ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147
จะต้องเป็นเพราะอากาศในห้องนี้ร้อนจัดเกินไป เผยเซียวหยวนรู้สึกว่าแผ่นหลังเริ่มมีเหงื่อร้อนเม็ดเล็กๆ ซึมออกมาชั้นหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้นลมหายใจยังเปลี่ยนเป็นติดขัดขึ้นมา
“พวกเขาบอกว่าตอนจินอูจุยกลับมา ถุงใส่ของที่ติดตัวมายังอยู่” เขากล่าวขึ้นอีกประโยค
นางเลิกผ้าห่มลงจากเตียง สวมรองเท้าเดินมาถึงหน้าโต๊ะประทินโฉม ดึงลิ้นชักเล็กปิดลายทองออกมา หยิบสิ่งของสีทองแวววาวชิ้นหนึ่งจากข้างในถือไว้ในฝ่ามือ หันกลับมาและยกขึ้นมาถึงหน้าอก มองเขาแล้วเอ่ยถาม
“เป็นของสิ่งนี้หรือ”
เป็นตรามัจฉาที่เขาลอบเก็บไว้ บริเวณขอบบิดงอและบุบ เขาคุ้นเคยดี
“คืนนั้นเดิมข้าคิดจะให้ชิงโถวขี่มันกลับฉางอัน ไม่คิดว่าชิงโถวจะไม่ยอมจากไป กลับตามข้าออกจากเมือง ช่วงต่อสู้ชุลมุนเขากับจินอูจุยพลัดหลงกัน จินอูจุยกลับมาเองได้ ข้าเองก็คิดไม่ถึง…”
เผยเซียวหยวนพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ทว่าชั่วขณะนี้ในใจเขากลับมีความรู้สึกขมขื่นอย่างหนึ่งก่อตัวขึ้น
คืนนั้นเขาเพียงอยากให้นางรู้ถึงคำพูดที่อยู่ในใจเขา หาไม่ ถึงเขาตายแล้วก็ยังรู้สึกเสียใจ
เขาไม่เคยคิดว่าเมื่อนางเห็นแล้วจะมีท่าทีเช่นไร
คืนนี้เขารู้แล้ว…สงบนิ่งดุจผิวน้ำ
พริบตานี้ความคิดอย่างหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ เขาอยากจะถูกฝังอยู่ใต้หิมะถล่มในคืนนั้นเสียยังจะดีกว่า
เสียงของเขาค่อยๆ หยุดลง มองนางเดินตรงมาที่ตนแล้วหยุดอยู่ตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นมองจ้องตาเขาแล้วยื่นมือมา เอาตรามัจฉาวางแนบกับหน้าอกของเขา หยุดอยู่ตรงคอเสื้อ
จากนั้นหน้าอกก็เย็นวาบ
สิ่งของเย็นเฉียบชิ้นหนึ่งไหลลงมาจากคอเสื้อของเขา เลื่อนลงมาตามหน้าอกที่มีไอร้อนแผ่ออกมา ไหลลื่นลงไปดุจผ้าไหม กระทั่งถูกสายรัดเอวเตี๋ยเซี่ยที่คาดอยู่ตรงเอวขวางไว้ หยุดอย่างกะทันหันอยู่ใต้เสื้อผ้าของเขา
วัตถุเย็นและแข็งกระทบผิวที่อบอุ่นใต้เสื้อผ้าของเขา ทำให้ขนละเอียดลุกชันทันที ทั้งร่างพลอยสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่
“คืนให้ท่าน พรุ่งนี้ขัดเองให้เรียบแล้วนำไปส่งคืนฟู่เป่าหลาง” นางกล่าวจบก็หมุนตัวจะเดินจากไป
เขาหลับตา เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่ามือของตนได้คว้าแขนนางไว้ไม่ให้จากไป
เยี่ยซวี่อวี่หันหน้ามา มองมือของเขาที่จับนางอยู่ก่อนเงยหน้าขึ้น
“ท่านไม่ยินยอมหรือ ท่านยังคิดจะคืนดีกับข้าหรือไร”
นางคล้ายตระหนักรู้ กล่าวเสียงเบา
เผยเซียวหยวนนิ่งเงียบ เพียงแต่มือที่จับนางอยู่ข้างนั้นยังไม่คลายออกแม้แต่น้อย
“ก็ดี” นางหัวเราะออกมา พยักหน้าน้อยๆ “เช่นนั้นท่านตอบข้า เพราะเหตุใดทั้งที่กลับมาแล้วกลับไม่ยอมเข้าเมืองมาพบข้าทันที ต้องไปพักค้างคืนที่จุดพักม้า วันรุ่งขึ้นข้าให้ท่านป้าเฮ่อส่งบุตรชายไปหาท่าน ตัวท่านมาถึงนอกประตูวังแล้ว เพราะเหตุใดยังคงไม่มาพบข้า ยังมี!”
