หลังเจ้าเมืองได้ข่าวก็เร่งรุดกลับมาแล้วไสหัวออกจากเกี้ยว จากนั้นก็แทบหมอบคลานเข้ามาตลอดทาง
ทางด้านจางเสี่ยนพอได้ยินว่าสตรีในจวนสกุลโจวก่อเรื่องร้ายแรงขึ้น เขาที่คุกเข่าแฝงกายอยู่ในหมู่ขุนนางอยู่ก็มีสีหน้าสาแก่ใจในคราวเคราะห์ของผู้อื่น
ทั้งยังมีโจวสุยอันสามีหน้าบึ้งตึงของนาง…เขาตกใจเมื่อได้ข่าวว่าภรรยาตนใช้ปิ่นปักผมจ่อคอท่านผู้นั้น พอมาถึงก็คุกเข่ากับพื้นเสียงดังด้วยสีหน้าตึงเครียด อยากก้มศีรษะมุดดินใจจะขาด
สรุปได้ว่าเหล่าขุนนางเมืองเหลียนล้วนคุกเข่าเรียงรายกันอยู่เบื้องหน้าเจ้าลูกไก่ผอมกะหร่อง…ไม่ถูก ต้องเป็นองค์ชายหกแห่งราชวงศ์ผู้ผอมแห้งแรงน้อยทว่าทรงอำนาจน่าเกรงขามมาแต่กำเนิด
ที่แท้แผนการเปลี่ยนแปลงแวดวงขุนนางของฮ่องเต้ในครั้งนี้ใช้วิธีการเด็ดขาดฉับไวเป็นสำคัญ แล้วผู้แทนพระองค์ที่ถูกส่งมาตรวจสอบกิจการภายในหน่วยราชการชายแดนก็มิใช่คนสามัญธรรมดา เขาคือหลิวหลิงพระโอรสองค์ที่หกของฮ่องเต้
ตลอดทางเขาใช้นามแฝงโดยไม่เปิดเผยศักดิ์ฐานะองค์ชาย แต่ทำการกวาดล้างขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างเฉียบขาดไม่ขาดสาย
เมืองเหลียนตั้งอยู่ในเขตชายแดนห่างไกลพระเนตรพระกรรณ อีกทั้งชาวบ้านที่นี่มีนิสัยแข็งกร้าวดุดัน แค่คำกล่าวที่ว่า ‘กล้าลากฮ่องเต้ลงม้า’** ก็บ่งบอกถึงความป่าเถื่อนของผู้คนในดินแดนล้าหลังแห่งนี้ได้แล้ว
ทางด้านองค์ชายหกก็สังหารคนไม่หยุดมือ ตั้งใจเลือกแต่พวกงูเจ้าถิ่นตัวใหญ่ บัดนี้เขาสังหารขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงในอำเภอติดกันไปสามคนแล้ว
เผอิญว่าน้องชายคนรองของหนึ่งในคนที่ตายไปนั้นเป็นอันธพาลอันดับหนึ่งชื่อดังในรัศมีโดยรอบร้อยหลี่*** แห่งนี้ คนผู้นี้มักวางอำนาจบาตรใหญ่ อาศัยว่ามีเงินมีทอง ทั้งยังคบหากับพวกโจรป่า นับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของถิ่นนี้เทียบชั้นฮ่องเต้ได้ทีเดียว ที่ผ่านมาขุนนางท้องถิ่นล้วนไม่กล้าตอแยเขา
ดังนั้นคนผู้นี้อยู่ที่เมืองชายแดนนับวันยิ่งใจกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ ถึงกับมีความคิดจะเชือดไก่ให้ลิงดู!
เมื่อได้ยินว่าพี่ชายตนถูกคนสังหาร เขาก็บังเกิดความคิดชั่วร้ายโดยพลัน บงการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปิดหน้าปิดตาปลอมตัวเป็นคนร้ายสะกดรอยตามไปตลอดทาง สุดท้ายยามรุ่งเช้าก็ระดมคนบุกเข้าเมืองเหลียน หมายลอบสังหารผู้แทนพระองค์กลางถนนแล้วค่อยโยนความผิดให้พวกโจรเร่ร่อน
หากเจ้าอันธพาลผู้นั้นล่วงรู้ว่าคนที่ตนเองลอบสังหารคือองค์ชายหกแห่งราชวงศ์ที่สวมชุดสามัญชนออกมาตรวจเยี่ยมชายแดน เกรงว่าคงไม่กล้าก่อเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ น่าเศร้าที่ว่าพวกอันธพาลเป็นคนจุดไฟ แต่ชาวบ้านอย่างฉู่หลินหลางกลับต้องรับเคราะห์ไปด้วย
ถึงแม้เจ้าเมืองจะมีความผิดฐานดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่บกพร่องก็จริง ทว่าโทษทัณฑ์ของภรรยาโจวสุยอันนั้นรุนแรงยิ่งกว่า
สตรีนางนี้บังอาจรัดคอองค์ชายผู้สูงศักดิ์ มีโทษสถานหนักถึงขั้นศีรษะหลุดจากบ่าทั้งตระกูลทีเดียว!
* ชั่วยาม เป็นหน่วยนับเวลาของจีน หนึ่งชั่วยามเทียบได้กับเวลาสองชั่วโมง
** ไห่ถัง หรือ Chinese flowering apple เป็นพืชตระกูลแอปเปิ้ล ดอกมีทั้งสีขาว สีชมพูอ่อน และสีแดง
*** แถบเตียน คือพื้นที่บริเวณมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ในปัจจุบัน
* ชาวจีนเชื่อว่าในแต่ละครัวเรือนจะมีเทพเจ้าเตาสิงสถิตอยู่เพื่อปกป้องคุ้มครองและอำนวยพรให้แก่ครอบครัวนั้นๆ เทพเจ้าเตาจะคอยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมมนุษย์แล้วกลับไปรายงานต่อเง็กเซียนฮ่องเต้ (อวี้หวงต้าตี้) ในวันที่ 23 หรือ 24 เดือน 12 ตามจันทรคติจีน
* รักษาม้าตายเยี่ยงม้าเป็น เป็นสำนวน หมายถึงแม้จะรู้ว่าหมดทางแก้ไขเยียวยา แต่ยังคงกอดความหวังสุดท้ายพยายามอย่างถึงที่สุด
** เจ้าแม่หนี่ว์วา คือเทพธิดาในตำนานจีน เป็นผู้สร้างมนุษย์และซ่อมแซมเสาค้ำยันสวรรค์
* ไก่บินสุนัขกระโดด หมายถึงสถานการณ์ที่ชุลมุนวุ่นวาย
** กล้าลากฮ่องเต้ลงม้า เปรียบเปรยถึงคนที่กล้าบ้าบิ่นเกินขอบเขตโดยไม่ยำเกรงแม้แต่ผู้มีอำนาจสูงสุดอย่างฮ่องเต้
*** หลี่ (ลี้) เป็นหน่วยวัดความยาวของจีน เทียบได้กับความยาวประมาณ 500 เมตร
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 29 ก.ค. 69