ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9 – หน้า 9 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9

9 of 9หน้าถัดไป

โดยไม่รู้ตัวเวลาก็ผ่านไปนานมากแล้ว แต่เฟิงซุ่นอินกลับยังยืนอยู่ด้านข้างภูเขาฝั่งนั้น

จางจวินเฟิ่งยืนถอนหายใจอยู่ตรงประตูค่าย “ข้าเป็นถึงรองผู้บัญชาการ เหตุใดต้องมาทำเรื่องประเภทคุ้มกันคนด้วย”

หูเป้ยเอ๋อร์จับตามองทางนั้น รู้สึกไม่เข้าใจ “นางอยู่ในจวนผู้บัญชาการสบายเพียงใด มีอะไรไม่ดีกว่าอารามเต๋าที่นางเคยอยู่บ้าง จะมาเขียนตำราทำอันใด…”

“อารามเต๋าอะไร” เสียงของมู่ฉางโจวดังลอยมา

หูเป้ยเอ๋อร์หันไปเห็นเขาออกมาแล้วก็ยืนตัวตรงเอ่ย “อารามเต๋าอย่างไรเล่าขอรับ สมัยอยู่ฉางอันฮูหยินพำนักอยู่ที่นั่น ตอนข้ารับตัวเจ้าสาวกลับมาไม่ได้แจ้งท่านผู้บัญชาการหรือ”

มู่ฉางโจวเอ่ย “เรื่องที่เจ้าพูดมากที่สุดคือเฟิงอู๋จี๋อารมณ์เสียมาตลอดทาง”

หูเป้ยเอ๋อร์ตกใจระคนแปลกใจ “ท่านผู้บัญชาการรู้นามของคุณชายสกุลเฟิงได้อย่างไร ข้าเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ!”

จางจวินเฟิ่งหันมามองทันที

มู่ฉางโจวไม่ได้ตอบอะไร เขามองไปทางเฟิงซุ่นอิน เห็นนางลงมาจากที่สูงตรงนั้นแล้ว ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร ตอนเดินลงชายกระโปรงจึงเกี่ยวโดนหินแหลมคมเล็กน้อย ทำนางตัวเซถลาเกือบล้มลง ทว่าคว้าก้อนหินด้านข้างเอาไว้ได้ทันถึงยังยืนอยู่ได้ หลังจากยืดตัวตรงแล้วนางมองมือปราดหนึ่ง ก่อนเดินลงมาข้างล่างต่อ

หูเป้ยเอ๋อร์หันไปเห็นแล้วร้องจิ๊ๆ พลางเอ่ย “เห็นได้ว่าตกอับเองก็มีข้อดีของการตกอับ อย่างน้อยก็ไม่บอบบาง ยังปีนขึ้นลงที่สูงเช่นนี้ได้”

มู่ฉางโจวมองไปทางด้านนั้นขณะเอ่ยกับพวกเขา “ข้าตรวจสอบข้างในเสร็จแล้ว พวกเจ้าเองก็ไปตรวจดูรอบหนึ่ง”

หูเป้ยเอ๋อร์เลิกมองแล้วกลับมาเอาจริงเอาจังทันที จางจวินเฟิ่งเองก็ไม่ได้ถามมากความ ทั้งสองเข้าไปตรวจตราในค่ายด้วยกัน

พลธนูจูงม้ามาตรงประตูค่าย มู่ฉางโจวไม่ได้ออกคำสั่งให้เตรียมเดินทาง เขายื่นธนูในมือให้อีกฝ่ายแล้วเดินผละจากประตูค่ายมา

 

เฟิงซุ่นอินกำลังเดินไปพลางมองสำรวจภูมิประเทศรอบข้างไปพลาง ทันใดนั้นก็หันไปเห็นมู่ฉางโจวเดินมาหา นางจึงได้แต่เลิกมองแล้วเดินเข้าไปหาเงียบๆ แค่ทำเป็นมองรอบข้างส่งๆ

มู่ฉางโจวเดินมาถึงตรงหน้า มองมือนางหนหนึ่งแล้วผ่อนฝีเท้าลง ก่อนจะเดินไปทางด้านขวาของนาง สายตากวาดมองรอบด้าน “จวบจนวันนี้ยังไม่เคยถามสถานการณ์ของบ้านท่านพ่อตาเลย ทุกวันนี้อินเหนียงยังเหลือใครในครอบครัวบ้าง”

