ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 57.1-57.2
คนอื่นที่ไม่ล่วงรู้ต่างเข้าใจกันว่าฮ่องเต้รักและให้ความสำคัญกับอดีตฮองเฮาผู้ล่วงลับ ถึงได้รีรอไม่แต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่สักที
แต่สกุลอวิ๋นของนางมีสายสัมพันธ์กับจิ้งเฟย จึงรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
ในครั้งนั้นสตรีที่ฮ่องเต้รักและให้ความสำคัญไม่ใช่เถาซื่อผู้เป็นชายาเอกหรือจิ้งเฟย แต่เป็นญาติผู้พี่ของจิ้งเฟยที่จากไปนานแล้ว
ส่วนที่ชายารองนามว่าฟางเสี่ยวเนี่ยนผู้นั้นตายก่อนวัยอันควรดูเหมือนจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่และคล้ายว่าเถาฮองเฮาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
สมัยฮ่องเต้ยังอยู่ในวัยเยาว์และดำรงตำแหน่งรัชทายาท เขากับชายาเอกเกิดเรื่องหมางใจกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ดังนั้นตำนานความรักของ ‘ฮ่องเต้กับฮองเฮา’ ที่คนนอกสรรเสริญกันมาโดยตลอด ทั้งยังมีเสียงโจษจันว่า ‘ฮ่องเต้รีรอไม่ยอมแต่งตั้งฮองเฮาสักทีเพราะคะนึงหาเถาฮองเฮา’ ล้วนเป็นคำพูดเหลวไหลทั้งสิ้น!
จะมีสักกี่คนที่ล่วงรู้ว่าต่อให้ยามนั้นเถาฮองเฮาไม่สวรรคต ฮ่องเต้ก็เกือบออกพระราชโองการปลดนางแล้ว
เถาฮองเฮาก็กลัวเสียหน้า อีกทั้งเพื่อตำแหน่งรัชทายาทของบุตรชาย นางไม่เคยบอกเล่าเรื่องพวกนี้กับคนนอกและคนสกุลเถา เพียงมุ่งหวังรักษาภาพจอมปลอมในสายตาคนนอกว่าฮ่องเต้กับนางกลมเกลียวปรองดองกันเอาไว้
สุดท้ายทั้งสองคนล้วนไม่เปิดเผยความจริงออกมา เป็นเหตุให้คนสกุลเถาที่ไร้ยางอายกระหยิ่มยิ้มย่อง นึกว่าฮ่องเต้กับเถาฮองเฮารักใคร่ผูกพันอย่างลึกซึ้งจริงๆ จึงไม่อาจลืมเลือนคนเก่า อีกทั้งตอนนี้ยังคิดจะส่งเถาหยาซูที่มีรูปโฉมคล้ายเถาฮองเฮาเข้าวังไปอีกคน
ต่อให้นางมีไทเฮาหนุนหลัง แต่เข้าวังไปแล้วอย่างไร แค่รูปโฉมของนางก็ทำให้ฮ่องเต้บังเกิดความรังเกียจเดียดฉันท์ได้แล้ว
ตำหนักในคือถ้ำเสือแดนมังกร ยังไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องอื่น ลำพังแค่อุบายชั้นเชิงของจิ้งเฟยซึ่งเป็นท่านอาหญิงของบุตรสาวก็สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้อวิ๋นฮูหยินได้แล้ว
โชคดีที่ไทเฮาไม่ชอบหน้าคนสกุลอวิ๋นจึงคัดชื่อของบุตรสาวออก ไม่จำเป็นต้องเข้าวังไปขอความโปรดปรานจากตาเฒ่า ขอแค่เสาะหาสามีชาติตระกูลดีถึงจะพึ่งพาได้ทั้งชีวิต
อวิ๋นฮูหยินคิดเช่นนี้แล้วจิตใจก็ปลอดโปร่งเป็นพิเศษ นางเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่บุตรสาวใกล้จะแต่งงาน
ทางด้านฉู่หลินหลาง เมื่อครู่ตอนเกิดศึกฟาดฟันกันด้วยวาจาในห้องโถง นางหยิบเมล็ดแตงกำหนึ่งนั่งหลบมุมฟังตามสบาย
ที่แท้คุณหนูเถาที่สุภาพเรียบร้อยและเงียบขรึมเสมอผู้นี้คารมคมคายอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่ามิใช่ผู้ที่จะตอแยได้
เพียงแต่ไม่รู้ว่าเพราะสกุลอวิ๋นมีจิ้งเฟยหนุนหลังหรือไม่ ทำให้สองแม่ลูกคู่นั้นไม่เห็นคนที่อาจได้เป็นฮองเฮาในอนาคตอยู่ในสายตาโดยสิ้นเชิง
แต่ถ้าว่ากันอย่างเป็นธรรม ท่านหญิงอี๋ซิ่วโชคดีกว่าจริงๆ
