ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9 – หน้า 8 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9

นางเบนสายตาหลบ เพียงทำเป็นมองไม่เห็น

ขบวนออกเดินทางแล้ว เพียงแต่ระหว่างผู้บัญชาการกับฮูหยินดูจะมีบางอย่างแปลกประหลาด

จางจวินเฟิ่งจงใจผ่อนความเร็วลง หลังดึงระยะห่างจากสองคนข้างหน้าแล้วก็เอียงหน้าไปกระซิบกระซาบกับหูเป้ยเอ๋อร์ “เมื่อครู่นี้ข้าคล้ายได้ยินอะไรอย่าง ‘เมื่อก่อนพี่รองมู่’ ด้วย”

ดวงตาของหูเป้ยเอ๋อร์เบิกกว้างดุจกระดิ่งขณะเอ่ยเสียงเบา “เมื่อก่อนอันใด ข้าเห็นแค่ว่าพวกเขาสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว”

จางจวินเฟิ่งคร้านจะอธิบายกับอีกฝ่าย เขากลับมานั่งตัวตรงมองประเมินแผ่นหลังของเฟิงซุ่นอินพลางพึมพำกับตนเอง “คงไม่บังเอิญเพียงนี้กระมัง”

วันนี้ยังคงเลือกออกจากเมืองผ่านถนนสายเล็ก เพียงแค่ว่าออกมาทางประตูเมืองทิศตะวันออก

ข้างนอกประตูเมืองทิศตะวันออกไม่ได้รกร้าง นอกจากทหารลาดตระเวนที่มองเห็นได้แต่ไกลแล้วยังมีผู้คนสัญจรผ่านไปมาไม่น้อย กระทั่งถนนยังกว้างขึ้นกว่าเดิม

นี่เป็นถนนการค้าสายหลักที่หากจะไปจงหยวนจำเป็นต้องผ่าน ย่อมต้องเจริญกว่าข้างนอกประตูเมืองทิศอื่นมากนัก เฟิงซุ่นอินเองก็มาถึงเหลียงโจวผ่านถนนสายนี้ ถึงแม้จะเคยเห็นมาแล้ว แต่ตอนที่ออกจากเมืองมานางก็ยังคงลอบมองสำรวจกำแพงเมืองอีกรอบหนึ่ง

หลังเดินทางถึงทุ่งโล่ง พลันได้ยินเสียงกีบเท้าม้าดังมา

เฟิงซุ่นอินแยกทิศทางไม่ออก นางรีบกระชับบังเหียนมองหาที่มาของเสียงทันที ทว่ากลับเห็นมู่ฉางโจวที่อยู่ด้านหน้าฝั่งขวาหันหน้ามามองนาง

นางจึงนั่งเฉยไม่ขยับแทน คิดในใจว่า คงไม่ได้มีอันตรายอีกแล้วหรอกนะ

ขบวนเดินทางหยุดลงชั่วคราว ไม่ช้าก็มีม้าเร็วตัวหนึ่งวิ่งฝุ่นตลบเข้ามาใกล้ คนบนหลังม้าแต่งกายแบบชาวบ้านคนหนึ่ง แต่ทันทีที่ลงจากหลังม้ากลับคุกเข่าลงบนพื้น เอ่ยขอรับผิดกับมู่ฉางโจวติดๆ กัน “ท่านผู้บัญชาการโปรดไว้ชีวิตด้วย ก่อนหน้านี้พวกเราตาไร้แวว…”

เฟิงซุ่นอินรับชมเงียบๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แค่รู้สึกว่าสำเนียงของเขาฟังดูพิเศษ เหมือนไม่ใช่ชาวฮั่น

มู่ฉางโจวนั่งนิ่งเฉยอยู่บนหลังม้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นทุ้มต่ำ “กลับไปเตรียมตัวให้ดี ช่วงนี้อย่าโผล่หน้ามาอีก”

ผู้ที่มารีบโขกศีรษะติดต่อกัน “ขอรับๆ…” พูดพร้อมเดินเข่าถอยหลังไป

“รอก่อน” มู่ฉางโจวยกมือข้างที่ถือธนูชี้ไปทางด้านหลัง “นี่คือฮูหยิน”

ผู้ที่มาหยุดชะงัก จากนั้นขึ้นหน้ามาใหม่อีกครั้งกะทันหัน ก่อนคารวะไปทางม้าของเฟิงซุ่นอิน “ขออภัยขอรับฮูหยิน ครั้งหน้าไม่กล้าอีกแล้วขอรับ”

มู่ฉางโจวโบกมือ เขาถึงได้คลานลุกขึ้นมา รีบขึ้นขี่ม้าจากไปในที่สุด

จนกระทั่งตอนนี้เฟิงซุ่นอินถึงฟังสำเนียงของเขาออกชัดเจน คล้ายจะเป็นสำเนียงชาวซาถัว มองดูเขาควบม้าห้อตะบึงไปไกล แล้วคิดเชื่อมโยงกับคำพูดขอรับผิดเมื่อครู่นี้ของเขา นางมุ่นหัวคิ้ว คงไม่ใช่โจรทะเลทรายที่ข้าเจอก่อนเข้าเมืองเหลียงโจวหรอกนะ

