมาไกลเกินไป แต่ขากลับกลับไม่ได้ย้อนมาทางเดิม แต่เลือกทางสายเล็กที่สันโดษแทน

หูเป้ยเอ๋อร์ถามขึ้นจากทางด้านหลัง “ท่านผู้บัญชาการจะกลับเมืองทางนี้หรือ ถึงแม้ทางนี้จะใกล้ แต่พาฮูหยินมาด้วยนะขอรับ” เขามองเฟิงซุ่นอินแวบหนึ่ง ก่อนถามต่อ “มิสู้เลือกอ้อมกลับประตูเมืองทิศตะวันออกทางเดิม?”

เฟิงซุ่นอินได้ยินแล้วมองถนนสายเล็กตรงหน้า เห็นว่ามีหญ้าเล็กๆ ขึ้นหนาแน่นพอสมควร ดูจากทิศทางแล้ว เดินตรงไปก็จะถึงประตูเมืองทิศตะวันตกซึ่งใกล้กว่ามากจริงๆ แต่นางก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงเอ่ยเตือนเช่นนั้น

เพียงไม่นานทางสายเล็กตรงหน้าก็มีทางแยกเพิ่มมาหลายสาย มู่ฉางโจวรั้งบังเหียนแล้วเอ่ย “ทางตรงหน้าเล็กแคบเดินทางไม่สะดวก พวกเจ้าแยกเดินทางสองฝั่ง ฮูหยินตามข้ามา”

หูเป้ยเอ๋อร์มองเขาสลับกับเฟิงซุ่นอิน ก่อนฉีกยิ้มด้วยสีหน้าอย่าง ‘เข้าใจแล้ว’ แล้วหันไปนำคนกลุ่มหนึ่งเดินไปทางซ้าย

จางจวินเฟิ่งได้แต่นำคนที่เหลือเดินไปทางขวา

เฟิงซุ่นอินมองพวกเขาตั้งใจขี่ม้าแปรขบวนเป็นแถวเดียวก็คาดเดาว่าเส้นทางนี้มีอุปสรรคบางอย่าง นางมองมู่ฉางโจวที่อยู่ตรงหน้าทีหนึ่ง ตอนที่ควบม้าติดตามเขาก็ระวังตัวขึ้นมาก

มู่ฉางโจวมือหนึ่งถือธนู อีกมือหนึ่งดึงสายบังเหียน นำทางอยู่ทางด้านหน้าฝั่งขวา เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน “ในบันทึกที่ปกติอินเหนียงจด มีเรื่องทางการทหารหรือไม่”

เฟิงซุ่นอินชะงัก มองแผ่นหลังของเขา “เหตุใดพี่รองมู่ถึงถามเช่นนี้เจ้าคะ”

“ไม่มีอะไร” มู่ฉางโจวไม่ได้หันหลังกลับมา “เพียงนึกขึ้นได้ว่าถึงอย่างไรอินเหนียงก็เป็นบุตรสาวเสนาบดีเฟิง หากในบันทึกจะมีพูดถึงเรื่องพวกนี้ก็ไม่แปลก” ไม่อย่างนั้นวันนั้นคงไม่ไปหลบอยู่ในคูได้ทันท่วงที อีกทั้งวันนี้ยังหลบเลี่ยงรอยเกือกม้าได้ทัน ความคิดอ่านละเอียดรอบคอบยิ่ง เรียกได้ว่าไม่ด้อยไปกว่าคนเคยเข้าร่วมกองทัพ

เฟิงซุ่นอินเอ่ยเรียบๆ “ไม่มีเจ้าค่ะ เรื่องพวกนั้นไม่อาจจดลงไปได้อยู่แล้ว”

มู่ฉางโจวผงกศีรษะ “ใช่แล้ว”