ในความคิดของฉู่หลินหลาง ถ้าเป็นสามีวัยชรากับภรรยาวัยสาว ทั้งยังไม่ใช่ฮ่องเต้กับฮองเฮาที่เติบโตเคียงคู่กันมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว สำหรับเด็กสาวในวัยแรกแย้มผู้หนึ่งที่ต้องออกเรือนให้ตาเฒ่าซึ่งเป็นท่านปู่ของนางได้ ถึงเขาจะเป็นฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ แต่จะมีความสุขสำราญใจอะไรให้น่าพูดถึง
ถ้านางเป็นมารดาคุณหนูเถาคงหักใจให้บุตรสาวของตนเองเข้าวังไปปรนนิบัติตาเฒ่าไม่ได้
เมื่อฟังข่าวซุบซิบจบและดื่มชาแกล้มขนมจนหมด ฉู่หลินหลางก็ปัดมือแล้วคิดจะขอตัวกลับ
หวาซื่อห่อขนมบุปผาสดหลายกล่องให้นางนำไปฝากใต้เท้าซือถู
หลังจากฉู่หลินหลางกล่าวอำลาหวาซื่อแล้วก็ขึ้นรถม้าเตรียมตัวกลับจวน
เนื่องจากวันนี้เป็นเทศกาลบุปผชาติ ต้นไม้ที่ยังไม่ออกดอกริมถนนล้วนติดบุปผาสีแดงทำจากผ้าแพรหรือกระดาษ
ผู้คนแต่งกายสีสันสดใสงดงามพากันแห่ไปที่อารามเทพบุปผาในเมืองพร้อมเสียงหัวเราะร่าเริงไปตลอดทาง ทำให้การสัญจรติดขัด รถม้าก็แล่นได้ไม่เร็วนัก
ฉู่หลินหลางมองถนนแล้วขมวดคิ้วไต่ถามสารถี “เหตุใดมาทางนี้เล่า ถนนจอแจเพียงใดกัน”
สารถีผู้นั้นทำสีหน้าขอลุแก่โทษ “เมื่อครู่มาถึงหัวถนนแล้วข้าเผลอไปขอรับ ตอนนี้จะหันหัวม้ากลับก็ไม่ทัน แต่ถนนหนทางยามนี้ทิวทัศน์งดงามไม่เลว ผู้ดูแลฉู่อยากลงไปเดินดูสักหน่อยหรือไม่ขอรับ”
ฉู่หลินหลางนั่งในรถม้าจนขาชา พอได้ยินคำเสนอแนะของเขาก็ลงจากรถม้าพาสาวใช้กับบ่าวรับใช้เดินกลับไป ทั้งยังถือโอกาสนี้ชมบุปผาสดที่ตั้งประดับไว้ตามทางไปด้วย
เพียงแต่จุดหมายปลายทางของพวกนางนั้นสวนทางกับคนที่ไปอารามเทพบุปผา ต้องเดินเบียดฝ่าฝูงชนอย่างยากลำบาก
ดังนั้นพอเลี้ยวตรงหัวมุมถนนอีกที พวกนางก็ออกจากถนนสายหลัก เปลี่ยนไปใช้เส้นทางตามตรอกเล็กๆ แม้จะไม่เห็นบุปผาสดประดับริมถนนอีก แต่เดินได้สะดวกสบายกว่ามาก
ฉู่หลินหลางมัวแต่จัดมวยผมที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยเพราะถูกเบียดเสียดให้เข้าที่ ไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีบุรุษฉกรรจ์หลายคนเดินตามหลังพวกนางมาด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ ตั้งแต่เมื่อใดก็สุดรู้
แต่นิสัยโดยปกติทั่วไปของสตรีนั้น เวลาเห็นสิ่งของที่สะท้อนเงาคนได้ก็จะอยากส่องดูตนเอง
ขณะที่เลี้ยวผ่านหัวมุมถนนสายหนึ่ง นางส่องดูความเรียบร้อยของจอนผมตนเองผ่านกระจกอินหยางซึ่งแขวนไว้หน้าประตูเรือนหลังนี้ แต่กลับเห็นทางหางตาว่ามีบุรุษฉกรรจ์หลายคนที่ดูเหมือนเดินมาทางเดียวกับพวกนางอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก
เริ่มแรกนางเพียงเห็นเข้าโดยไม่ตั้งใจ แต่จิตใจที่ละเอียดอ่อนตามประสาสตรีทำให้นางเริ่มจับตาดูข้างหลังอย่างตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง จึงพบว่าไม่ว่านางจะเดินไปทางใด บุรุษฉกรรจ์กลุ่มนั้นก็จะติดตามมาในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลเสมอ…
* กองทัพมาขุนพลต้าน น้ำบ่ามาเขื่อนดินกั้น เป็นสำนวน หมายถึงการใช้ไหวพริบรับมือกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม
* ตามค่านิยมของชาวจีนสมัยโบราณ ‘สี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ’ คืออุปกรณ์สำคัญสี่อย่างในห้องหนังสือ ได้แก่ พู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึก
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 26 ส.ค. 69
Comments



