บทที่ 3 หงส์มังกร
ถ้อยคำนี้ของหมิงหวาฉังแทรกขึ้นมากะทันหันยิ่ง ทำเอาคำปฏิเสธเดิมของหมิงหวาจางชะงักไป เขาปรายตามองนางเงียบๆ คราหนึ่งก่อนเอ่ยขึ้น
“คฤหาสน์เฟยหงอยู่บนภูเขาหมังซาน เดิมทีรถม้าก็ไม่คล่องตัว พักนี้ยังมีหิมะตกหนัก เส้นทางบนภูเขาคงสัญจรได้ยากนัก ในเมื่อเจ้าไม่ค่อยสบายก็อย่าไปเลย”
หนุ่มน้อยขมวดคิ้วขณะกล่าววาจานี้ สีหน้าแม้จะเย็นชาไว้ตัวเช่นเคย ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความจริงจัง ในหมู่คนมากมายที่นี่เขาน่าจะเป็นคนที่เข้าใกล้ได้ยากที่สุด แต่หมิงหวาฉังได้ยินคำตอบนี้ของเขากลับรู้สึกอบอุ่นในใจ
ที่แท้…เขาเข้ามาในโถงแล้วมองนางหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่านางหาวน่าขายหน้า แต่เพราะเขานึกว่านางไม่สบาย
หมิงหวาฉังฝันร้ายอยู่ครึ่งค่อนคืน ต่อให้พยายามทำตัวให้สดชื่นก็ยังไม่วายหน้าซีดจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นางเข้ามาในโถงนานเพียงนี้ ไม่ว่าท่านย่า ท่านอาสะใภ้สองคน พี่สาวบ้านรอง หรือน้องสาวบ้านสาม ไม่มีใครสักคนไถ่ถามนางจากใจจริง กลับเป็นหมิงหวาจางพี่ชายที่ขึ้นชื่อว่าเงียบขรึมเย็นชาผู้นี้สังเกตเห็น
ในใจหมิงหวาฉังแสนจะซาบซึ้ง ที่แท้พี่ชายยังคงห่วงใยนาง เมื่อก่อนนางกลัวท่าทางเย็นชาของเขา กอปรกับทั้งสองคนเป็นฝาแฝดหงส์มังกร แต่ผู้หนึ่งดีเลิศ ผู้หนึ่งไร้ประโยชน์ นางรู้สึกว่าเขาจะต้องดูแคลนนางเป็นแน่ ดังนั้นจึงรู้กาลเทศะไม่เคยไปกวนใจเขา ตอนนี้ดูไปแล้วเป็นนางที่ตีความผิดไปเอง
ต่อให้เป็นญาติพี่น้องก็จะต้องรักษาความสัมพันธ์ การติดต่อระหว่างนางกับเขาเดิมทีก็ไม่มาก ขืนนางไม่เข้าหาเขามากหน่อย นางกับเขาจะมีเรื่องอะไรให้พูดคุยกันเล่า
แม้ว่าความจริงแล้วทั้งสองคนจะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แต่ก็อยู่อาศัยในจวนเดียวกันมาสิบหกปี นางมองเขาเป็นพี่ชายจากใจจริง หากทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีกว่านี้ หากเขายินดีให้การคุ้มครองนางมากขึ้น ผู้อยู่หลังม่านเห็นแล้วอาจเลิกคิดสังหารนางใช่หรือไม่
หรือต่อให้ไม่อาจแก้ไข แต่หากนางกอดขาเขาซึ่งเป็นคนใหญ่คนโตของจวนนี้ไว้ วันหน้าเมื่อคุณหนูตัวจริงหวนคืนมา นางก็สามารถขอให้เขาส่งคนมาคุ้มกันนางให้มากหน่อย ให้นางไปจากสกุลหมิงอย่างปลอดภัยได้
ซูหมัวมัวท่านย่าแท้ๆ ของนางมีใจละโมบ ทำลายชีวิตของคุณหนูตัวจริง แม้นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางปรารถนา แต่หากว่ากันถึงที่สุดแล้วนางก็ติดค้างคุณหนูตัวจริงอยู่ดี นางเสพสุขลาภยศที่ไม่ใช่ของตนเองมาสิบหกปี ควรรู้จักพอได้แล้ว เมื่อซูอวี่จี้กลับมานางก็ยินดีจะคืนตำแหน่งให้ และจะเป็นฝ่ายไสหัวไปจากจวนกั๋วกงเอง
