รอยยิ้มของพวกแม่นางพลันแข็งค้างบนใบหน้า หอเทียนเซียงราวกับถูกพลังลี้ลับบางอย่างสะกดให้หยุดนิ่ง ยังดีที่หมิงหวาฉังตอบสนองอย่างฉับไว เอ่ยแก้ได้ทันการณ์
“คุณชายของพวกเรากินดื่มจากเครื่องทองเครื่องหยก ตาสูงอย่างยิ่ง บุปผาดาษดื่นไม่คู่ควรกับคุณชายพวกเรา ไป จงไปเรียกแม่นางที่ดีที่สุดในหอของพวกเจ้ามา”
แม่เล้าฟังแล้วก็เห็นว่ามีเหตุผล ดูจากราศีทั่วร่างของบุรุษหนุ่มผู้นี้ก็รู้ว่าต้องถูกเลี้ยงดูมาบนกองลาภยศ สตรีทั่วไปไม่อาจเข้าตาเขา นางยิ่งแน่ใจว่านี่เป็นปลาตัวใหญ่ จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด จึงส่งสายตาให้พวกแม่นางถอยไป
“ยังมัวนิ่งเฉยอยู่ไปเพื่ออันใด จงรีบนำสุราจินหลิงชุน* ส่งไปยังห้องวิมานจันทร์ อย่าให้แขกผู้ทรงเกียรติต้องรอนาน” จบคำแม่เล้าก็หันมาหาเจียงหลิง ปั้นยิ้มเต็มใบหน้าพลางเอ่ย “เป็นข้าน้อยที่เลินเล่อ คุณชาย ห้องพิเศษที่ดีที่สุดอยู่ชั้นสอง เชิญท่านตามข้าน้อยมา”
เจียงหลิงเป็นเป็ดถูกไล่ขึ้นคอน ตอนนี้ลงไม่ได้แล้ว จึงได้แต่แค่นเสียงเบาๆ จัดเสื้อผ้าเล็กน้อย เชิดหน้ายืดอกเดินขึ้นไปยังชั้นสอง
เหรินเหยาติดตามอยู่ข้างกายเขา ด้านหลังคือแม่เล้ากับพวกแม่นางที่ยืนอยู่เต็มไปหมด ส่วนหมิงหวาฉังเดินช้าไปหลายก้าวจึงอยู่ท้ายสุด นางฉวยจังหวะนี้มองดูการตกแต่งจัดวางภายในหอเทียนเซียง
ดูเหมือนหอเทียนเซียงนี้ยึดแนวทางของบทกวี แม้แต่ห้องพิเศษล้วนตั้งชื่อโดยประกอบด้วยคำว่า ‘ลม ดอกไม้ หิมะ จันทร์’** สี่คำนี้ หอเทียนเซียงสร้างอย่างโอ่อ่าหรูหรา มีทั้งสิ้นสามชั้น ชั้นหนึ่งกว้างขวางที่สุด ใจกลางเป็นเวที แลดูคล้ายลานกลางเรือน เป็นจุดรวมสายตาของทั้งหอ รอบเวทีจัดวางราวกั้นสลักลายบุปผาพฤกษา ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตกสามด้านรายล้อมด้วยที่นั่งผู้ชม ฉากหลังของเวทีอยู่ทิศเหนือ เป็นฉากบังลมเขียนลายทิวทัศน์ขนาดใหญ่
ชั้นสองและชั้นสามล้วนเป็นห้องพัก เรียงเป็นแนวทั้งฝั่งทิศตะวันออกกับทิศตะวันตก โดยทางระเบียงกับห้องพิเศษสร้างล้อมเวที ขอเพียงเปิดหน้าต่างก็จะชมดูระบำขับร้องที่ชั้นล่างได้ ทว่าเพื่อไม่ให้บดบังเวที ทางระเบียงฝั่งทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกของชั้นสองกับชั้นสามจึงไม่เชื่อมต่อกัน ดุจเรือที่งามหรูหราสองลำมองกันและกันอยู่ไกลๆ โดยมีธารดาราคั่นกลาง
