แม่เล้าเข้าใจทันที เปลี่ยนคำเรียกขานอย่างรู้กาลเทศะ “ข้าน้อยเข้าใจ ซื่อจื่อวางใจได้อย่างเต็มที่ ข้าน้อยจะควบคุมคนเบื้องล่างให้ดี ไม่ให้ใครมาทำลายความสนุกของซื่อจื่อเจ้าค่ะ”
แม่เล้าพูดพลางส่งสายตาให้คนรอบด้าน จากนั้นก็รีบรุดออกไป พอคนทั้งหมดออกไปแล้วเจียงหลิงก็เก็บท่วงท่านายน้อยผู้ไม่กลัวฟ้าไม่เกรงดินทันตา ลดเสียงลงถามหมิงหวาฉัง
“เจ้าทำอะไรของเจ้า!”
“อย่าลนลาน” หมิงหวาฉังนั่งลงอย่างเยือกเย็น รินสุราหนึ่งจอกแล้วดื่มช้าๆ หนึ่งคำ “สุราดีจริงๆ ด้วย เดิมทีเจ้าก็รับคำสั่งมาเมืองฉางอันเพื่อควบคุมงานซ่อมแซมแทนองค์หญิงไท่ผิง คนทั่วเมืองหลวงล้วนรู้กันว่าเจ้าเป็นคุณชายไร้แก่นสาร หากเจ้าทนความเหงาไม่ไหว มาย่านผิงคังฟางหาความสำราญก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ”
เหตุผลเป็นเช่นนี้ ทว่าเหรินเหยายังคงขมวดคิ้วพลางกล่าว “แต่ทำเช่นนี้ไม่เท่ากับเปิดโปงฐานะหรือไร”
“กลัวอะไรเล่า” หมิงหวาฉังเอ่ย “เดิมทีเขาก็คือเจียงหลิง สิ่งที่ทำก็เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับอุปนิสัยของเขา หากพวกเราหลบๆ ซ่อนๆ ต่อมาถูกคนจำได้กลับจะยิ่งน่าสงสัย มิสู้แสดงฐานะอย่างผ่าเผย ในจริงมีเท็จ ในเท็จมีจริง จู่โจมอีกฝ่ายตรงมุมมืดใต้ฐานตะเกียง* นี่ถึงจะปลอดภัยที่สุด”
ดูเหมือนนางพูดมีเหตุผล แต่ว่า…เจียงหลิงครุ่นคิด จากนั้นก็หันไปมองนางอย่างสงสัย “ตอนนี้หมิงหวาจางเองก็เรียกได้ว่ามาอยู่ที่เมืองฉางอันเพื่อเตรียมสอบ เหตุใดเจ้าไม่ใช้ฐานะของเขาเล่า”
หมิงหวาฉังกะพริบตา ก่อนเอ่ยอย่างจริงจัง “พี่รองคือคุณชายหน้าหยกผู้ลือเลื่องในราชธานี จะทำลายชื่อเสียงพี่ชายข้าได้อย่างไรกัน”
เจียงหลิงขบกราม โกรธจนคันไม้คันมือ “แล้วเจ้ามาทำลายชื่อเสียงข้าเพื่ออันใด!”
“ไม่เป็นไร” หมิงหวาฉังโบกมืออย่างสง่างาม “เรื่องเช่นนี้ฝ่ายที่ซ่อนเร้นมักกลัวฝ่ายที่เปิดเผย ตอนนี้เป็นไปได้มากว่าคนร้ายที่สังหารจางจื่ออวิ๋นยังคงอยู่ในหอ เจ้าแสดงฐานะชัดเจน อีกฝ่ายย่อมไม่กล้าทำอะไรเจ้า ใช้ชื่อเสียงแลกกับความปลอดภัยคุ้มค่าอย่างยิ่ง! ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดก็แค่ถูกบิดาเจ้าตีหนึ่งยก…กับเสียชื่อจนทาบทามคู่ครองไม่ง่ายเท่านั้น”
เจียงหลิงเบิกตาโตมองนางพลางเอ่ยท้วง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองพูดอะไรอยู่”
* ฝ่ายบริหาร คือหนึ่งในสามฝ่ายของราชสำนักราชวงศ์ถัง มีหน้าที่นำคำสั่งซึ่งร่างและตรวจสอบเสร็จแล้วไปปฏิบัติ โดยมีหกกรมอยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายบริหารอีกที ได้แก่ กรมปกครอง กรมอากร กรมพิธีการ กรมทหาร กรมอาญา และกรมโยธา
** กองสังคีต เป็นหน่วยงานของทางการซึ่งทำหน้าที่ฝึกหัดสตรีเล่นดนตรี ร่ายรำ และการละเล่นเพื่อความบันเทิงสำหรับงานเฉลิมฉลองในวัง โดยผู้ที่ถูกนำมาฝึกหัดมักมาจากตระกูลที่ถูกยึดทรัพย์ จุดประสงค์แท้จริงก็เพื่อให้ความบันเทิงแก่ขุนนางใหญ่ทั้งหลาย ผู้ที่ทำหน้าที่ดังกล่าวจึงแทบไม่ต่างจากหญิงคณิกา
* ดอกเสาเย่า (Paeonia lactiflora Pall.) เป็นไม้ดอกตระกูลเดียวกับโบตั๋น ดอกขนาดใหญ่ทรงเหมือนถ้วย กลีบดอกมีทั้งสีม่วงอมแดง สีชมพู สีขาวอมแดง และสีขาวล้วน มีเกสรสีเหลือง
* จินหลิงชุน คือยอดสุราเลื่องชื่อของเมืองจินหลิง ซึ่งคือเมืองหนานจิงในปัจจุบัน
** ลม ดอกไม้ หิมะ จันทร์ คือทิวทัศน์ธรรมชาติสี่อย่างที่มักถูกพรรณนาในบทกวี ต่อมาสี่คำนี้ถูกใช้เป็นสำนวนสื่อถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ
* มามา โดยทั่วไปหมายถึงแม่ แต่สามารถใช้เป็นคำเรียกภรรยา หญิงสูงวัย และยังใช้เรียกแม่เล้าในหอนางโลมด้วย
* จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ เปรียบเปรยถึงผู้ที่แอบอ้างอำนาจของคนอื่นมาขู่ขวัญหรือข่มเหงผู้คน
* มุมมืดใต้ฐานตะเกียง หมายถึงไม่อาจสังเกตเห็นเรื่องใกล้ตัว หรือจุดที่ไม่ทันสังเกตเห็น
ติดตามตอนต่อไปวันที่ 28 ส.ค. 69