ทว่า…การสลับคุณหนูตัวจริงตัวปลอมไม่ใช่สิ่งที่นางเรียกร้องต้องการเองเสียหน่อย นางไม่ควรต้องสังเวยชีวิตด้วยเรื่องนี้ นางไม่ไยดีในทรัพย์สินอำนาจของสกุลหมิง แต่รักหวงแหนชีวิตของตนเองอย่างยิ่ง
นางอยากจะอยู่รอดแล้วใช้ชีวิตให้ดี และถ้าเป็นไปได้…ยังต้องการลากตัวคนร้ายที่คิดสังหารนางออกมาด้วย
เพื่อเป้าหมายนี้…ให้นางทำสิ่งใดล้วนได้ทั้งสิ้น เทียบกับชีวิตและความปลอดภัยแล้ว แค่เส้นทางหิมะนับเป็นอะไรเล่า
หมิงหวาฉังกัดฟันก่อนพูดอย่างแน่วแน่ไม่ลังเล “ข้าไม่เป็นไร ขอเพียงได้ติดตามพี่รอง ไปที่ใดก็ไม่เป็นปัญหา พี่รองคงจะไม่รังเกียจว่าข้าเป็นภาระกระมัง”
ฮูหยินผู้เฒ่าหมิงลอบขมวดคิ้ว สตรีที่ยังไม่ออกเรือนพูดคำจำพวกนี้ได้อย่างไรกัน ไม่สำรวมเอาเสียเลย แต่เมื่อคิดได้ว่าสองคนนี้เป็นฝาแฝดหงส์มังกร โตมาด้วยกันในครรภ์มารดาแบบมือแนบมือเท้าชิดเท้า จะสนิทสนมกันกว่าพี่ชายน้องสาวทั่วไปบ้างก็เป็นเรื่องปกติ นางจึงเพียงขมวดคิ้วไม่ได้พูดอะไร
ความจริงแล้วหมิงหวาจางยังคงไม่เห็นด้วย เหตุที่เขาไม่อยากให้หมิงหวาฉังไปงานเลี้ยงที่คฤหาสน์เฟยหงไม่ใช่เพราะภูเขาหิมะเดินทางยาก แต่เป็นเพราะคนสกุลอู่อย่างเช่นเว่ยอ๋อง เหลียงอ๋อง และเกาหยางอ๋องล้วนไปร่วมงานเลี้ยงนี้เช่นกัน องค์หญิงไท่ผิงฟุ้งเฟ้อรักสนุก นอกเมืองไม่มีผู้ตรวจการคอยจับตามอง งานเลี้ยงจะต้องศีลธรรมเสื่อมทราม มีบุรุษดีเลวปะปนกันแน่ เขาไม่อยากให้หมิงหวาฉังพบเจอสิ่งเหล่านั้น
ทว่านางเพ่งมองเขาแน่วนิ่ง สองตาทั้งดำและกลมดุจกวางน้อยเฝ้ามองเขาด้วยความคาดหวัง ทำเอาบรรดาคำปฏิเสธเอ่ยออกจากปากเขาไม่ได้จริงๆ ได้แต่ยอมถอยหนึ่งก้าวอย่างจนปัญญา
“เอาเถิด แต่ออกไปข้างนอกเจ้าต้องเชื่อฟังข้า ห้ามไปที่ใดเพียงคนเดียว”
หมิงหวาฉังนึกไม่ถึงว่าหมิงหวาจางจะตอบรับ จึงตกตะลึงไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยอย่างเบิกบาน “ขอบคุณพี่รอง! พี่รอง ท่านแสนดีที่หนึ่งจริงๆ!”
อารมณ์ระรื่นชื่นบานของสาวน้อยร้อนแรงตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังอำพรางแม้แต่น้อย ประกายในดวงตาลุกวาวเจิดจ้าเสียจนผู้อื่นไม่อาจสบมอง หมิงหวาจางเฉยชาจนเคยชิน พอถูกรอยยิ้มที่สดใสเพียงนี้โอบล้อมก็ถึงกับรับมือไม่ทันอยู่บ้าง
แค่จะพานางออกไปข้างนอกด้วยเท่านั้น จำเป็นต้องดีใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