พ้นช่วงเที่ยงวันมานานแล้ว เฟิงซุ่นอินกินข้าวในห้องเสร็จเรียบร้อย นางใคร่ครวญว่าควรตอบจดหมายเมื่อใดขณะที่เดินถึงประตู ก่อนมองออกไปทางเรือนชั้นนอก
เมื่อครู่นี้ยังได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ตอนนี้ไม่ได้ยินอะไรแล้วทั้งนั้น ไม่แน่ว่างานเลี้ยงอาจจบลงแล้ว
นางเดาว่าต่อให้วันนี้มู่ฉางโจวไม่ออกจากจวนก็จะปรึกษากิจธุระกับผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ที่เรือนหน้า ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่น่าจะกลับมายังเรือนหลัง แต่นางเพิ่งหยิบจดหมายฉบับนั้นออกจากแขนเสื้ออีกครั้ง เมื่อช้อนสายตาขึ้นก็มองเห็นเงาร่างของมู่ฉางโจวเข้าพอดี
นึกไม่ถึงว่าเขาจะกลับมาเร็วถึงเพียงนี้
มู่ฉางโจวมองเห็นนางทันทีที่เดินเข้ามาในเรือนหลัง เดิมทีตั้งใจจะเดินผ่านสวนไป แต่ท้ายที่สุดก็หมุนเท้าเดินขึ้นระเบียงตรงมาถึงหน้าประตูห้องตะวันออก ก่อนมองของที่อยู่ในมือนางปราดหนึ่ง “วันนี้อินเหนียงหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงเพราะยุ่งกับการอ่านจดหมายหรือ”
เฟิงซุ่นอินยัดจดหมายเข้าในแขนเสื้อ มุมปากหยักยกคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม เพียงเอ่ยเรียบๆ “เปล่าเจ้าค่ะ แค่รู้สึกว่าที่นั่นมีแต่นักรบ ข้าไปแล้วก็ไม่มีอะไรให้พูด”
มู่ฉางโจวมองเห็นรอยยิ้มมุมปากนางแล้วมองนานขึ้นเล็กน้อย เมื่อวานยังมีสีหน้าเย็นชา แต่แค่จดหมายฉบับเดียวก็มีรอยยิ้มแล้ว
เฟิงซุ่นอินมองอีกฝ่าย ก่อนถามขึ้นมากะทันหัน “หลังจากนี้หากจะส่งจดหมายยังคงเหมือนเดิมหรือเจ้าคะ”
มู่ฉางโจวตอบ “แน่นอน”
เช่นนั้นมิใช่ว่ายังต้องถูกตรวจสอบอีกหรือ เฟิงซุ่นอินพูดไม่ออก
เซิ่งอวี่พาสาวใช้สองคนเดินมา เมื่อเห็นผู้บัญชาการอยู่ด้วยต่างก็ก้มหน้าหยุดรออยู่ด้านหลัง
มู่ฉางโจวเหลียวมอง “มีธุระ?”
เซิ่งอวี่ตอบ “ใกล้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูแล้ว เลยมาเชิญฮูหยินวัดตัว จะได้เพิ่มเติมเสื้อผ้าชุดใหม่เจ้าค่ะ”
ตอนที่เฟิงซุ่นอินมาที่นี่อยู่ในสภาพตกอับจริงๆ พกมาเพียงห่อผ้าไหมสีเขียวที่ใส่เสื้อผ้าสองสามตัว แม้แต่ชุดเจ้าสาวก็ยังเป็นของที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ เสื้อผ้าชุดใหม่แทบจะเพิ่มขึ้นมาหลังจากมาถึงเหลียงโจวทั้งสิ้น ล้วนมีเซิ่งอวี่เป็นผู้จัดแจง
เมื่อวานเฟิงซุ่นอินเข้าร่วมงานสรงน้ำพระ เซิ่งอวี่ก็รู้ว่าหลังจากนี้งานเล็กงานใหญ่ประเภทนี้จะมีมาอีกไม่น้อย จึงเรียกสาวใช้มาตัดชุดเพิ่มให้ทันท่วงที
มู่ฉางโจวได้ยินแล้วผงกศีรษะ “วัดเถิด”
เฟิงซุ่นอินนึกว่าเขาจะไปแล้ว นึกไม่ถึงว่าเขาพูดจบกลับเดินตรงเข้าห้องตนเอง ตอนที่เดินผ่านนางก็ชนถูกกระดิ่งลมเหนือประตูเกิดเป็นเสียงดังกังวาน
