ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147 – หน้า 8 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

ไม่ว่าช่วงเวลาใดนางล้วนต้องเตรียมใจว่าเขาจะต้องไปจากนาง

สิทธิ์ในการเลือกอยู่ในมือของเขาตลอดเวลา ส่วนนางเป็นเพียงผู้รอคอยการประกาศคำตัดสินใจคนหนึ่ง

การได้รับตรามัจฉาที่สลักตัวอักษรไว้กล่าวสำหรับนางแล้วถึงจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเฝ้ารอคอยครั้งใหม่ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปความวิตกกังวลและความไม่สบายใจของนางก็เพิ่มมากขึ้นทุกวันอีกครั้ง นางยังคงไม่กล้าเชื่อ ครั้งนี้เขาจะกลับมาอยู่ตรงหน้านางอย่างไม่ลังเล และบอกนางว่าเขากลับมาแล้วจริงๆ

แล้วก็เป็นเช่นที่นางคิด เขาถอยกรูดอีกครั้ง

เปรียบกับการเป็นเช่นนี้ในเวลานี้ เขากลับมาเพื่อนาง แต่ยังรีรอลังเลอีกครั้ง นางยอมให้เขาเกลียดนางอย่างถึงที่สุด ตัดเยื่อใยไม่พบนางอีกเลยยังจะดีเสียกว่า เช่นนี้นางจะได้ตัดใจอย่างสิ้นเชิง

มายามนี้เขากลับบอกว่าเขากังวลว่านางจะไม่ยอมให้อภัยเขา

เป็นความจริงหรือ

เยี่ยซวี่อวี่ได้ยินเขากระซิบคำพูดสองประโยคนั้นที่ทำให้นางร้องไห้ทั้งคืนซ้ำที่ข้างหู นางผลักหน้าเขาออก ไม่ให้เขาจูบ ก่อนจะดึงตัวเสื้อด้านหน้าของเขาออกแล้วยื่นมือเข้าไปในหน้าอกที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง คลำหาตรามัจฉาอันนั้นที่ถูกผิวหนังของเขาอังจนอุ่นออกมา จากนั้นก็ชูขึ้นตรงหน้าเขา

“ข้าไม่เชื่อ” นางกล่าวออกมาทีละคำ “หากไม่ใช่เพราะจับพลัดจับผลูจินอูจุยกลับมาเองได้ การตีฝ่าวงล้อมที่ปิดเมืองต้าเช่อในวันนั้น หลังจากท่านรู้ว่าไม่ได้ตายในการต่อสู้ทำศึก ท่านใช่จะไปตามเอาของสิ่งนี้กลับมา ถือเสียว่าไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นใช่หรือไม่”

จอนผมดำขลับพลิ้วไหวทำท่าจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ นางมองเข้าไปในดวงตาของเขา หอบหายใจเล็กน้อยแล้วเอ่ยถาม

เขากลับไม่ตอบ แต่ผ่านไปเพียงครู่เดียวเขาก็เรียกชื่อนางอีกครั้ง ในสายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความวิงวอน

“ฮู่เอ๋อร์…”

ความขุ่นเคืองขุมหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ

เยี่ยซวี่อวี่อยากจะเลียนแบบเขา ขว้างตรามัจฉาออกไปแรงๆ สักครั้ง แต่บนตรานี้มีคำบอกรักที่เขาเขียนให้นางอยู่ สุดท้ายจึงกำของสิ่งนี้ไว้ในมือด้วยความคับแค้นใจ สองแขนเกี่ยวด้านหลังลำคอของชายหนุ่มแล้วบังคับให้เขาโน้มศีรษะลงมาหาตน จากนั้นนางก็อ้าปาก ใช้ฟันเล็กแหลมคมกัดริมฝีปากเขาอย่างแรงทีหนึ่ง

นี่เป็นการกัดเพื่อลงโทษ ริมฝีปากของเขาแตกแล้ว นางได้ลิ้มรสชาติคาวเค็มที่มาจากเลือดของเขา

เผยเซียวหยวนร้องครางด้วยความเจ็บปวด ทว่าไม่เพียงไม่หลบหลีก สองแขนกลับกระชับรอบเอวนางแน่นขึ้น แน่นจนเหมือนจะหลอมรวมร่างนางเข้าไปในร่างของตน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นร้อนแรงดุจเปลวไฟที่ค่อยๆ ลุกโชน

เขามองจ้องริมฝีปากของนางซึ่งมีเลือดของเขาติดอยู่สองสามหยด ขณะคนทั้งสองพันพัวกัน สายลมบางเบาพัดโชยผ่านชายแขนเสื้อ เทียนที่มีลวดลายสั่นไหว ภายใต้แสงเทียนที่ส่ายพลิ้วแผ่วเบา ริมฝีปากสีแดงโลหิตงามเพริศพริ้งดุจเคลือบด้วยน้ำหวานที่หมักจากดอกเฉียงเวย สดชื่น เย้ายวน และส่งกลิ่นหอมกำจายที่ทำให้คนลุ่มหลงอย่างยากจะหาใดเปรียบ

