กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น
ทดลองอ่าน กุนซือหญิงพลิกชะตาแคว้น บทที่ 76-77
เฉาซีแม้ปกติจะบ้าอำนาจอยู่สักหน่อย แต่อีกฝ่ายก็เหมือนกับนาง คือเป็นตัวประกันหญิงที่ถูกส่งมาที่เมืองหลวงอย่างโดดเดี่ยว เมื่อวานรัชทายาททิ้งให้เฉาซีเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย แล้วมาหานางแทนนั้น เดิมทีเจียงซิ่วรุ่นยังเปี่ยมด้วยความรู้สึกผิด รู้สึกว่าตนเองถูกบีบให้แอบกินเสบียงอาหารของผู้อื่น
แต่เมื่อถูกเฉาซีด่าทอออกมา ความรู้สึกผิดก็หายวับไปจนหมดสิ้นแล้ว
เฉาซีคิดไม่ถึงว่าเจียงซิ่วเหยาจะโจมตีนางกลับมาอย่างเจ็บปวด ทันใดนั้นก็โมโหจนถลึงตาใส่ นิ้วมือสั่นระริกขณะกล่าวว่า “เจ้า…เจ้าเหตุใดจึงกล้า…”
เจียงซิ่วรุ่นนั่งลงอย่างสบายใจ เลียนแบบความโอหังของเจียงซิ่วเหยาผู้เป็นน้องสาวยามที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างได้ใจ โดยกล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า “รัชทายาทก็แค่มานั่งที่เรือนข้าอยู่สักพัก ดื่มชานิดหน่อย แล้วก็นอนอยู่หนึ่งคืน เฉาจีอย่าได้เป็นห่วงเลยว่ารัชทายาทจะทรงไม่รู้จักกลิ่นสกปรก!”
เฉาซีถึงแม้จะใช้แต่งด้วยศักดิ์ฐานะชายารองเข้ามา แต่เนื่องจากในทางส่วนตัวมีเว่ยฮองเฮารับรองอยู่ จึงยึดว่าตนเองเป็นประมุขหญิงของจวนรัชทายาทมานานแล้ว
แต่ในขณะนี้ชายารองทั้งสามคนเข้าจวน มีเพียงนางคนเดียวที่ยังไม่ผ่านการร่วมอภิรมย์กับรัชทายาท เวลานี้เถียนอิ๋งก็ยึดตำแหน่งของทุกคนไปแล้วอย่างไม่เกรงใจ ส่วนเจียงซิ่วเหยานางหญิงแพศยายั่วยวนคนผู้นี้ก็พูดจาไม่รู้จักกริ่งเกรง นี่ช่างแตกต่างไปจากสถานการณ์เมื่อได้กลายเป็นชายารัชทายาทแห่งต้าฉีที่นางเคยจินตนาการไว้มากเหลือเกินจริงๆ
ชั่วขณะนั้นความเศร้าเสียใจของเมื่อวานก็จู่โจมจิตใจของเฉาซี นางจึงยกมือขึ้นหมายตบเจียงซิ่วรุ่นสักฉาดหนึ่งอย่างทนไม่ไหว
ในเวลานี้เองเถียนจิ้งเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างพลันเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ถึงกับพุ่งเข้ามาขวางอยู่หน้าร่างเจียงซิ่วเหยา และโดนตบไปเต็มเหนี่ยวฉาดหนึ่ง
เถียนจิ้งเอ๋อร์หน้าตาก็เหมือนกับเถียนอิ๋ง รูปร่างผอมบาง ยิ่งกว่านั้นยังอ่อนหวานกว่า น่ารักมากกว่า ดวงตาโตมีน้ำตาคลอหน่วยขณะกล่าวว่า “เหยาจีร่างกายอ่อนแอ ป่วยหนักมา เพิ่งจะฟื้นตัว ขอเฉาจีโปรดระงับโทสะด้วย มีสิ่งใดไม่พอใจก็มาลงที่ข้าให้เต็มที่แล้วกัน”