เซิ่งอวี่เอ่ยทันที “ท่านผู้บัญชาการอุตส่าห์อยู่ด้วย มิสู้วัดขนาดตัวไปด้วยกันเลยเถิดเจ้าค่ะ” พูดจบก็มองเฟิงซุ่นอิน ในเมื่อไม่ว่าอย่างไรนี่เป็นเรื่องที่ภรรยาอย่างนางควรเป็นคนจัดแจง
แววตาของเฟิงซุ่นอินวูบไหวเล็กน้อย ได้แต่พูดว่า “เช่นนั้นก็เชิญท่านผู้บัญชาการวัดตัวก่อนแล้วกัน”
มู่ฉางโจวนั่งลงบนตั่ง วันนี้ไม่ได้ออกจากจวนจึงสวมชุดคลุมตัวหลวม ไม่ได้กระชับแขนเสื้อ สภาพผ่อนคลายทว่าสง่างาม “ไม่ต้องแล้ว ชางเฟิงรู้ขนาดตัวข้าดี ไปถามจากเขาก็ย่อมทราบขนาดตัวเช่นกัน”
เซิ่งอวี่ก้มหน้าขานรับ
เฟิงซุ่นอินเห็นเขาไม่มีท่าทีจะหลบเลี่ยงก็ได้แต่เดินเข้าไปในห้อง ก่อนกางแขนออกปล่อยให้สาวใช้ก้าวเข้ามาวัดตัว
มู่ฉางโจวที่นั่งอยู่เห็นนางจงใจเอียงตัวหลบเลี่ยง สาวใช้นำเชือกมาพันรอบเอวคอดกิ่วของนาง กระชับเบาๆ รัดเป็นทรวดทรงบอบบาง ดวงหน้าของนางเองก็หันไปทางอื่น
เขามองสำรวจขึ้นลงทีหนึ่ง สายตาเคลื่อนจากเอวของนางไปยังซีกหน้าด้านข้างของนาง
จวบจนสาวใช้วัดตัวเสร็จแล้วถอยออกไป เซิ่งอวี่เองก็ขอตัวลาไปเบิกผ้าแพรไหม เขาจึงถามขึ้นกะทันหัน “เหตุใดในจดหมายของอินเหนียงถึงไม่ได้พูดถึงเรื่องแต่งงานของพวกเรา”
เฟิงซุ่นอินตกตะลึง ถูกถามเช่นนี้เข้าให้โดยไม่ทันตั้งตัวนางก็เกือบจะคิดไม่ทัน นางหันมองเขา ขณะนี้ได้สติกลับมาแล้ว “ท่านอ่านแล้ว?”
มู่ฉางโจวยกมุมปาก “ข้าเหมือนจะบอกว่าไม่อ่านแค่จดหมายฉบับก่อนเท่านั้น”
“…” เฟิงซุ่นอินใจเย็นลงในชั่วพริบตาเดียว ไม่เป็นไร จดหมายตอบกลับของเฟิงอู๋จี๋เองก็ไม่ได้พูดถึงอะไร ต่างเป็นถ้อยคำปกติธรรมดา แค่ไม่ได้พูดตรงไปตรงมาเท่านั้น นางคิดก่อนเอ่ย “เดิมทีข้าไม่ทราบว่าการส่งจดหมายจะยุ่งยากถึงเพียงนี้ ตั้งใจว่าครั้งหน้าค่อยเขียนเล่าโดยละเอียดเจ้าค่ะ”
มู่ฉางโจวไม่แสดงความเห็นอะไร เพียงถามต่อประหนึ่งถามเฉยๆ “เช่นนั้นครั้งหน้าเจ้าจะตอบอย่างไร”
เซิ่งอวี่ย้อนกลับมาอย่างรวดเร็ว ในมือประคองผ้าแพรไหมมาด้วยหลายม้วน นางก้มหน้าเข้าใกล้ เชิญให้เฟิงซุ่นอินเลือกสรร
มู่ฉางโจวเงียบลงชั่วคราว เพียงมองนาง
ทันใดนั้นก็เห็นเฟิงซุ่นอินหันไปเลือกผ้าไหมสีเข้มผืนหนึ่งมาจากบรรดาม้วนผ้า ก่อนเดินเข้าใกล้เอามาวางทาบลงบนไหล่เขา แล้วหันไปเอ่ยกับเซิ่งอวี่ “ผืนนี้เหมาะกับท่านผู้บัญชาการ เก็บไว้ให้เขา”
เซิ่งอวี่ขานรับทันที
มู่ฉางโจวมองไหล่ตนเอง นิ้วที่จับผ้าไหมสีเข้มของนางขาวผ่อง เพียงชั่ววูบสั้นๆ ก็ผละจากไป เนื้อผ้ากรีดผ่านข้างลำคอเขาเบาๆ ให้ความรู้สึกจั๊กจี้ จึงอดมองนางไม่ได้
เฟิงซุ่นอินมองสบตากับเขาแล้วหันไปวางม้วนผ้าลง ก่อนหน้านี้คุยเรื่องอะไรกันย่อมขาดช่วงลงแล้วเช่นกัน