เฟิงซุ่นอินถูกเขาถามถึงเรื่องนี้โดยไม่ทันตั้งตัว นางเม้มปากก่อนตอบ “ท่านแม่กับน้องชายเจ้าค่ะ”

“คนอื่นๆ เล่า”

“บ้างจากไป บ้าง…” เฟิงซุ่นอินไม่ได้พูดต่อ

มู่ฉางโจวหยุดเดิน ผงกศีรษะเอ่ย “เสียใจด้วย”

เฟิงซุ่นอินอดมองเขาไม่ได้ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเขาก็เคยอยู่ที่สกุลเฟิงนานถึงสี่ปี นึกไม่ถึงว่าจะมีแค่ประโยคเรียบง่ายอย่าง ‘เสียใจด้วย’ เพียงประโยคเดียวเช่นนี้ ทันใดนั้นก็นึกถึงเรื่องที่รู้มาเมื่อวาน นางเอ่ยอย่างอึดอัดใจ “เพิ่งทราบว่าอู่เวยจวิ้นกงเองก็ไม่อยู่แล้วเช่นกัน”

มู่ฉางโจวมองนาง ก่อนเอ่ยอย่างเข้าใจ “ได้ยินว่าเมื่อวานลู่เถียวแวะมาที่จวน ต้องเป็นเขาบอกแน่ๆ ใช่แล้ว ไม่อยู่กันหมดแล้ว”

ไม่อยู่กันหมดแล้ว? เฟิงซุ่นอินคิดในใจว่า ถ้าเช่นนั้นจวิ้นกงฮูหยินก็คงไม่อยู่แล้ว แต่น้ำเสียงของเขากลับไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย

มู่ฉางโจวเดินผ่านไปทางขวาของนางราวสิบก้าวถึงหยุดลง หันมาเอ่ยเรียกเสียงดัง “มาตรงนี้”

ความคิดของเฟิงซุ่นอินยังติดอยู่กับประโยคเมื่อครู่นี้ของเขา นางเดินเข้าหาด้วยสีหน้าเย็นชา

มู่ฉางโจวใช้ปลายเท้าสะกิดพื้น “เด็ดใบหญ้าพวกนี้มาขยำ”

เฟิงซุ่นอินถึงเพิ่งเห็นว่าที่ปลายรองเท้าของเขามีต้นหญ้าเถาเล็กใบยาวขึ้นอยู่ นางเลิกม่านโปร่งขึ้นถาม “ทำอันใดเจ้าคะ”

มู่ฉางโจวเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “เรื่องที่ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว อินเหนียงลืมอีกแล้วหรือ”

“…” กระทั่งเรื่องนี้ก็ต้องทำเป็นไม่รับรู้ด้วยหรือไร เฟิงซุ่นอินก้มลงเด็ดใบหญ้าสองสามใบ ขยี้ในมืออย่างหงุดหงิด “จากนั้นเล่าเจ้าคะ”

มู่ฉางโจวเอ่ย “ขยี้จนมีน้ำออกมา แล้วทาลงบนมือ สามารถสลายเลือดคั่งได้”

เดิมทีเฟิงซุ่นอินก็ถูกคำพูดของเขาทำให้หงุดหงิด เวลานี้ยิ่งอารมณ์เสียกว่าเดิม นางปล่อยม่านโปร่งลง หันตัวกลับเตรียมเดินจากไป “พี่รองมู่ไปแกล้งคนอื่นแทนเถิด”

มู่ฉางโจวได้แต่ก้าวออกมาขวางทางนางไว้

เฟิงซุ่นอินเพิ่งจะมุ่นหัวคิ้วก็ช้อนสายตาขึ้นเห็นเขาเอาใบหญ้าบนมือนางที่ไม่ได้ขยี้จนเละไป ก่อนใช้ปลายนิ้วออกแรงบีบ มืออีกข้างจับมือนางขึ้นมากะทันหัน หยดน้ำลงไปบนหลังมือนาง

