ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 3-4
หมิงหวาจางเคยชินกับการเป็นผู้นำ คราวนี้กลับเป็นฝ่ายเบนสายตาออกไปก่อน ครั้นเห็นพี่รองที่เย็นชาดุจเกล็ดน้ำค้างกับทุกคนงดเว้นให้หมิงหวาฉัง หมิงซั่วของบ้านสามก็โกรธจนดึงทึ้งสายผูกกระโปรงไม่หยุด ฮูหยินรองจ้าวซื่อเห็นคู่พี่ชายน้องสาวของบ้านใหญ่สนิทสนมผูกพันกันลึกซึ้งก็คล้ายมีหนามทิ่มตำในดวงตาเช่นกัน
มีแต่ฮูหยินผู้เฒ่าหมิงที่เห็นภาพฉากนี้แล้วปลื้มใจอย่างยิ่ง บ้านใหญ่มีหมิงหวาจางเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว โชคดีหมิงหวาจางโดดเด่นอย่างยิ่ง เป็นเลิศในทุกด้าน เพียบพร้อมทั้งบุ๋นบู๊ ความประพฤติจนถึงรูปโฉมล้วนหาที่ติไม่ได้ นางแสนจะพึงพอใจในตัวเขา มองเขาเป็นเจิ้นกั๋วกงคนถัดไปนานแล้ว เพียงแต่น่าเสียดายที่เด็กคนนี้อุปนิสัยเคร่งครัดเย็นชาเกินไป ไม่ใกล้ชิดกับคนอื่นในสกุลหมิงนอกจากเจิ้นกั๋วกง เขายินดีจะพูดคุยกับหมิงหวาฉังก็เป็นเรื่องดี
คนที่หมิงหวาจางชอบ ฮูหยินผู้เฒ่าหมิงย่อมมองสูงขึ้น นางกล่าวช้าๆ ว่า “พวกเจ้าพี่น้องเป็นฝาแฝดหงส์มังกร อยู่ในครรภ์มารดาด้วยกันถึงสิบเดือน นอกจากบิดาพวกเจ้า ใต้หล้านี้พวกเจ้าสองคนก็คือคนที่ใกล้ชิดกันที่สุด คู่ครองในอนาคตก็ยังแน่นแฟ้นไม่เท่าพวกเจ้าพี่น้อง เป็นฝาแฝดก็ควรสนิทสนมกันมากหน่อย คนนอกมองดูก็จะพลอยเบิกบานใจไปด้วย เป้าฉิน จงนำผ้าต่วนแพรเดินเส้นสีชาดซ่อนลายคู่หงส์มังกรที่เป็นสินเดิมเจ้าสาวของข้าพับนั้นมา ข้าจะให้เจ้ารองกับนางหนูรองตัดชุดใหม่เพิ่ม พวกเจ้าพี่น้องรูปโฉมชวนมอง สวมชุดลายเดียวกันไปร่วมงานเลี้ยงเสริมความเป็นมงคลให้องค์หญิงไท่ผิงเถิด”
ครั้นได้ยินว่าฮูหยินผู้เฒ่าหมิงถึงกับให้ขนผ้าต่วนแพรก้นหีบออกมา หมิงอวี๋ของบ้านรองก็ถลึงตาใส่หมิงหวาฉังอย่างพยายามซ่อนความริษยาคั่งแค้น ท่านย่าเคยพูดว่าผ้าต่วนแพรพับนี้จะเก็บไว้ให้เป็นสินเดิมเจ้าสาวของบรรดาหลานๆ ตอนนี้เพื่องานเลี้ยงงานเดียวถึงกับมอบให้แต่หมิงหวาฉัง!
หมิงหวาฉังกล่าวขอบคุณแล้วให้เจาไฉรับผ้ามา นางสังเกตเห็นว่าแววตาที่คนบ้านรองกับบ้านสามมองนางไม่นับว่าเป็นมิตร นางจึงลอบแค่นเสียง คิดในใจว่า…เก่งแต่เลือกบีบมะพลับนิ่ม* หมิงหวาจางก็ได้รับผ้าเช่นกัน เหตุใดพวกนางไม่กล้าถลึงตาใส่เขาบ้างเล่า
ตั้งแต่แรกฮูหยินผู้เฒ่าหมิงก็อยากให้หมิงหวาจางพาหมิงหวาฉังไป ตอนนี้ทุกอย่างเป็นดังที่นางปรารถนาจึงวางใจแล้วเอ่ยขึ้น
“แม้คฤหาสน์เฟยหงจะอยู่ในเขตอุทยานหลวง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนอยู่จวน พวกเจ้าต้องไปหลายวัน รีบไปจัดข้าวของเถิด สะใภ้รอง สะใภ้สาม พวกเจ้าเองก็พาเด็กๆ กลับไปได้ ไม่ต้องรีรออยู่ที่เรือนข้าแล้ว”
คนทั้งหมดลุกขึ้นทำความเคารพ กล่าวคำลาจบก็สวมรองเท้าถอยออกไปตามลำดับ หมิงหวาจางรวดเร็วกว่าใคร สวมชุดคลุมกันลมเสร็จก็เลิกม่านเดินนำไปแล้ว หมิงหวาฉังรีบใส่รองเท้าหุ้มข้อไล่ตามเขาไปทันที
หน้าโถงเหลือเพียงคนบ้านรองกับคนบ้านสาม หมิงซั่วอดกลั้นอยู่นาน ในที่สุดตอนนี้ก็ทนรับความไม่เป็นธรรมไม่ไหว ดึงแขนเสื้อฮูหยินสามไว้พลางเอ่ย
