ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2
หมิงหวาฉังรู้สึกว่าลำพังคำพูดนี้ของเขา นางก็ยินดีเชื่อว่าคนที่จะเอาชีวิตนางต้องไม่ใช่เขาแน่ นางจึงรีบเอ่ยยับยั้งก่อนที่คำปฏิเสธของเขาจะออกจากปาก
“ข้าอยากจะไปงานเลี้ยงที่คฤหาสน์เฟยหงเพิ่มพูนความรู้ พี่รองพาข้าไปด้วยกันจะได้หรือไม่”
ตอนนี้หมิงหวาฉังเป็นนกหวาดเกาทัณฑ์* ไม่รู้ว่าใครต้องการจะสังหารนาง และไม่รู้ว่านางจะตายด้วยสิ่งใด นี่ทำให้นางต้องเริ่มใคร่ครวญทุกคนรอบตัวอย่างห้ามไม่อยู่
ท่านอารองเกิดจากอนุ บ้านรองจึงมีฐานะต่ำกว่าผู้อื่นหนึ่งขั้น แต่คนบ้านรองล้วนเย่อหยิ่ง มองนางอย่างดูแคลนว่าเป็นหมอนปักลาย** ท่านอาสามเป็นบุตรคนเล็กที่เกิดจากท่านย่า บ้านสามจึงเป็นที่รักอย่างยิ่ง หมิงซั่วยิ่งถูกเลี้ยงดูจนลำพองตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าสิ่งใดล้วนต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด ต่อให้หมิงหวาฉังเป็นคนสบายๆ ก็ยังมิวายกระทบกระทั่งกับหมิงซั่วหลายครั้ง
ก่อนที่จะฝันบอกเหตุ หมิงหวาฉังเพียงรู้สึกว่าฟันยังมีเวลาที่กัดถูกลิ้น คนครอบครัวเดียวกันทะเลาะเบาะแว้งกันก็ปกติยิ่ง ทว่าตอนนี้เหตุขัดอกขัดใจที่เคยดูไม่ร้ายแรงกลับกลายมาเป็นแรงจูงใจที่จะสังหารกันได้ ท่านอาสะใภ้รอง ท่านอาสะใภ้สาม พี่หญิงใหญ่หมิงอวี๋ น้องหญิงสามหมิงซั่ว และน้องชายในบ้านรองกับบ้านสาม ทุกคนคล้ายมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคนร้าย
ทั้งยังมีบ่าวกับผู้ดูแลฝ่ายต่างๆ ในจวนกั๋วกงอีก…เมื่อก่อนไม่ได้คิดอย่างละเอียด หมิงหวาฉังรู้สึกว่าตนเองอัธยาศัยดียิ่ง แต่ตอนนี้…นางเพิ่งจะตระหนักว่าตนเองคล้ายเคยล่วงเกินคนไม่น้อย
ในจวนที่ใหญ่โตนี้นางกล้าเชื่อใจหมิงหวาจางเท่านั้น ตอนนี้เจิ้นกั๋วกงปราบโจรอยู่ข้างนอกยังไม่กลับมา หมิงหวาจางจะต้องออกไปร่วมงานเลี้ยง นางจะกล้ารั้งอยู่ในจวนเพียงลำพังได้อย่างไร
ต่อให้ต้องขึ้นภูเขาดาบลงทะเลเพลิง นางก็จะขอติดตามหมิงหวาจางออกไปด้วยกันให้จงได้!