พร้อมกับคำถาม รอยยิ้มของนางก็เลือนหายไปอย่างสิ้นเชิง
“เมื่อวานนี้เอง! ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือ เสด็จพ่อเรียกท่านเข้าวัง เห็นอยู่ว่าท่านมาถึงเรือนตะวันออกแล้ว สุดท้ายเพราะเหตุใดยังคงไม่ยินดีจะปรากฏตัวมาพบข้า เผยเซียวหยวน สำหรับท่านแล้วข้าเป็นเหมือนน้ำบ่าสัตว์ร้ายเช่นนั้นหรือ”
“ฮู่เอ๋อร์!” หัวใจของเผยเซียวหยวนพลันบีบรัด เรียกชื่อนางออกมาแล้วรีบเอ่ยปฏิเสธ “ไม่ใช่เช่นนั้น”
นางกลับเห็นชัดว่าไม่ยินดีจะฟังอีก
“ท่านทิ้งถ้อยคำอะไรไว้บนตรามัจฉา ท่านบอกข้า!”
เผยเซียวหยวนชะงักอึ้ง ท่าทางยากจะเอ่ยปาก
เยี่ยซวี่อวี่ยิ้มหยัน
“ท่านพูดไม่ออก เช่นนั้นข้าจะช่วยท่านแล้วกัน ‘แม้ไม่ตายจะกลับคืนมาหา หากสิ้นวาสนาก็จะไม่มีวันลืมเลือน’ หากยังมีชีวิตอยู่ท่านจะต้องกลับมาพบข้า หากตายไปท่านก็จะคิดถึงข้าตลอดไป ก่อนท่านจะออกจากเมืองด้วยความคิดที่ว่าต้องตายแน่นอนในคืนนั้น ก็คิดจะให้ชิงโถวนำคำพูดนี้กลับมาให้ข้าใช่หรือไม่ ถ้อยคำที่งดงามเช่นนี้ เพราะข้าเป็นบุตรสาวของเสด็จพ่อ ดังนั้นข้าจึงถูกกำหนดไว้ว่าไม่มีคุณสมบัติจะได้รับความรักทะนุถนอมจากท่านขณะยังมีชีวิตอยู่ มีเพียงท่านตายไปแล้ว ข้าจึงจะคู่ควรได้ล่วงรู้ความรู้สึกในใจของท่านใช่หรือไม่
หากเป็นเช่นนั้น เผยเซียวหยวน ท่านก็เอาคำพูดของท่านกลับไปเถิด ข้าคิดว่าก่อนหน้านี้ได้บอกกับท่านอย่างชัดเจนไม่ใช่เพียงครั้งเดียว ข้าจะไม่ฝืนใจท่านแม้แต่น้อย…”
เยี่ยซวี่อวี่ไม่อาจควบคุมตนเองต่อไปได้อีก หยาดน้ำตาไหลพรากจากขอบตาแล้วลงมาตามแก้ม
นางพลันหันหน้าไป สะบัดมือเขาออกแล้วสาวเท้าเดิน เผยเซียวหยวนตื่นตะลึงอย่างที่สุดและตระหนักรู้ขึ้นมาท่ามกลางความรู้สึกเสียใจ เพียงรู้สึกหัวใจเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของนางทันที ไม่เหลือดีแม้แต่ส่วนเดียว
เขาโอบกอดหญิงสาวจากด้านหลัง ไม่ให้นางจากไป
“ฮู่เอ๋อร์ เป็นความผิดของข้า ท่านอย่าโกรธข้าเลย…” เขาบังคับนางให้หันมาเผชิญหน้ากับตนแล้วอธิบายอย่างรีบร้อน พยายามจะปลอบโยน “ก่อนออกจากฉางอันข้าทำให้ท่านเสียใจ เวลานี้กลับมาแล้ว ข้ากลัวท่านยังไม่อภัยให้…”
ทว่าเยี่ยซวี่อวี่เหมือนยังแค้นเคืองอยู่ ไม่เพียงไม่ฟัง น้ำตากลับยิ่งพรั่งพรูและดิ้นรนหนักขึ้น เผยเซียวหยวนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอุ้มนางขึ้นมาทั้งตัว ให้เท้าทั้งสองของนางลอยอยู่เหนือพื้น
นางเสียสมดุลขณะดิ้นรน ร่างพลันหงายไปข้างหลัง นางยังคงร้องไห้และอุทานเบาๆ ออกมาคำหนึ่ง สองมือคว้าหัวไหล่ของชายหนุ่มด้วยสัญชาตญาณ
เวลานี้เจ้าตัวน้อยบนเตียงเล็กพลันพลิกตัว ทั้งสองตกใจจนหยุดการเคลื่อนไหวและหันหน้าไปมองพร้อมกัน กลับเห็นเสี่ยวหู่เอ๋อร์พลิกตัวเสร็จก็หลับสนิทต่อไป
“เผยเซียวหยวน ปล่อยข้าลง!”
นางไม่กล้าส่งเสียงดังมากอีก ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหลายส่วน ก่อนหลุบตาลง ยังคงไม่ยอมมองเขา
เผยเซียวหยวนกลับไม่ขยับ ก้มหน้าเอาหน้าผากแตะกับหน้าผากนางเบาๆ
“แม้ไม่ตายจะกลับคืนมาหา หากสิ้นวาสนาก็จะไม่มีวันลืมเลือน…”
เขากระซิบเบาๆ จากนั้นก็จุมพิตบนริมฝีปากนางพร้อมกับปลายเสียงที่จางหายไป
Comments