สาวน้อยผอมบางตัวเล็กนิดเดียวหมอบคู้อยู่บนพื้น ช่างทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกสงสารจริงๆ
แม้ก่อนหน้านี้เจียงซิ่วรุ่นจะรู้อยู่แล้วว่าเถียนจิ้งเอ๋อร์ตั้งใจมาสวามิภักดิ์กับตนเอง แต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทุ่มเทอย่างสุดจิตสุดใจเช่นนี้ พริบตานั้นนอกจากนางจะตกใจแล้ว ยังเต็มไปด้วยความนับถืออย่างลึกล้ำ
แต่ละครตลกฉากนี้ควรจบลงเสียที เจียงซิ่วรุ่นยอมทะเลาะกับเถียนอิ๋งอย่างตั้งใจ ก็ไม่ยอมก่อความวุ่นวายที่ไม่อาจตัดสินได้ชัดเจนกับเฉาซี จึงพยุงเถียนจิ้งเอ๋อร์ขึ้นมาทันที แล้วกล่าวกับเฉาซีอย่างเย็นชาว่า “เจ้ากับข้าต่างเป็นชายาศักดิ์เสมอกัน ในจวนแห่งนี้ล้วนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน หากเฉาจีรู้สึกว่าสามารถเป็นประมุขของเรือนหลังจวนรัชทายาทได้ ก็โปรดเชิญคำสั่งของรัชทายาทมา แล้วตบหน้าข้าได้เลย ถ้าไม่อย่างนั้นก็ขอให้เฉาซีช่วยยับยั้งชั่งใจด้วย มิใช่แสดงท่าทีจนทำให้ผู้คนเข้าใจผิดว่าเจ้ากลายเป็นชายาเอกของรัชทายาทแล้ว!”
เฉาซีโมโหเสียจนพูดไม่ออก รู้สึกแต่เพียงว่าสตรีทั้งห้องโถงใหญ่นี้ล้วนกำลังดูเรื่องตลกขบขันของนาง คิดว่านางใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้คน
ด้วยเหตุนี้จึงกระทืบเท้าคราหนึ่งก่อนร้องไห้จากไป แม้แต่อาหารเช้าก็ไม่กินแล้ว
เถียนอิ๋งเห็นเจียงซิ่วเหยาไม่ถูกชะตามาตั้งนานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้นางเพียงรู้สึกว่าคุณชายน้อยเจียงมีนิสัยยโสโอหัง คิดไม่ถึงว่าน้องสาวคนนี้ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน โชคยังดีที่พวกเขาสองคนพี่น้องมาจากแคว้นที่อ่อนแอ หากเป็นตัวประกันชายหญิงจากแคว้นที่แข็งแกร่ง ด้วยความคิดเช่นนี้ไยมิใช่จะขึ้นสวรรค์ไปแล้วหรือไร
ในเมื่อยุแหย่ให้เฉาซีกับเจียงซิ่วเหยาขัดแย้งกันขึ้นมาได้แล้ว เถียนอิ๋งย่อมสามารถนั่งเสพสุขกับผลประโยชน์จากความขัดแย้งของปลาและชาวประมงได้ จึงสงบปากสงบคำ เพียงยิ้มแย้มดื่มกินกับเจียงซิ่วเหยาพลางสนทนาหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้องจำพวกเรื่องผ้าและเครื่องประดับ
เมื่อกินอาหารเสร็จ หน้าที่ของเจียงซิ่วเหยาก็หมดลงแล้ว
เจียงซิ่วรุ่นจึงมีเวลาว่างเปลี่ยนกลับไปเป็นชุดบุรุษ ขณะที่กำลังเตรียมตัวออกไปข้างนอก ก็เห็นสาวใช้ของเถียนจิ้งเอ๋อร์ออกมาจากเรือนด้านข้างด้วยสีหน้าคับแค้นใจ
