ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 57.1-57.2 – หน้า 7 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 57.1-57.2

7 of 7หน้าถัดไป

คนอื่นที่ไม่ล่วงรู้ต่างเข้าใจกันว่าฮ่องเต้รักและให้ความสำคัญกับอดีตฮองเฮาผู้ล่วงลับ ถึงได้รีรอไม่แต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่สักที

แต่สกุลอวิ๋นของนางมีสายสัมพันธ์กับจิ้งเฟย จึงรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร

ในครั้งนั้นสตรีที่ฮ่องเต้รักและให้ความสำคัญไม่ใช่เถาซื่อผู้เป็นชายาเอกหรือจิ้งเฟย แต่เป็นญาติผู้พี่ของจิ้งเฟยที่จากไปนานแล้ว

ส่วนที่ชายารองนามว่าฟางเสี่ยวเนี่ยนผู้นั้นตายก่อนวัยอันควรดูเหมือนจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่และคล้ายว่าเถาฮองเฮาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

สมัยฮ่องเต้ยังอยู่ในวัยเยาว์และดำรงตำแหน่งรัชทายาท เขากับชายาเอกเกิดเรื่องหมางใจกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

ดังนั้นตำนานความรักของ ‘ฮ่องเต้กับฮองเฮา’ ที่คนนอกสรรเสริญกันมาโดยตลอด ทั้งยังมีเสียงโจษจันว่า ‘ฮ่องเต้รีรอไม่ยอมแต่งตั้งฮองเฮาสักทีเพราะคะนึงหาเถาฮองเฮา’ ล้วนเป็นคำพูดเหลวไหลทั้งสิ้น!

จะมีสักกี่คนที่ล่วงรู้ว่าต่อให้ยามนั้นเถาฮองเฮาไม่สวรรคต ฮ่องเต้ก็เกือบออกพระราชโองการปลดนางแล้ว

เถาฮองเฮาก็กลัวเสียหน้า อีกทั้งเพื่อตำแหน่งรัชทายาทของบุตรชาย นางไม่เคยบอกเล่าเรื่องพวกนี้กับคนนอกและคนสกุลเถา เพียงมุ่งหวังรักษาภาพจอมปลอมในสายตาคนนอกว่าฮ่องเต้กับนางกลมเกลียวปรองดองกันเอาไว้

สุดท้ายทั้งสองคนล้วนไม่เปิดเผยความจริงออกมา เป็นเหตุให้คนสกุลเถาที่ไร้ยางอายกระหยิ่มยิ้มย่อง นึกว่าฮ่องเต้กับเถาฮองเฮารักใคร่ผูกพันอย่างลึกซึ้งจริงๆ จึงไม่อาจลืมเลือนคนเก่า อีกทั้งตอนนี้ยังคิดจะส่งเถาหยาซูที่มีรูปโฉมคล้ายเถาฮองเฮาเข้าวังไปอีกคน

ต่อให้นางมีไทเฮาหนุนหลัง แต่เข้าวังไปแล้วอย่างไร แค่รูปโฉมของนางก็ทำให้ฮ่องเต้บังเกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ได้แล้ว

ตำหนักในคือถ้ำเสือแดนมังกร ยังไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องอื่น ลำพังแค่อุบายชั้นเชิงของจิ้งเฟยซึ่งเป็นท่านอาหญิงของบุตรสาวก็สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้อวิ๋นฮูหยินได้แล้ว

โชคดีที่ไทเฮาไม่ชอบหน้าคนสกุลอวิ๋นจึงคัดชื่อของบุตรสาวออก ไม่จำเป็นต้องเข้าวังไปขอความโปรดปรานจากตาเฒ่า ขอแค่เสาะหาสามีชาติตระกูลดีถึงจะพึ่งพาได้ทั้งชีวิต

อวิ๋นฮูหยินคิดเช่นนี้แล้วจิตใจก็ปลอดโปร่งเป็นพิเศษ นางเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่บุตรสาวใกล้จะแต่งงาน

ทางด้านฉู่หลินหลาง เมื่อครู่ตอนเกิดศึกฟาดฟันกันด้วยวาจาในห้องโถง นางหยิบเมล็ดแตงกำหนึ่งนั่งหลบมุมฟังตามสบาย

ที่แท้คุณหนูเถาที่สุภาพเรียบร้อยและเงียบขรึมเสมอผู้นี้คารมคมคายอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่ามิใช่ผู้ที่จะตอแยได้

เพียงแต่ไม่รู้ว่าเพราะสกุลอวิ๋นมีจิ้งเฟยหนุนหลังหรือไม่ ทำให้สองแม่ลูกคู่นั้นไม่เห็นคนที่อาจได้เป็นฮองเฮาในอนาคตอยู่ในสายตาโดยสิ้นเชิง

แต่ถ้าว่ากันอย่างเป็นธรรม ท่านหญิงอี๋ซิ่วโชคดีกว่าจริงๆ

ในความคิดของฉู่หลินหลาง ถ้าเป็นสามีวัยชรากับภรรยาวัยสาว ทั้งยังไม่ใช่ฮ่องเต้กับฮองเฮาที่เติบโตเคียงคู่กันมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว สำหรับเด็กสาวในวัยแรกแย้มผู้หนึ่งที่ต้องออกเรือนให้ตาเฒ่าซึ่งเป็นท่านปู่ของนางได้ ถึงเขาจะเป็นฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ แต่จะมีความสุขสำราญใจอะไรให้น่าพูดถึง