เฟิงซุ่นอินแสบวาบขึ้นมาทันควัน ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าหลังมือตนเองบวมขึ้นมา เกิดจากกระแทกโดนหินแหลมคมที่คว้าไว้ตอนเกือบหกล้มเมื่อครู่นี้ เดิมทีแค่ขึ้นสีแดงเล็กน้อย แต่ตอนนี้กลับบวมช้ำเขียวไปแล้ว นางเอาแต่สนใจมองรอบข้างจนไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ นางมองมู่ฉางโจว ถึงเพิ่งรู้ว่าเมื่อครู่นี้เขาหมายถึงเรื่องนี้ เดิมทีตั้งใจให้นางจัดการด้วยตนเอง

ทันใดนั้นนางก็รู้สึกได้ถึงปลายนิ้วหัวแม่มือของเขาที่ลูบผ่านหลังมือตนเองเบาๆ นางหดปลายนิ้วกลับมาทันใด สายตาเหลือบมองมือของเขา มือข้างนั้นเคยเลิกม่านโปร่งของนาง ปลายนิ้วทั้งห้าเรียวยาว หลังมือเผยเส้นเลือดสีเขียวเลือนราง ไม่มีความขาวผ่องเฉกเช่นวัยเยาว์อีก ท้องนิ้วโป้งที่ลูบหลังมือนางเองก็แอบหยาบกร้าน ตรงที่สัมผัสยังรู้สึกอุ่นวาบ น้ำจากหญ้าที่แผ่ซึมกลับเย็นซ่าน นางมองเขาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว ก่อนสบสายตากับเขาที่เงยขึ้นมามองพอดี นางจึงดึงมือกลับไป

มู่ฉางโจวยืดตัวตรง โยนซากใบหญ้าที่แห้งแล้วทิ้ง “เรียบร้อย แกล้งเสร็จแล้ว”

เฟิงซุ่นอินกำมืออย่างไม่เป็นธรรมชาติ ก่อนหันตัวเดินกลับไปทันที

 

หูเป้ยเอ๋อร์กับจางจวินเฟิ่งที่ตรวจตราค่ายเสร็จพอออกมาก็มองเห็นเฟิงซุ่นอินเดินกลับมาจากที่ไกลๆ ในที่สุด หลังมือข้างหนึ่งของนางทาน้ำสีเขียว เห็นแล้วสะดุดตาเป็นพิเศษ แต่ทันทีที่เข้าใกล้ก็เก็บมือซ่อนในแขนเสื้อแล้ว

“ได้รับบาดเจ็บเสียแล้ว?” หูเป้ยเอ๋อร์เอ่ยเสียงเบา

จางจวินเฟิ่งเอ่ย “นึกไม่ถึงว่านางยังรู้จักหาสมุนไพรมาทาด้วย”

เพิ่งพูดจบมู่ฉางโจวก็กลับมา เขาเดินมาพลางสะบัดมือพลาง

หูเป้ยเอ๋อร์เพิ่งคิดจะถามว่าจะออกเดินทางเมื่อไร พลันเห็นว่าบนมือเขาเองก็ติดคราบสีเขียวเช่นเดียวกัน จึงแปลกใจขึ้นมาทันใด “ท่านผู้บัญชาการเองก็ได้รับบาดเจ็บหรือขอรับ”

“เปล่า” มู่ฉางโจวสะบัดมืออีกครั้ง บนนั้นติดคราบสีเขียว ดูเหนียวเหนอะแปลกๆ

“เช่นนั้นเหตุใด…” หูเป้ยเอ๋อร์ยังคิดชะเง้อหน้ามามอง

มู่ฉางโจวตวัดสายตามองเขา

หูเป้ยเอ๋อร์เลิกมองทันที “ไม่มีอะไรขอรับๆ”

* เข็มขัดเตี๋ยเซี่ย เป็นเข็มขัดคาดเอวที่มีสายหนังเล็กๆ ยื่นออกมาใช้สำหรับห้อยสิ่งของขนาดเล็ก โดยวัสดุที่ใช้และจำนวนสิ่งของที่ประดับด้านข้างยังบ่งบอกถึงสถานะของผู้ใช้งานด้วย

* ยามเฉิน คือช่วงเวลา 07.00 น.ถึง 09.00 น.

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 28 .. 69

9 of 9หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

community.jamsai.com