หูเป้ยเอ๋อร์แค่นเสียงดังขึ้นที่ด้านหลัง “รู้จักปลอมตัวมาขอโทษ ยังพอมีหัวคิดอยู่บ้าง”

มู่ฉางโจวพลันหันมามองนางทีหนึ่ง

เฟิงซุ่นอินสบสายตากับเขาแล้วผละไป ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น รู้ว่าเขากำลังเตือนเรื่องที่เมื่อคืน ‘ปรึกษา’ กันเรียบร้อยแล้ว ก็แค่ให้นางทำเป็นไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

ขบวนเดินทางต่อไปข้างหน้าแล้วเลี้ยวขวา ย่ำผ่านถนนสายเล็กที่หญ้าขึ้นรกชัฏ เดินทางไปข้างหน้าอย่างไร้จุดมุ่งหมายสักระยะหนึ่ง ภาพตรงหน้าพลันเปิดกว้างขึ้น ตรงหน้าบริเวณใกล้กับภูเขาเผยภาพกระโจมสีเทาขาวเรียงรายกันให้เห็น

เฟิงซุ่นอินหันไปมองทันที คาดเดาได้อยู่แล้วว่าข้างนอกของแต่ละประตูเมืองล้วนมีค่ายทหารตั้งอยู่ ไม่ผิดจริงๆ ด้วย

ขบวนเดินทางหยุดลงข้างนอกประตูค่าย ทุกคนต่างลงจากหลังม้า ในค่ายมีทหารออกมาต้อนรับแล้ว ต่างพากันคารวะพวกเขา

อาจเพราะไม่เคยเห็นคนพาฮูหยินมาที่ค่ายด้วยมาก่อน พวกเขาจึงคอยมองมาทางเฟิงซุ่นอินเป็นระยะ

มู่ฉางโจวหันกลับมาเอ่ย “เจ้าดูอยู่ข้างนอกค่ายเถอะ วันนี้มาตรวจค่าย เจ้าคงไม่สนใจนัก”

เฟิงซุ่นอินที่เพิ่งลงจากหลังม้าแกล้งผงกศีรษะด้วยท่าทีไม่สนใจจริงๆ ก่อนเดินไปด้านข้างอย่างไม่คิดอะไร “เช่นนั้นข้าแค่เดินเล่นอยู่รอบนอกแล้วกันเจ้าค่ะ”

มู่ฉางโจวเห็นนางเดินแยกไปแล้ว จึงเอ่ยกับคนที่อยู่ด้านหลัง “พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้ ดูนางไว้ด้วย” พูดจบก็นำคนอื่นเข้าไปในประตูค่าย

หูเป้ยเอ๋อร์กับจางจวินเฟิ่งได้รับคำสั่งแล้วเข้าใจความหมายของเขา ได้แต่ยืนคุมอยู่คนละข้างของทางเข้าค่าย คอยจับตาดูเฟิงซุ่นอิน ไม่กล้าปล่อยให้นางเจออันตรายอีกเหมือนเมื่อวาน

ภูเขาลูกที่อยู่ใกล้ไม่นับว่าสูง ทว่าชันผิดปกติ รวมถึงมีแต่หินแหลมคม ถือเป็นข้อได้เปรียบทางธรรมชาติ

เฟิงซุ่นอินเดินไปทางภูเขาฝั่งที่ติดกับค่ายทหาร ขึ้นไปยืนบริเวณที่สูงเล็กน้อย เก็บภาพทั้งหมดของค่ายทหารเข้ามาในสายตา ขนาดไม่แตกต่างจากค่ายที่นางมองเห็นจากพื้นที่ซากปรักหักพังเมื่อวานนัก

ไม่อาจเข้าไปในค่าย ซ้ำรอบด้านยังมีทหารเฝ้ายาม หลังรับชมจากตรงนี้เสร็จนางก็ไม่มีอย่างอื่นให้ดูแล้ว แต่ยังคงไม่เลว อย่างน้อยตอนนี้นางยังออกมาข้างนอกได้อยู่

นางจดจำไว้ในใจเงียบๆ เมื่อหันหน้าไปกลับเห็นจางจวินเฟิ่งและหูเป้ยเอ๋อร์ยืนอยู่ตรงประตูค่าย ข้างนอกประตูยังมีพลธนูยืนเรียงแถวอีกหนึ่งแถว ทุกใบหน้าต่างหันมาทางตนเอง นางได้แต่แสร้งทำเป็นมองทิวทัศน์รอบข้างต่อ

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

community.jamsai.com