ถ้านางเป็นมารดาคุณหนูเถาคงหักใจให้บุตรสาวของตนเองเข้าวังไปปรนนิบัติตาเฒ่าไม่ได้

เมื่อฟังข่าวซุบซิบจบและดื่มชาแกล้มขนมจนหมด ฉู่หลินหลางก็ปัดมือแล้วคิดจะขอตัวกลับ

หวาซื่อห่อขนมบุปผาสดหลายกล่องให้นางนำไปฝากใต้เท้าซือถู

หลังจากฉู่หลินหลางกล่าวอำลาหวาซื่อแล้วก็ขึ้นรถม้าเตรียมตัวกลับจวน

 

เนื่องจากวันนี้เป็นเทศกาลบุปผชาติ ต้นไม้ที่ยังไม่ออกดอกริมถนนล้วนติดบุปผาสีแดงทำจากผ้าแพรหรือกระดาษ

ผู้คนแต่งกายสีสันสดใสงดงามพากันแห่ไปที่อารามเทพบุปผาในเมืองพร้อมเสียงหัวเราะร่าเริงไปตลอดทาง ทำให้การสัญจรติดขัด รถม้าก็แล่นได้ไม่เร็วนัก

ฉู่หลินหลางมองถนนแล้วขมวดคิ้วไต่ถามสารถี “เหตุใดมาทางนี้เล่า ถนนจอแจเพียงใดกัน”

สารถีผู้นั้นทำสีหน้าขอลุแก่โทษ “เมื่อครู่มาถึงหัวถนนแล้วข้าเผลอไปขอรับ ตอนนี้จะหันหัวม้ากลับก็ไม่ทัน แต่ถนนหนทางยามนี้ทิวทัศน์งดงามไม่เลว ผู้ดูแลฉู่อยากลงไปเดินดูสักหน่อยหรือไม่ขอรับ”

ฉู่หลินหลางนั่งในรถม้าจนขาชา พอได้ยินคำเสนอแนะของเขาก็ลงจากรถม้าพาสาวใช้กับบ่าวรับใช้เดินกลับไป ทั้งยังถือโอกาสนี้ชมบุปผาสดที่ตั้งประดับไว้ตามทางไปด้วย

เพียงแต่จุดหมายปลายทางของพวกนางนั้นสวนทางกับคนที่ไปอารามเทพบุปผา ต้องเดินเบียดฝ่าฝูงชนอย่างยากลำบาก

ดังนั้นพอเลี้ยวตรงหัวมุมถนนอีกที พวกนางก็ออกจากถนนสายหลัก เปลี่ยนไปใช้เส้นทางตามตรอกเล็กๆ แม้จะไม่เห็นบุปผาสดประดับริมถนนอีก แต่เดินได้สะดวกสบายกว่ามาก

ฉู่หลินหลางมัวแต่จัดมวยผมที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยเพราะถูกเบียดเสียดให้เข้าที่ ไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีบุรุษฉกรรจ์หลายคนเดินตามหลังพวกนางมาด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ ตั้งแต่เมื่อใดก็สุดรู้

แต่นิสัยโดยปกติทั่วไปของสตรีนั้น เวลาเห็นสิ่งของที่สะท้อนเงาคนได้ก็จะอยากส่องดูตนเอง

ขณะที่เลี้ยวผ่านหัวมุมถนนสายหนึ่ง นางส่องดูความเรียบร้อยของจอนผมตนเองผ่านกระจกอินหยางซึ่งแขวนไว้หน้าประตูเรือนหลังนี้ แต่กลับเห็นทางหางตาว่ามีบุรุษฉกรรจ์หลายคนที่ดูเหมือนเดินมาทางเดียวกับพวกนางอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก

เริ่มแรกนางเพียงเห็นเข้าโดยไม่ตั้งใจ แต่จิตใจที่ละเอียดอ่อนตามประสาสตรีทำให้นางเริ่มจับตาดูข้างหลังอย่างตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง จึงพบว่าไม่ว่านางจะเดินไปทางใด บุรุษฉกรรจ์กลุ่มนั้นก็จะติดตามมาในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลเสมอ…

 

* กองทัพมาขุนพลต้าน น้ำบ่ามาเขื่อนดินกั้น เป็นสำนวน หมายถึงการใช้ไหวพริบรับมือกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม

* ตามค่านิยมของชาวจีนสมัยโบราณ ‘สี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ’ คืออุปกรณ์สำคัญสี่อย่างในห้องหนังสือ ได้แก่ พู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึก

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 26 ส.ค. 69

7 of 7หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 7-8

บทที่ 7 จริงอยู่ว่าการครองคู่กับฉู่หลินหลางเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามีรสชาติสีสัน แต่นานวันเข้าก็ทำให้รู้สึกอยู่มิวายว่า...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 3-4

บทที่ 3 ชั่วขณะนั้นเสียงขออภัยโทษก็ดังขึ้นเป็นทอดๆ ทางด้านฉู่หลินหลางคุกเข่าก้มศีรษะลงนิ่งๆ รอคอยองค์ชายหกลงทัณฑ์อยู่ที่...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

community.jamsai.com