“ปาฏิหาริย์ยิ่งนัก คำนวณวันดูแล้วมันต้องระเหเร่ร่อนอยู่บนเส้นทางราวสองเดือนเลยทีเดียว! ก็ไม่รู้ต้องลำบากเพียงใด ต้องหลบเลี่ยงคนเลวมากเพียงใดถึงกลับมาได้”
หยางไจ้เอินพูดถึงเรื่องนี้อย่างปลงอนิจจัง ทอดถอนใจไม่หยุด
เผยเซียวหยวนปวดใจยิ่งนัก คลุกคลีแนบชิดกับจินอูจุยอีกครู่หนึ่ง ฝ่ามือลูบไล้แผ่นหลังโล่งๆ ของมันที่ผ่ายผอมลง เนื้อหนังยังกลับคืนมาไม่หมด ฉับพลันนั้นคนก็สะดุ้งขึ้นมา
“วันนั้นที่มันกลับมา ถุงใส่ของที่อานม้ายังอยู่หรือไม่” เขาพลันหันไปถาม
“อยู่ขอรับ” ขุนนางผู้ดูแลอุทยานรีบพยักหน้า
“เร่ร่อนอยู่สองเดือน ถุงใส่ของที่อานม้าถึงกับยังอยู่ ดังนั้นจึงได้เรียกมันว่าม้าแสนรู้!”
“ถุงใบนั้นเล่า” เผยเซียวหยวนรู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมารำไร
“องค์หญิงทรงเก็บไปแล้ว” หยางไจ้เอินกล่าวยิ้มๆ “ราชบุตรเขยวางใจเถิด สิ่งของในนั้นองค์หญิงจะต้องช่วยท่านเก็บรักษาไว้แน่นอน”
เผยเซียวหยวนหัวใจเต้นรัว ชั่วขณะนั้นโลหิตทั่วร่างคล้ายถูกบีบรัดให้ไปอยู่ตรงหน้าอกทั้งหมด
เขาแทบไม่อาจหายใจ หลับตายืนอยู่เช่นนั้นไม่ขยับตัว
“ราชบุตรเขยท่านเป็นอะไรไป หรือว่าเป็นสิ่งของล้ำค่า หากใช่ ไปทูลถามองค์หญิงเดี๋ยวนี้ก็จะทราบแล้ว ขอเพียงระหว่างทางจินอูจุยไม่ได้ทำตกหล่นก็ไม่หายแน่นอน”
หยางไจ้เอินรู้สึกว่าราชบุตรเขยมีสีหน้าแปลกพิกล เหมือนมีอันใดไม่ถูกต้อง จึงถามด้วยความเป็นห่วง
เผยเซียวหยวนลืมตา เห็นสองคนที่อยู่ตรงข้ามต่างมองตนด้วยความฉงน ครู่เดียวเขาก็กลับคืนสู่ปกติ ยิ้มน้อยๆ บอกว่า “ข้าไม่เป็นไร ในถุงก็ไม่มีของสำคัญ เพียงแต่จู่ๆ ได้รู้ว่าจินอูจุยยังอยู่จึงเสียกิริยาไปชั่วขณะ”
หยางไจ้เอินกับขุนนางผู้นั้นถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยิ้มพลางเอ่ยคล้อยตาม “ใช่! ใครบ้างได้ยินเรื่องนี้แล้วไม่ประหลาดใจ มิน่าถึงได้มีคำพูดว่าม้าแก่จำทางได้ นับเป็นม้าแสนรู้อย่างแท้จริง ตอนนั้นองค์หญิงกอดมันไว้ก็ทรงหลั่งน้ำตา”
เผยเซียวหยวนนิ่งเงียบแล้ว
จินอูจุยกลับมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่ตรามัจฉาที่ตอนนั้นเขาใส่ไว้ในถุงที่อานม้าอันนั้นเล่า
ถุงนั่นทำจากหนังสัตว์ ก่อนที่เขาจะมอบให้ชิงโถวก็มัดปากถุงไว้จนแน่น นอกจากใช้ดาบหรือกระบี่กรีดขาด หาไม่ก็ยากจะขาดเสียหาย
ตามที่หยางไจ้เอินพูดมา ปากถุงเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ
นั่นก็หมายความว่าขอเพียงไม่ใช่จินอูจุยทำสิ่งของร่วงตกระหว่างทางและหายไป เช่นนั้นเวลานี้ตรามัจฉาที่เขาลอบเก็บไว้อันนั้น แปดเก้าส่วนน่าจะอยู่ที่เยี่ยซวี่อวี่ นางย่อมเห็นคำพูดที่เขาทิ้งไว้ให้นางในคืนนั้นก่อนตัดสินใจมุ่งเข้าสู่ความตาย
นางคิดเห็นอย่างไร และมองเขาเช่นไร
หากตรามัจฉาหล่นหายกลางทางก็แล้วไป แต่เห็นอยู่ว่านางเห็นแล้วกลับไม่เอ่ยถึงแม้แต่คำเดียว คืนนี้จู่ๆ ก็บอกให้เขารู้เรื่องจินอูจุยกลับมาแล้ว
ที่แท้แล้วนางคิดเช่นไรกับเขากันแน่
จิตใจของเผยเซียวหยวนประดุจเชือกป่านที่พันกันยุ่งก้อนหนึ่ง สับสนยุ่งเหยิงเป็นที่สุด เบื้องหน้าเขาปรากฏภาพเยี่ยซวี่อวี่ตอนพบหน้าเขาและคำพูดทุกคำที่นางเอ่ยออกมา สีหน้าท่าทางรวมถึงสายตาทั้งหมด อดไม่ได้ที่จะยิ่งรู้สึกงุนงงสับสน สุดท้ายเขากระทั่งไม่รู้แน่ชัดว่าที่แท้แล้วตนเองหวังจะให้นางได้เห็นตรามัจฉานั้น หรือยอมให้ตรามัจฉานั้นหล่นหายระหว่างทาง ให้นางไม่มีวันได้เห็นตลอดไปมากกว่ากัน
“ขอบคุณท่านทั้งสอง เชิญพวกท่านตามสบาย ไม่ต้องสนใจข้า”
เมื่อตระหนักว่าด้านข้างยังมีคน เผยเซียวหยวนจึงสงบใจแล้วยิ้มน้อยๆ พลางกล่าวขึ้น
หยางไจ้เอินกับขุนนางผู้ดูแลอุทยานรู้ว่าราชบุตรเขยรักจินอูจุย เข้าใจว่าม้าที่หายไปจู่ๆ ก็กลับมาอยู่ข้างกาย อยากจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังก็เป็นเรื่องปกติ จึงต่างกล่าวขอตัวแล้วแยกย้ายกันไป