“ท่านแม่ เทียบเชิญขององค์หญิงไท่ผิงที่ส่งให้สกุลหมิงไม่ได้เชิญแต่บ้านใหญ่สักหน่อย ถือสิทธิ์อะไรไม่ให้พวกเราไป แต่หมิงหวาฉังกลับตามพี่รองไปได้”
ฮูหยินสามเหลือบมองสองแม่ลูกบ้านรองอย่างฉับไว ก่อนจะส่งสายตาให้หมิงซั่ว “อาซั่ว ห้ามไร้มารยาท ท่านลุงใหญ่ของเจ้าเป็นกั๋วกง ทุกเรื่องย่อมยึดถือบ้านใหญ่มาก่อน ข้างนอกหิมะตกหนักนัก ก่อนวันปีใหม่เจ้าเป็นหวัดยังไม่หายสนิทดี ต่อให้ท่านย่ายอมให้เจ้าไป ข้าก็ไม่วางใจให้เจ้าออกไปข้างนอก กลับกันเถิด เจ้าควรกลับไปดื่มยาแล้ว”
หมิงซั่วถูกฮูหยินสามฉุดดึงไปอย่างไม่เต็มอกเต็มใจ หมิงอวี๋รั้งท้ายสุด รอจนบ่าวบ้านสามจากไปจนมองไม่เห็นแล้ว นางค่อยพ่นลมขึ้นจมูกแล้วเอ่ยกับมารดาของตน
“ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้สามนี่ชอบเล่นอุบายเสียเหลือเกิน นึกว่าพวกเราเป็นคนโง่เขลาหรือ นางไม่ออกหน้าเอง แต่กลับพูดเหมือนจะให้พวกเราออกหน้า”
“ท่านย่าเจ้ายังอยู่ข้างใน พูดให้น้อยลงสักหน่อย” ฮูหยินรองเอ่ยเสียงเรียบ “อีกทั้งที่นางพูดก็ไม่ผิด จวนเจิ้นกั๋วกงหลังนี้เป็นของบ้านใหญ่ไม่ใช่หรือไร”
บ้านรองเป็นสายเลือดอนุ บ้านใหญ่ย่อมมีฐานะมั่นคง อีกทั้งหมิงหวาจางก็มีชื่อเสียงไปทั่วเมืองหลวง ไม่ว่าอย่างไรบรรดาศักดิ์กั๋วกงนี้ก็ไม่มีทางจะตกมาถึงบ้านรองได้ หมิงอวี๋จึงไม่เคยเพ้อฝันถึงฐานะบุตรสาวกั๋วกง เพียงอยากฉวยโอกาสช่วงที่ยังไม่แยกบ้านตระเตรียมสินเดิมเจ้าสาวของตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
น่าแค้นใจที่ฮูหยินผู้เฒ่าหมิงลำเอียง เรื่องลำเอียงรักใคร่หมิงหวาจางก็แล้วไปเถิด ทว่ากระสอบหญ้าฟาง** ใบนั้นไม่ได้ทำประโยชน์ใด เป็นแค่น้องสาวของหมิงหวาจาง แต่ถือสิทธิ์อะไรถึงได้รับทุกสิ่งทุกอย่าง
หมิงอวี๋ไม่อาจทำใจยอมรับ “อุตส่าห์มีฐานะที่ดีเพียงนั้น แต่ยังไม่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน คุณหนูในเมืองลั่วหยางไม่มีใครน่าอายยิ่งไปกว่านางแล้ว เห็นอยู่ว่าหลานสาวสกุลหมิงรุ่นนี้ตั้งชื่อด้วยตัวอักษร ‘หนี่ว์’ แต่ชื่อนางกลับได้ตั้งตามพี่ชาย”
“พอที พูดให้น้อยลงสักหน่อยเถิด” ฮูหยินรองปราม “ใครใช้ให้นางเป็นฝาแฝดหงส์มังกรเล่า ต่อให้ฟาดกระดูกหักก็ยังมีเส้นเอ็นเชื่อมกับพี่ชาย เกิดมาก็ใกล้ชิดกันมากกว่าผู้อื่นสามส่วน ไปเถิด กลับกันได้แล้ว”
ตามหนังสือลำดับเครือญาติสกุลหมิง หลานสาวรุ่นนี้ควรตั้งชื่อโดยมีตัวอักษร ‘หนี่ว์’ เป็นส่วนประกอบ อย่างเช่นหมิงอวี๋กับหมิงซั่ว* ชื่อหลานชายรุ่นนี้จึงจะใช้ตัวอักษร ‘หวา’ ทว่าใครใช้ให้หมิงหวาจางกับหมิงหวาฉังเกิดมาด้วยกันเล่า ตอนที่เจิ้นกั๋วกงตั้งชื่อจึงไม่ได้ยึดตามหนังสือลำดับเครือญาติ แต่เสาะหาคำว่า ‘หวาจาง’ กับ ‘หวาฉัง’ มาจากคัมภีร์ซือจิง** โดยใช้ความหมายในบทกลอนที่ว่า ‘บุปผาบานตระการ เหลืองเรืองจรัสยล ข้าพบวิญญูชน ประเสริฐเลิศอบรม’*** หวังว่าบุตรทั้งสองจะงามตระการเรืองรอง ทั้งยังไม่ขาดศีลธรรมอันดีงาม
ชื่อทั้งสองนี้เพียงเห็นก็รู้ได้ว่าตั้งมาคู่กัน บรรจุล้นด้วยความคาดหวังและความรัก ต่อให้เป็นคนแปลกหน้าก็มองออกถึงความรักความสำคัญที่ผู้ตั้งชื่อมีให้ หมิงอวี๋แสนจะเป็นเดือดเป็นแค้น กระทืบเท้าแรงๆ แล้วเดินตามหลังมารดาไป
Comments



