บทที่ 66
เฟิงอู๋จี๋ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงก้าวเร็วๆ ออกมาจากห้องพัก เห็นแค่เพียงพลทหารจำนวนหนึ่งลากตัวเฮ่อเส่อไชว่ที่หมดสติผ่านไปตรงหน้า คุมตัวพาออกไปข้างนอกภายใต้คำสั่งของหูเป้ยเอ๋อร์
เขาไล่ตามไปจนถึงเรือนหน้า ก่อนเห็นมู่ฉางโจวตวัดกายขึ้นหลังม้า หยุดอยู่ข้างนอกกำแพงที่ถูกลมทะเลทรายพัดกร่อน คล้ายเตรียมจะจากไปเดี๋ยวนี้
“พวกท่าน นี่มัน…” เขารีบรุดขึ้นหน้า มีคำพูดมากมายที่อยากจะถาม
หูเป้ยเอ๋อร์เหลือบมองเขา กลัวว่าจะเสียเวลาจึงเอ่ยอย่างรวดเร็ว “คุณชายเฟิงไม่ต้องถามมากความ ข้ารับรองว่าเจ้าโจรสุนัขนี่ไม่มีทางตาย! ท่านไม่ต้องยุ่งแล้ว!” พูดจบเขาก็หยิบผ้าขาดๆ ผืนหนึ่งมายัดใส่ปากเฮ่อเส่อไชว่อย่างแรง ทั้งยังเอาแถบผ้ามามัดปากของอีกฝ่ายอีกหลายรอบ จะได้ป้องกันไม่ให้เฮ่อเส่อไชว่กัดลิ้นตาย เขาลงมืออย่างคล่องแคล่วยิ่ง ก่อนจะกวักมือเรียกทหารให้มาจับอีกฝ่ายมัดไว้บนหลังม้าประหนึ่งขอนไม้ผุพังอย่างไรอย่างนั้น
เฟิงอู๋จี๋ไร้คำพูด ดูจากท่วงท่าเช่นนี้ของหูเป้ยเอ๋อร์ อีกฝ่ายไม่มีทางปฏิบัติต่อผู้อื่นเช่นนี้เป็นครั้งแรกแน่นอน
ทหารเหลียงโจวขึ้นขี่ม้าหมดแล้วทุกนาย พร้อมออกเดินทางทุกเมื่อ
มู่ฉางโจวกุมสายบังเหียน หันม้ากลับมา สายตามองตรงไปยังเรือนหลัง
แต่แค่เพียงชั่วพริบตาเดียวเขาก็กระตุกสายบังเหียนในมือควบม้าออกไป
หูเป้ยเอ๋อร์นำเหล่าพลทหารควบม้าไล่ตามไปทันที ชั่วขณะนั้นข้างนอกโรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยฝุ่นฟุ้งตลบ เสียงกีบเท้าม้าไกลห่างออกไปในเวลาอันสั้น
เฟิงอู๋จี๋เห็นมู่ฉางโจวจากไปแล้วจริงๆ ก็มองตามสายตาเมื่อครู่นี้ของอีกฝ่ายไปทางด้านหลัง ก่อนเห็นเฟิงซุ่นอินค่อยๆ เดินออกมาจากเรือนหลัง
เขาเดินเข้าหา “ท่านพี่ ท่านเป็นอะไรหรือไม่”
ความจริงอยากถามเรื่องของเฮ่อเส่อไชว่เสียหน่อย ถึงขั้นอยากถามว่านางมีแผนการอย่างไร เหตุใดถึงปล่อยให้พี่รองมู่จากไปทั้งอย่างนี้
เฟิงซุ่นอินยกมือหนึ่งกระชับสาบเสื้อ สายตากวาดมองออกไป เวลานี้ที่ข้างนอกไม่ได้ยินเสียงกีบเท้าม้าอีกแล้ว นางเอ่ยเสียงเบา “ไม่เป็นไร เรื่องอื่นเอาไว้หลังจากนี้ค่อยว่ากัน จะต้องทำเหมือนว่าเขาไม่เคยมาที่นี่”
เฟิงอู๋จี๋มองเห็นข้างลำคอนางขึ้นสีแดงระเรื่อ ตัวคนกลับคล้ายเหม่อลอย ด้วยไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจึงยื่นมือไปช่วยประคองแขนนางไว้ ก่อนมองออกไปข้างนอกกำแพงลานโรงเตี๊ยมอีกครั้ง “เช่นนั้น…ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรขอรับ”
เฟิงซุ่นอินครุ่นคิดเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “พวกเราเองก็ควรไปกันได้แล้ว”
มู่ฉางโจวควบม้าเร็วไปทางทะเลทราย
ระหว่างเดินทางออกห่างจากหมู่บ้านเขาก็สั่งการส่งทหารม้ารุดไปถ่ายทอดคำสั่งล่วงหน้า โดยแบ่งกองทัพหลักพันที่พาออกมาด้วยครั้งนี้เดินทางแยกกัน ย้อนกลับไปเหลียงโจวด้วยข้ออ้างออกไปฝึกฝนข้างนอกมา
หูเป้ยเอ๋อร์เร่งรีบเดินทางมาตลอดทางจนหายใจหอบ ใช้แส้ฟาดม้าควบเข้ามาใกล้ “ท่านผู้บัญชาการ ไม่ใช่ว่าเจอฮูหยินแล้วหรือ เหตุใดฮูหยินไม่ตามพวกเรากลับเหลียงโจวด้วยกันเล่า ดูคุณชายเฟิงผู้นั้นสิ ขนาดมาจับตัวโจรสุนัขก็ยังพาฮูหยินมาด้วย คิดว่านางคงไม่คิดกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ฉางอันแล้วกระมัง!”
เขาแค่คิดว่าที่ครั้งนี้คนสกุลเฟิงออกมาจับตัวคนมีสาเหตุมาจากถูกซุ่มโจมตีเมื่อครั้งก่อน ตัวการหลักคือเฟิงอู๋จี๋ เฟิงซุ่นอินแค่ถูกพาตัวมาด้วยเท่านั้น
หูเป้ยเอ๋อร์เองก็อยากจะถามตั้งแต่ตอนเพิ่งออกเดินทางแล้ว ยังหลงนึกว่าก่อนหน้านี้ตนเอ่ยเร่งเพียงนั้น ที่ผู้บัญชาการกลับยังไม่ยอมออกจากห้องพักเสียทีเพราะตั้งใจจะพาฮูหยินกลับไปด้วยกัน ทว่ากลับไม่ใช่อย่างที่คิดไว้
มู่ฉางโจวขี่ม้าอยู่ด้านหน้า สายตามองตรงไป น้ำเสียงที่เอ่ยอบอุ่นเช่นในยามปกติ กลมกลืนไปกับสายลม “เหลียงโจวกลายเป็นบึงมังกรถ้ำพยัคฆ์* ไปแล้ว เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน”