ไม่ว่าช่วงเวลาใดนางล้วนต้องเตรียมใจว่าเขาจะต้องไปจากนาง
สิทธิ์ในการเลือกอยู่ในมือของเขาตลอดเวลา ส่วนนางเป็นเพียงผู้รอคอยการประกาศคำตัดสินใจคนหนึ่ง
การได้รับตรามัจฉาที่สลักตัวอักษรไว้กล่าวสำหรับนางแล้วถึงจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเฝ้ารอคอยครั้งใหม่ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปความวิตกกังวลและความไม่สบายใจของนางก็เพิ่มมากขึ้นทุกวันอีกครั้ง นางยังคงไม่กล้าเชื่อ ครั้งนี้เขาจะกลับมาอยู่ตรงหน้านางอย่างไม่ลังเล และบอกนางว่าเขากลับมาแล้วจริงๆ
แล้วก็เป็นเช่นที่นางคิด เขาถอยกรูดอีกครั้ง
เปรียบกับการเป็นเช่นนี้ในเวลานี้ เขากลับมาเพื่อนาง แต่ยังรีรอลังเลอีกครั้ง นางยอมให้เขาเกลียดนางอย่างถึงที่สุด ตัดเยื่อใยไม่พบนางอีกเลยยังจะดีเสียกว่า เช่นนี้นางจะได้ตัดใจอย่างสิ้นเชิง
มายามนี้เขากลับบอกว่าเขากังวลว่านางจะไม่ยอมให้อภัยเขา
เป็นความจริงหรือ
เยี่ยซวี่อวี่ได้ยินเขากระซิบคำพูดสองประโยคนั้นที่ทำให้นางร้องไห้ทั้งคืนซ้ำที่ข้างหู นางผลักหน้าเขาออก ไม่ให้เขาจูบ ก่อนจะดึงตัวเสื้อด้านหน้าของเขาออกแล้วยื่นมือเข้าไปในหน้าอกที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง คลำหาตรามัจฉาอันนั้นที่ถูกผิวหนังของเขาอังจนอุ่นออกมา จากนั้นก็ชูขึ้นตรงหน้าเขา
“ข้าไม่เชื่อ” นางกล่าวออกมาทีละคำ “หากไม่ใช่เพราะจับพลัดจับผลูจินอูจุยกลับมาเองได้ การตีฝ่าวงล้อมที่ปิดเมืองต้าเช่อในวันนั้น หลังจากท่านรู้ว่าไม่ได้ตายในการต่อสู้ทำศึก ท่านใช่จะไปตามเอาของสิ่งนี้กลับมา ถือเสียว่าไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นใช่หรือไม่”
จอนผมดำขลับพลิ้วไหวทำท่าจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ นางมองเข้าไปในดวงตาของเขา หอบหายใจเล็กน้อยแล้วเอ่ยถาม
เขากลับไม่ตอบ แต่ผ่านไปเพียงครู่เดียวเขาก็เรียกชื่อนางอีกครั้ง ในสายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความวิงวอน
“ฮู่เอ๋อร์…”
ความขุ่นเคืองขุมหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ
เยี่ยซวี่อวี่อยากจะเลียนแบบเขา ขว้างตรามัจฉาออกไปแรงๆ สักครั้ง แต่บนตรานี้มีคำบอกรักที่เขาเขียนให้นางอยู่ สุดท้ายจึงกำของสิ่งนี้ไว้ในมือด้วยความคับแค้นใจ สองแขนเกี่ยวด้านหลังลำคอของชายหนุ่มแล้วบังคับให้เขาโน้มศีรษะลงมาหาตน จากนั้นนางก็อ้าปาก ใช้ฟันเล็กแหลมคมกัดริมฝีปากเขาอย่างแรงทีหนึ่ง
นี่เป็นการกัดเพื่อลงโทษ ริมฝีปากของเขาแตกแล้ว นางได้ลิ้มรสชาติคาวเค็มที่มาจากเลือดของเขา
เผยเซียวหยวนร้องครางด้วยความเจ็บปวด ทว่าไม่เพียงไม่หลบหลีก สองแขนกลับกระชับรอบเอวนางแน่นขึ้น แน่นจนเหมือนจะหลอมรวมร่างนางเข้าไปในร่างของตน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นร้อนแรงดุจเปลวไฟที่ค่อยๆ ลุกโชน
