เฟิงซุ่นอินขี่ม้าเข้าหา ก่อนลงจากหลังม้า “คุณชายอวี๋มาอยู่ที่นี่ เตรียมจะจากไปแล้วหรือเจ้าคะ”
อวี๋จิ้นชิงเอ่ย “ขอรับ ควรจากไปนานแล้ว เพียงแต่คุณหนูเฟิงออกไปข้างนอกกะทันหัน ข้าเดินทางผ่านมาเลยอยากลองดูว่าจะบังเอิญมาพบกันที่นี่หรือไม่ ถึงได้มารออยู่ข้างทางเช่นนี้ ถ้าหากอยู่ที่นี่ยังไม่ได้พบก็ได้แต่เดินทางไปต่อแล้ว”
เฟิงซุ่นอินจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงตอบเขาไปอย่างทึ่มทื่อ “ครั้งนี้ลำบากคุณชายอวี๋เดินทางอ้อมไปฉินโจว เป็นพวกเราที่เสียมารยาท มาวันนี้ยังลำบากให้ท่านต้องรออีก”
อวี๋จิ้นชิงมองสำรวจนาง สามารถมองออกว่านางผ่านการอาบน้ำมาแล้ว แต่เสื้อคลุมกันลมตัวนอกนั้นเปื้อนฝุ่น บริเวณมุมยังเลอะสีน้ำตาลเข้มดุจรอยเลือดอยู่หลายจุด สภาพดูเหนื่อยล้าเสมือนประสบพบเจอเรื่องใหญ่มา จึงถามอย่างอดไม่ได้ “เหตุใดคุณหนูเฟิงถึงออกไปข้างนอกกะทันหันหรือ”
เฟิงอู๋จี๋อยู่ด้านข้างได้ยินแล้วลงจากม้าเดินเข้ามาใกล้พลางชิงตอบก่อน “ไม่มีอะไรขอรับ ข้าเป็นคนชวนท่านพี่ข้าออกมา คุณชายอวี๋จะไปแล้วหรือ ข้ายังไม่ได้เลี้ยงส่งท่านเลย”
สายตาของอวี๋จิ้นชิงถึงมองไปทางเฟิงอู๋จี๋ พร้อมกับเผยรอยยิ้มอบอุ่น “คุณชายเฟิงไม่ต้องมากมารยาท ตอนออกจากฉินโจวมารดาเจ้าขอบคุณข้าแล้ว แต่ว่าข้ายังไม่ได้สอบถามถึงอาการบาดเจ็บของเจ้าเลย นั่นถึงเรียกว่าละเลย”
อวี๋จิ้นชิงไม่พูดเรื่องนี้ยังดี ทันทีที่พูดเฟิงอู๋จี๋ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าความสนใจทั้งหมดของคนตรงหน้าเหมือนจะอยู่ที่พี่สาว สายตาเขาจึงสลับมองระหว่างอีกฝ่ายกับเฟิงซุ่นอิน ย่นหัวคิ้วพลางจับหัวไหล่เบาๆ เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
อวี๋จิ้นชิงหันมองเฟิงซุ่นอินอีกครั้ง “ข้ามารอที่ข้างทางเพราะมีคำพูดอยากจะพูดกับคุณหนูเฟิง เป็นถ้อยคำที่วันนั้นยังพูดไม่จบขอรับ”
เฟิงซุ่นอินนึกขึ้นได้ เขาเคยบอกว่ามีบางอย่างจะพูดด้วย ครั้งนั้นตกลงกันแล้วว่าค่อยว่ากันครั้งหน้า นางจึงผงกศีรษะ ก้าวขึ้นหน้าเข้าไปในศาลาริมทาง
เฟิงอู๋จี๋เห็นสถานการณ์แล้วได้แต่เดินผละไปไกล แต่สายตาคอยมองสลับไปมาระหว่างพวกเขาอีกครั้ง
คนของอวี๋จิ้นชิงที่อยู่ในศาลาริมทางก็ถูกไล่ออกไป แต่ละคนต่างถอยออกไปไกลเช่นกัน
เฟิงซุ่นอินเดินถึงใจกลางศาลาแล้วถึงหันกลับมาเอ่ย “คุณชายอวี๋จงใจมารออยู่ที่นี่ ดูท่าคงมีเรื่องสำคัญบางอย่างเป็นแน่”
อวี๋จิ้นชิงมองใบหน้าของเฟิงซุ่นอิน ยิ่งรู้สึกว่าใบหน้านางซีดขาวดูอ่อนล้า ไม่รู้ว่าเดินทางออกไปครั้งนี้พบเจอเรื่องอันใดมา เขาเอ่ยอย่างนุ่มนวล “คุณหนูลำบากแต่งงานไกลไปยังเหลียงโจวก็ไม่ง่ายแล้ว หาก…” เสียงของเขาเบาลงกะทันหัน “หากมีโอกาส ข้าเต็มใจช่วยเหลือคุณหนูพาย้อนกลับมาที่ฉางอันอีกครั้ง”
เฟิงซุ่นอินมองเขาอย่างตะลึง “อะไรนะเจ้าคะ”
อวี๋จิ้นชิงก้าวเข้ามาใกล้ “เรื่องที่ข้าอยากพูดวันนั้นก็คือเรื่องนี้ คุณหนูแต่งงานไกลเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ไม่ได้มาจากความเต็มใจของตนเอง ขอแค่คุณหนูอยากย้อนกลับไปฉางอัน ข้าจะต้องช่วยเหลือแน่นอน”
เฟิงซุ่นอินมีความคิดบางอย่างวาบผ่าน “คุณชายอวี๋เอ่ยเช่นนี้มีเหตุผลหรือไม่”
อวี๋จิ้นชิงคล้ายกระอึกกระอักเล็กน้อย เขาหันมองซ้ายขวา เมื่อมั่นใจว่าไม่มีคนนอกได้ยินถึงเอ่ยต่อ “ท่านผู้บัญชาการทหารเหลียงโจวเก็บทุ่งร้างกลับมาได้ ข่าวถูกส่งถึงฉางอัน ฝ่าบาทย่อมทรงรับรู้ จึงได้ทรงทราบด้วยว่าท่านแต่งให้กับผู้ใด”
เฟิงซุ่นอินเริ่มเข้าใจขึ้นมา “ฝ่าบาทตรัสบางอย่างเกี่ยวกับการแต่งงานนี้หรือไรเจ้าคะ”
“ฝ่าบาทตรัสว่า…” อวี๋จิ้นชิงสังเกตสีหน้าของนางก่อนเอ่ยว่า “ตรัสว่า ‘น่าเสียดาย’ ”
เฟิงซุ่นอินนิ่งอึ้ง
อวี๋จิ้นชิงกล่าวอย่างร้อนใจมากขึ้น “หากแม้แต่ฝ่าบาทยังรู้สึกว่าน่าเสียดาย แล้วข้าจะไม่ช่วยเหลือคุณหนูได้อย่างไร เดิมทีท่านก็ไม่ควร…” คำพูดเขาหยุดลง รู้สึกว่าตนเองพูดมากเกินไปแล้ว