* ตำหนักเทวาหมื่นลักษณ์ (วั่นเซี่ยงเสินกง) เรียกอีกชื่อว่าหอหมิงถัง คือหอบูชาฟ้าที่อู่จ้าว (อู่เจ๋อเทียนหรือบูเช็กเทียน) ให้สร้างขึ้นในวังหลวงจื่อเวยเมืองลั่วหยาง เป็นสิ่งปลูกสร้างไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
** ภาพปีใหม่ เป็นศิลปะพื้นบ้านอย่างหนึ่ง หมายถึงภาพวาดที่ใช้ประดับตกแต่งในช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อความสวยงามและเป็นสิริมงคล ส่วนใหญ่เป็นภาพเทพเซียน ภาพวิถีชีวิต ภาพหญิงงาม และภาพจากวรรณกรรมชื่อดัง
*** กง คือขั้นสูงสุดในบรรดาศักดิ์ขุนนางห้าขั้นของจีน ได้แก่ กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน ตามลำดับ โดยกั๋วกงเป็นลำดับสูงสุดในขั้นกง มักแต่งตั้งให้เชื้อพระวงศ์หรือขุนนางผู้มีคุณความชอบ
**** เสินตู คืออีกชื่อของเมืองลั่วหยางที่อู่เจ๋อเทียนเป็นผู้ก่อตั้ง มีความหมายว่าราชธานีแห่งเสินโจว (คำเรียกแผ่นดินจีนในสมัยโบราณ)
***** ปลาเค็ม เป็นคำสแลง เปรียบเปรยถึงคนที่อยู่เฉย ไม่ขวนขวาย ไม่มีความใฝ่ฝัน
* ฝาแฝดหงส์มังกร คือฝาแฝดชายหญิง
** หมัวมัว เป็นคำเรียกหญิงสูงวัย มีความหมายหลากหลาย ทั้งย่า ยาย แม่นม ป้า และยังเป็นคำเรียกหญิงรับใช้อาวุโสในเชิงยกย่อง รวมถึงนางข้าหลวงอาวุโสในวังด้วย
*** ซื่อจื่อ เป็นคำเรียกทายาทที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์ ปกติคือบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก
* ธรรมเนียมการเรียกขานสตรีที่แต่งงานแล้วของจีนจะใช้คำว่า ‘ซื่อ’ แปลว่านามสกุล ต่อท้ายนามสกุลเดิมของสตรี บางครั้งอาจเพิ่มนามสกุลของสามีไว้หน้าสุดเพื่อระบุให้ชัดขึ้นก็มี
* ขนมดอกกุ้ย เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว น้ำตาล และน้ำเชื่อมที่ได้จากดอกกุ้ย หรือดอกหอมหมื่นลี้ (Sweet Olive) มักบานในฤดูใบไม้ร่วง เป็นหนึ่งในสิบสุดยอดดอกไม้พื้นเมืองของจีน
* เจาไฉ (กวักเงิน) จิ้นเป่า (กวักทอง) จี๋เสียง (สิริมงคล) หรูอี้ (สมปรารถนา) เป็นคำอวยพรยอดนิยมของชาวจีน มักกล่าวคู่กันว่า ‘เจาไฉจิ้นเป่า’ และ ‘จี๋เสียงหรูอี้’ แม้เป็นคำที่มีความหมายดี แต่เป็นเพียงคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แตกต่างจากชื่อที่มีวรรณศิลป์อย่างเป้าฉิน (โอบพิณ)
** หวงฉู่ หมายถึงผู้สืบทอดราชบัลลังก์ แต่ในเรื่องนี้ต่างกับรัชทายาท (ไท่จื่อ) ตรงที่เป็นเพียงตำแหน่งลอย ไม่ได้พำนักตำหนักบูรพาและไม่มีขุนนางสังกัดตำหนักบูรพา
*** ชินอ๋อง เป็นตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่หนึ่ง โดยมากผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้จะเป็นพระโอรส พระเชษฐา หรือพระอนุชาของฮ่องเต้
**** จวิ้นอ๋อง เป็นตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่สองรองจากชินอ๋อง โดยมากฮ่องเต้จะแต่งตั้งแก่บุตรชายของชินอ๋อง สมาชิกราชวงศ์ ขุนนางต่างสกุลที่มีความชอบ หรือเจ้าครองแคว้นบริวาร
* ศาสตร์ทั้งหกของสุภาพชน ได้แก่ ประเพณีมารยาท การดนตรี วิชายิงธนู ทักษะขี่ม้า งานอักษร และการคำนวณ
** สี่ตำราห้าคัมภีร์ คือตำรามาตรฐานและปรัชญานิพนธ์ของสำนักข่งจื่อ (ขงจื๊อ) ซึ่งเสนอแนวคิดให้ปฏิบัติตนอยู่ในจารีตประเพณีและคุณธรรมอันดีงาม โดยสี่ตำรา ได้แก่ หลุนอวี่ ต้าเสวีย จงยง และเมิ่งจื่อ ใช้กำหนดเนื้อหาการสอบเข้ารับราชการของจีนโบราณ ห้าคัมภีร์ ได้แก่ ซือจิง ซูจิง อี้จิง หลี่จิง (หลี่จี้) และชุนชิว
* รัชทายาทจางไหว มีนามว่าหลี่เสียน เป็นบุตรชายคนที่สองของถังเกาจง (เกาจงฮ่องเต้) กับอู่เจ๋อเทียน เสียชีวิตไปแล้ว
* นกหวาดเกาทัณฑ์ เปรียบเปรยถึงคนที่เคยตกใจเสียขวัญหรือผ่านเหตุการณ์ไม่ดีมา นับแต่นั้นเมื่อมีอะไรมากระทบเล็กน้อยก็จะตื่นกลัวอย่างมาก
** หมอนปักลาย เปรียบเปรยถึงคนที่ภายนอกดูดีแต่ไร้ความรู้ความสามารถ เช่นเดียวกับหมอนที่ปักลายสวยงามแต่ภายในมีเพียงนุ่น
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 28 ก.ค. 69
Comments