เขามองจ้องริมฝีปากของนางซึ่งมีเลือดของเขาติดอยู่สองสามหยด ขณะคนทั้งสองพันพัวกัน สายลมบางเบาพัดโชยผ่านชายแขนเสื้อ เทียนที่มีลวดลายสั่นไหว ภายใต้แสงเทียนที่ส่ายพลิ้วแผ่วเบา ริมฝีปากสีแดงโลหิตงามเพริศพริ้งดุจเคลือบด้วยน้ำหวานที่หมักจากดอกเฉียงเวย สดชื่น เย้ายวน และส่งกลิ่นหอมกำจายที่ทำให้คนลุ่มหลงอย่างยากจะหาใดเปรียบ
เผยเซียวหยวนก้มหน้าลงมองนางโดยไม่พูดอะไร นางก็ไม่ดิ้นรน มือหนึ่งกำตรามัจฉา สองแขนโอบรอบคอเขาแน่น คางเรียวเล็กยกขึ้นเล็กน้อย สีหน้ายั่วยุ
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ทันใดนั้นเขาก็ช้อนตัวนางขึ้นมาในอ้อมแขน กดร่างนางลงบนเตียงไว้อย่างแน่นหนา
ในห้องนอนที่เงียบสงัดมีเสียงเสื้อผ้าฉีกขาดดังขึ้นมาชัดเจน ก็ไม่รู้เป็นของเขาหรือของนาง เสื้อผ้ากองหนึ่งที่พาดอยู่ลื่นไหลลงมาครึ่งหนึ่ง กองระเกะระกะอยู่ตรงหน้าเตียง แขนขาวผ่องดุจหิมะข้างหนึ่งพาดอยู่บนขอบเตียง นิ้วเรียวดุจต้นหอมทั้งห้ากางแล้วหุบอย่างอ่อนแรงสองสามครั้ง ตรามัจฉาลื่นหลุดจากซอกนิ้ว ร่วงหล่นลงไป
มีเสียงดังติง ตรามัจฉาหล่นไปกระทบกับแผ่นประดับสำริดชิ้นหนึ่งบนสายรัดเอวเตี๋ยเซี่ยที่อยู่บนพื้นแล้วจมหายไปในกองเสื้อผ้า
แสงจันทร์ส่องกระทบกำแพงวัง อากาศตอนเที่ยงคืนเย็นสบาย
หมอกยามค่ำคืนในฤดูใบไม้ผลิค่อยๆ เกาะตัวบนกลีบดอกซู่ซินที่ผลิบานงดงามท่ามกลางสีสันในราตรีกาลบริเวณริมทางเดินของตำหนักบรรทม สายลมพัดกิ่งไม้ไหว หยาดน้ำค้างร่วงหล่นไม่ขาดสาย
เผยเซียวหยวนผ่านค่ำคืนยาวนานดุจความฝันดั่งภาพลวงตา แทบจะใช้คำว่าบ้าระห่ำมาบรรยายได้เลยทีเดียว
ค่ำคืนนี้ก่อนที่เขาจะอ่อนระโหยโรยแรงและหลับไปในที่สุด เขาไม่แยกจากเยี่ยซวี่อวี่แม้ครึ่งก้าว พันพัวอยู่กับนางตลอดเวลา ตอนแรกพวกเขาอยู่บนเตียง ต่อมาเพราะกลัวจะทำให้เสี่ยวหู่เอ๋อร์ตกใจตื่นจึงย้ายไปที่ห้องเล็กห้องนั้น ทุกสถานที่ ทุกท่วงท่า เขาจุมพิตไปทั่วร่างกายของนาง ปรนนิบัตินางสุดความสามารถ เพียงเพื่อส่งนางให้ถึงปลายทางแห่งความสุขสม ครั้นนางอ่อนเพลียแล้วเขาก็กอดนางไว้ นอนเป็นเพื่อนนาง รอจนนางตื่น
เขาเองก็ใช้ความสามารถที่บ้าคลั่งที่สุดออกมาอย่างเต็มที่ ทำตามใจชอบ ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนตัวนาง เขาเหมือนมีกำลังวังชาที่ใช้ไม่หมด และไม่ยินดีจะแยกจากนาง ราวกับว่ามีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะทำให้นางลบความหวาดผวาและความเจ็บปวดทั้งหมดที่นางต้องแบกรับอยู่เพียงลำพังในวันคืนที่ต้องแยกจากกัน ลืมหยาดน้ำตาที่เคยไหลริน และจดจำได้อย่างแม่นยำว่าเขาคือสามีของนาง