ชั้นสองตกแต่งหรูหรากว่า ขนาดห้องก็ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด น่าจะเป็นห้องพิเศษที่ใช้รับรองแขกผู้ทรงเกียรติ ส่วนชั้นสามมีจำนวนห้องมากกว่า ส่วนใหญ่น่าจะเป็นห้องพักของพวกแม่นางทั้งหลาย
หมิงหวาฉังเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ห้องวิมานจันทร์ไม่ไกลจากบันได อยู่ทางทิศเหนือของหอฝั่งทิศตะวันตก เมื่อเข้าประตูห้องก็พบว่าเจียงหลิงถูกควบคุมไว้แล้ว
ชั่วขณะนี้สุราอาหารชั้นดีได้ถูกจัดวางเต็มโต๊ะ บรรดาคนงามบ้างอวบอิ่มบ้างเพรียวบางพากันยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ส่งสายตาดุจระลอกน้ำฤดูสารทให้เขาอย่างใจเย็น แม่เล้าแนะนำคนงามแต่ละนางด้วยไมตรีอันร้อนแรง ยกยอราวพบเจอได้แต่บนฟ้า ใต้หล้าหามีไม่
ทว่าฝ่ายผู้รับระลอกน้ำฤดูสารทแลดูเหม่อลอยอยู่บ้าง ครั้นสังเกตเห็นหมิงหวาฉังเดินเข้ามา เขาก็ขยิบตาสุดชีวิต บอกใบ้ให้นางรีบมาช่วยชีวิตเขา
หมิงหวาฉังกลับทำเป็นมองไม่เห็น นางยืนอยู่ข้างประตู ตั้งใจฟังแม่เล้าแนะนำคนงาม มิหนำซ้ำยังผงกศีรษะเห็นด้วยเป็นระยะ คล้ายกำลังพิจารณาอยู่จริงๆ
เจียงหลิงถูกยั่วโมโหจนแทบจะหงายหลัง นางส่งเสียงตอบรับไปเพื่ออันใด นางเลือกสตรีแล้วได้ใช้หรือ สุดท้ายไม่ใช่ข้ารับเคราะห์หรือไร
ครั้นแม่เล้าพูดจนปากคอแห้งผาก แนะนำคนงามทั้งหมดจบหนึ่งรอบก็มองเจียงหลิงอย่างคาดหวัง รอเขาเลือกคน
เจียงหลิงขยิบตาบอกใบ้จนหนังตาใกล้จะชาอยู่แล้ว จำต้องเอ่ยอย่างกระอึกกระอัก “คือว่า…เจ้าพูดอีกรอบได้หรือไม่ ข้าจำไม่ได้”
แม่เล้าสูดลมหายใจช้าๆ หมิงหวาฉังได้ยินมาว่าหอคณิกาล้วนเลี้ยงดูอันธพาลไว้ เกรงว่าต่อจากนี้แม่เล้าจะโบกมือสั่งว่า ‘จงตีพวกมันเสีย!’ นางจึงรีบเอ่ยแทน
“ความหมายของคุณชายคือ…คนเหล่านี้ล้วนดาษดื่นเกินไป มีคนที่ดีกว่านี้หรือไม่”
แม่เล้าชะงัก สีหน้าไม่ชวนมองอย่างเห็นได้ชัด “แม่นางมากมายเพียงนี้ แต่ละคนล้วนเป็นเสาหลักของหอเทียนเซียงเรา ถึงกับไม่เข้าตาคุณชายเลยสักคนหรือ”
เจียงหลิงกำลังจะพยักหน้าอย่างมั่นใจในเหตุผล เห็นคนงามหนึ่งแถวตรงหน้านั้นมีสีหน้าย่ำแย่กว่าเดิม เหรินเหยาก็ตาไวมือไวเอามือรองคางของเจียงหลิงไว้ ไม่อนุญาตให้เขาพยักหน้า ส่วนตนเองปั้นยิ้มอย่างแข็งทื่อพลางกล่าวแทน