เฟิงซุ่นอินมองเขาอีกครั้ง ในใจคิดว่า เช่นนั้นท่านจะถามด้วยเหตุใด…

รอบด้านเงียบจนผิดปกติ นางเก็บความคิดกลับมาอย่างรวดเร็ว รู้สึกว่าที่แห่งนี้น่าจะไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา มือกุมสายบังเหียนแน่น เดินหน้าไปพลางมองสำรวจสองฝั่งอย่างระมัดระวังไปพลาง เมื่อมองไปข้างหน้าอีกครั้ง มู่ฉางโจวขี่ม้ามาอยู่ฝั่งซ้ายของนาง เดินทางขนานไปด้วยกันแล้ว

นางหันมองอย่างแปลกใจ ตั้งแต่รู้เรื่องที่หูซ้ายของนางไม่ได้ยิน เขาก็คอยเดินอยู่ฝั่งขวามาตลอด เหตุใดจู่ๆ ถึงไปเดินฝั่งซ้ายได้

มู่ฉางโจวหันมาเห็นแววตานางก็ยิ้มเล็กน้อย “ข้าเดินฝั่งซ้ายช่วยระวังให้เจ้าได้ง่ายกว่า”

เฟิงซุ่นอินอยากถามว่าระวังอะไร ทันใดนั้นม้าก็เหยียบพุ่มหญ้าเตี้ยแล้วส่งเสียงจามออกมากะทันหัน นางเห็นว่าในพุ่มหญ้าฝั่งขวาคล้ายมีบางอย่างเป็นก้อนขมุกขมัวสีดำมองเห็นไม่ชัด จึงรั้งบังเหียนหยุดทันที

เสียงไม้ลั่นดังกร็อบ ม้าเหยียบลงไปแล้ว ฝั่งขวามีแผ่นไม้พลันดีดขึ้นมา

นางดึงบังเหียนอย่างแรง ม้าถูกกระชากให้เบี่ยงไปทางซ้าย ยกขาหน้าขึ้นหลบได้อย่างหวุดหวิด ไม่คาดคิดว่าด้านซ้ายก็มีเสียงบางอย่างเช่นกัน แต่นางไม่ได้ยิน ร่างกายเอียงจะร่วงลงจากหลังม้า ฝั่งซ้ายเป็นแอ่งเว้าลึกแอ่งหนึ่ง

เฟิงซุ่นอินหันหน้าไปไม่ทันมองให้ชัดก็ต้องกระโดดลงจากหลังม้าแล้ว เท้าของนางเหยียบลงบนพื้นทว่ายืนได้ไม่มั่นคง ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะยื่นมาช่วยดันหลังและพยุงเอวนางไว้อย่างแน่นหนา นางจึงนับว่ายืนอยู่ได้ หลังจากหันมองก็พบว่าเป็นคันธนูยาว เมื่อหันกลับไปก็เกือบชนโดนแผงอกของมู่ฉางโจวเข้า นางตกตะลึงเล็กน้อย ถึงได้รู้ว่าเมื่อครู่นี้เขายืนอยู่ด้านหลังฝั่งซ้ายของตนเอง

เมื่อมองสองฟากทางอีกครั้ง ฝั่งขวาเป็นแผ่นไม้ ฝั่งซ้ายเป็นแอ่งเว้า เป็นกับดักม้าที่พบเห็นได้ทั่วไป ยังดีที่ไม่มีอาวุธทำร้ายคน มิน่าเล่าเขาถึงบอกว่าจะช่วยระวังให้นาง…

นางพลันรู้สึกตัวได้สติกลับมา อยากผละออกจากเขาทันที

มู่ฉางโจวยื่นมือออกไปพร้อมกระชับคันธนู กักตัวนางเอาไว้กะทันหัน

เฟิงซุ่นอินกระแทกชนกับแผงอกเขา นางตกตะลึง เงยหน้ามองใบหน้าอีกฝ่าย เห็นเขาอมยิ้ม ดวงตากำลังจับจ้องนางราวกับรออยู่นานแล้ว

“เมื่อครู่นี้อินเหนียงตอบสนองได้รวดเร็วนัก”

 

* ชั้นวางประดับ เปรียบเปรยถึงบุคคลที่มีดีแค่รูปโฉมภายนอก ไร้ความสามารถที่แท้จริง

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 29 .. 69

9 of 9หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

community.jamsai.com