เมื่อถามถึงได้รู้ว่าใบหน้าของเถียนจิ้งเอ๋อร์บวมช้ำอย่างน่ากลัว ยาน้ำมันที่นำติดตัวมาด้วยก็มอบให้ผู้อื่นไปหมด ไม่มียาใช้แล้ว จึงไปขอท่านหมอในจวนรัชทายาท
ใครจะรู้ว่าท่านหมอผู้นั้นถูกเฉาซีส่งคนไปแจ้งล่วงหน้าก่อนนานแล้ว บอกว่าอนุติดตามมาเป็นสินเจ้าสาวตำแหน่งเล็กๆ เพียงเท่านี้ไม่มีกฎระเบียบ เถียนอิ๋งไม่สนใจ แต่นางไม่อาจละเลยได้ หลังจากนี้ไปการกินดื่มของอนุที่ติดตามมาเป็นสินเจ้าสาวคนนี้ให้ลดลงครึ่งหนึ่ง พวกยาสมุนไพรอะไรยิ่งไม่อาจขอเมื่อใดก็ได้เมื่อนั้น
สาวใช้คนนั้นออกมามือเปล่า ดังนั้นจึงรู้สึกไม่เป็นธรรมอย่างมาก
เจียงซิ่วรุ่นตระหนักในน้ำใจของเถียนจิ้งเอ๋อร์แล้ว รู้ว่าตนไม่อาจนั่งดูเฉยๆ โดยไม่สนใจได้ จึงเอาน้ำมันยากับหินปี้สี่ที่เถียนจิ้งเอ๋อร์ให้ตนเองไว้ก่อนหน้านี้มอบสาวใช้คนนั้นไปทั้งหมด ให้อีกฝ่ายนำกลับไป และบอกอย่างชัดเจนว่าต่อไปเถียนจิ้งเอ๋อร์ขาดแคลนสิ่งใดไม่ต้องรู้สึกคับแค้นที่จะป่าวประกาศออกมา ตนจะหาวิธีสั่งห้องครัวให้บำรุงชดเชยแก่นางก็แล้วกัน
เพียงแต่ตอนที่ทั้งสองสนทนากัน นอกกำแพงเรือนของเซ่าฟู่พลันมีคนลอบจากไป…
ไม่นานนักเฉาซีก็ได้ยินข่าวที่สาวใช้ของตนเองแอบฟังมาเรื่องที่เจียงเซ่าฟู่มอบยาน้ำมันให้เถียนจิ้งเอ๋อร์
นางยินดีเป็นล้นพ้นที่ประสบความสำเร็จเกินคาด เพียงกล่าวอย่างเคียดแค้นว่า “ไม่แปลกใจที่วันนี้เหตุใดจิ้งจีถึงวิ่งมารับหน้าเช่นนี้ นางแพศยานี่ถึงกับมีสัมพันธ์ส่วนตัวกับคุณชายน้อยเจียงตั้งนานแล้ว หากการลอบเป็นชู้เช่นนี้ถูกรัชทายาทรู้เข้า…”
รัชทายาทนอกจากจะโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุดแล้ว ไยมิใช่พลอยโทษไปถึงเจียงซิ่วเหยาด้วยหรอกหรือ พอนึกถึงตรงนี้ดวงตาของเฉาซีก็ยิ้มได้แล้ว
เวลานี้อิงเสวี่ยสาวใช้คนสนิทที่หวีผมให้นางอยู่ด้านข้างเตือนสติเบาๆ ว่า “เฉาจี ท่านต้องจดจำคำสั่งของฮองเฮาเอาไว้นะเจ้าคะ อยู่ในเรือนหลังไม่อาจนำหน้าไปทุกๆ เรื่อง ตอนนี้ท่านเพิ่งกลายเป็นศัตรูกับเหยาจี แล้วไปจับผิดคุณชายน้อยเจียงอีก เป็นการพุ่งเป้าไปที่พวกเขาพี่น้องมากเกินไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มิสู้ปล่อยข่าวเรื่องนี้ให้เถียนจี แล้วดูว่านางจะจัดการอย่างไรดีกว่านะเจ้าคะ!”
เฉาซีฟังแล้วก็รู้สึกถูกใจมาก
พวกนางมิใช่ได้รับความรักใคร่โปรดปรานจากรัชทายาทก่อนหรอกหรือ ดูซิว่าพวกนางจะเป็นสุนัขกัดกันจนขนเต็มปากอย่างไรบ้าง!
Comments



