ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 59 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 59

6 of 6หน้าถัดไป

ซานฉาหัวเราะเยาะหยัน เชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ยอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น “ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียว ข้ากลัวยิ่งนัก ต่อไปข้าพบนางต้องคุกเข่าอย่างนบนอบแล้วเรียกนางว่าคุณหนูด้วยใช่หรือไม่”

นางพูดกลั้วหัวเราะ สาวใช้ถูกยั่วโมโหจนสองแก้มแดงก่ำ กระทืบเท้าอย่างแรงแล้ววิ่งจากไป

หมิงหวาฉังจำต้องชมละครใหญ่หนึ่งฉาก นางเห็นท่าทางซานฉาจองหองลำพอง แต่กลับไม่รู้สึกว่าน่าชัง เพียงรู้สึกว่าน่าเศร้า

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้อยคำเมื่อครู่ชั่วร้ายอย่างยิ่ง ซานฉาหยิบเอาบาดแผลเรื่องชาติกำเนิดของอวี้ฉยงมาล้อเล่น ขอเพียงมีมโนธรรมสักนิดจะไม่มีทางหัวเราะออกมา ทว่านี่โทษซานฉาได้หรือ

เอ่ยด้วยใจเป็นกลาง หากหมิงหวาฉังยืนอยู่จุดเดียวกับซานฉาตั้งแต่เล็ก กินไม่อิ่มสวมไม่อุ่น ไม่ได้รับอนุญาตให้เล่าเรียนเขียนอ่าน มีแต่การเอาใจผู้อื่นด้วยรูปโฉมให้ได้มาซึ่งความรักชอบของบุรุษจึงจะได้มีวันเวลาดีๆ นางเองก็คงจะกลายเป็นเช่นนี้

แน่นอนว่า…วันเวลาดีๆ ที่ว่านี้…เพียงแค่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เท่านั้น

บุปผาที่ไม่เคยได้รับแสงแดดหยาดฝน มิอาจตำหนินางได้ว่าเหตุใดถึงไม่อาจเติบโตเป็นกล้วยไม้ที่ตั้งตรง สดใส และมีศักดิ์ศรี

หมิงหวาฉังรู้สึกว่าที่ซานฉาดูแคลนอวี้ฉยงก็ไม่ต่างกับภรรยาเอกดูแคลนอนุ อนุดูแคลนหญิงคณิกา พวกนางล้วนเป็นผู้ที่ต้องติดตามผู้อื่น ไม่กล้าต่อต้านต้นตอที่ทำให้พวกนางโชคร้ายชั่วชีวิต กลับเลือกจะตวัดคมอาวุธใส่คนกลุ่มเดียวกันซึ่งอ่อนแอกว่าตน ขอเพียงสร้างคนที่ต่ำต้อยยิ่งกว่าตนออกมา ขอเพียงเหยียบย่ำสตรีที่โชคร้ายยิ่งกว่าตน ตนก็จะกลายเป็นสตรีที่เหนือกว่าสตรีอื่นได้แล้ว

แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น ผู้ที่อ่อนแอต่างดูแคลนกันเองต่างหาก หาข้ออ้างให้กับการข่มเหงของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนี้จริงๆ

สาวใช้ที่เข้าข้างอวี้ฉยงถูกซานฉายั่วโมโหก็เดินไปหลบมุมอยู่กับพวกพี่ๆ น้องๆ แล้วก่นด่าซานฉาว่าคนพาลได้ใจ วันหน้าจะต้องร่วงลงมาอย่างอนาถยิ่งกว่าผู้อื่น หมิงหวาฉังกลับตบหลังมือซานฉาเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น

“พาข้าไปดูห้องพักของพวกเจ้าสักหน่อยได้หรือไม่”

 

* มาจากสำนวน ‘สหายร่วมบำเพ็ญตายได้ อาตมาตายไม่ได้’ หมายถึงห่วงแต่ผลประโยชน์หรือความปลอดภัยของตนเองโดยไม่คำนึงว่าผู้อื่นจะเป็นหรือตาย

* หินเขียวหางนกยูง คือแร่มาลาไคต์ (Malachite) ถือเป็นอัญมณีชนิดหนึ่ง มีสีเขียวอ่อนสลับเข้มเป็นชั้นหรือเป็นวงคล้ายลวดลายบนแพหางนกยูง จึงเป็นที่มาของชื่อ สามารถสกัดเป็นสีย้อมได้ เรียกว่ามาลาไคต์กรีน (Malachite Green)

* หน้าประตูจวนเสนาบดีคือขุนนางขั้นเจ็ด หมายถึงคนเฝ้าประตูจวนเสนาบดีมีอำนาจไม่ต่างจากขุนนางขั้นเจ็ด เพราะผู้ที่ต้องการพบเสนาบดีก็ยังต้องให้คนเฝ้าประตูเข้าไปรายงานให้

** ดาวไม้กวาด คือดาวหาง ใช้เปรียบเปรยถึงตัวหายนะที่นำเคราะห์ร้ายมาสู่คนรอบข้าง

* เหนือศีรษะสามฉื่อมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสำนวนที่ใช้เตือนใจว่าอย่าทำเรื่องน่าละอายผิดคุณธรรม เพราะเหนือศีรษะของทุกคนขึ้นไปสามฉื่อ (ราว 1 เมตร) มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จับตาดูอยู่

 

ติดตามตอนต่อไปวันที่ 29 .. 69

6 of 6หน้าถัดไป

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 7-8

บทที่ 7 จริงอยู่ว่าการครองคู่กับฉู่หลินหลางเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวามีรสชาติสีสัน แต่นานวันเข้าก็ทำให้รู้สึกอยู่มิวายว่า...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 5-6

บทที่ 5 ต่อจากนั้นทุกคนก็นั่งล้อมวงดื่มชาพูดคุยสัพเพเหระกัน ฉู่หลินหลางฟังจากคำสนทนาโต้ตอบกันก็เข้าใจอะไรได้รางๆ แล้ว บิ...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 16-18

บทที่ 16 เฟิงซุ่นอินแทบจะซบอยู่กับแผงอกเขาทั้งตัว เอวด้านหลังถูกคันธนูยาวของเขากักไว้แน่นทำให้ไม่อาจขยับตัว กระทั่งลมหาย...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 19-20

บทที่ 19 ยามที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำ มู่ฉางโจวเดินออกมาจากคุกใหญ่ที่มีแสงสลัวของเหลียงโจว ข้างนอกเป็นลานรกร้างที่มีผู้ค...

community.jamsai.com