เผยเซียวหยวนก้มหน้าลงมองนางโดยไม่พูดอะไร นางก็ไม่ดิ้นรน มือหนึ่งกำตรามัจฉา สองแขนโอบรอบคอเขาแน่น คางเรียวเล็กยกขึ้นเล็กน้อย สีหน้ายั่วยุ

ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ทันใดนั้นเขาก็ช้อนตัวนางขึ้นมาในอ้อมแขน กดร่างนางลงบนเตียงไว้อย่างแน่นหนา

ในห้องนอนที่เงียบสงัดมีเสียงเสื้อผ้าฉีกขาดดังขึ้นมาชัดเจน ก็ไม่รู้เป็นของเขาหรือของนาง เสื้อผ้ากองหนึ่งที่พาดอยู่ลื่นไหลลงมาครึ่งหนึ่ง กองระเกะระกะอยู่ตรงหน้าเตียง แขนขาวผ่องดุจหิมะข้างหนึ่งพาดอยู่บนขอบเตียง นิ้วเรียวดุจต้นหอมทั้งห้ากางแล้วหุบอย่างอ่อนแรงสองสามครั้ง ตรามัจฉาลื่นหลุดจากซอกนิ้ว ร่วงหล่นลงไป

มีเสียงดังติง ตรามัจฉาหล่นไปกระทบกับแผ่นประดับสำริดชิ้นหนึ่งบนสายรัดเอวเตี๋ยเซี่ยที่อยู่บนพื้นแล้วจมหายไปในกองเสื้อผ้า

แสงจันทร์ส่องกระทบกำแพงวัง อากาศตอนเที่ยงคืนเย็นสบาย

หมอกยามค่ำคืนในฤดูใบไม้ผลิค่อยๆ เกาะตัวบนกลีบดอกซู่ซินที่ผลิบานงดงามท่ามกลางสีสันในราตรีกาลบริเวณริมทางเดินของตำหนักบรรทม สายลมพัดกิ่งไม้ไหว หยาดน้ำค้างร่วงหล่นไม่ขาดสาย

 

เผยเซียวหยวนผ่านค่ำคืนยาวนานดุจความฝันดั่งภาพลวงตา แทบจะใช้คำว่าบ้าระห่ำมาบรรยายได้เลยทีเดียว

ค่ำคืนนี้ก่อนที่เขาจะอ่อนระโหยโรยแรงและหลับไปในที่สุด เขาไม่แยกจากเยี่ยซวี่อวี่แม้ครึ่งก้าว พันพัวอยู่กับนางตลอดเวลา ตอนแรกพวกเขาอยู่บนเตียง ต่อมาเพราะกลัวจะทำให้เสี่ยวหู่เอ๋อร์ตกใจตื่นจึงย้ายไปที่ห้องเล็กห้องนั้น ทุกสถานที่ ทุกท่วงท่า เขาจุมพิตไปทั่วร่างกายของนาง ปรนนิบัตินางสุดความสามารถ เพียงเพื่อส่งนางให้ถึงปลายทางแห่งความสุขสม ครั้นนางอ่อนเพลียแล้วเขาก็กอดนางไว้ นอนเป็นเพื่อนนาง รอจนนางตื่น

เขาเองก็ใช้ความสามารถที่บ้าคลั่งที่สุดออกมาอย่างเต็มที่ ทำตามใจชอบ ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนตัวนาง เขาเหมือนมีกำลังวังชาที่ใช้ไม่หมด และไม่ยินดีจะแยกจากนาง ราวกับว่ามีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะทำให้นางลบความหวาดผวาและความเจ็บปวดทั้งหมดที่นางต้องแบกรับอยู่เพียงลำพังในวันคืนที่ต้องแยกจากกัน ลืมหยาดน้ำตาที่เคยไหลริน และจดจำได้อย่างแม่นยำว่าเขาคือสามีของนาง

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77

บทที่ 76 นอกจากรู้สึกว่าจิตใจของเจียงซิ่วรุ่นคับแคบเกินไป เฟิ่งหลีอู๋ยังรู้สึกอีกว่าออกจะเจ็บปวดใจอยู่บ้าง นางเป็นตัวประ...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 78-79

บทที่ 78 รัชทายาททำเช่นนี้เจียงซิ่วรุ่นเห็นแล้วโมโหจริงๆ แต่เวลานี้นางรู้สึกแต่เพียงว่าชีวิตของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พันคีรีกาลวสันต์ บทที่ 146-147

บทที่ 146 เยี่ยซวี่อวี่เดินอยู่ข้างหน้า เผยเซียวหยวนเดินตามนางห่างกันราวสิบยี่สิบก้าว หยางไจ้เอินนำขันทีน้อยฝ่ายในและนาง...

กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น

ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 80-81

บทที่ 80 ฉินจ้าวได้ยินแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ใครบ้างไม่รู้จักชื่อเสียงอันโด่งดังของอาจารย์มู่เฟิง ขณะนี้ขบวนเดินทาง...

community.jamsai.com