บทที่ 15
รอบด้านถูกตรวจสอบจนทั่วหนึ่งรอบ ไม่พบร่องรอยใดๆ ตามคาด
จางจวินเฟิ่งนำกำลังคนกลับมาก่อน เขาเดินไปถึงด้านหน้ารอยเกือกม้าชุดนั้นแล้วเอ่ยอย่างครุ่นคิด “ม้าของจงหยวนมาถึงที่นี่ได้ บางทีอาจจะคุ้นเคยกับบริเวณใกล้ๆ นี้มากแล้ว”
หูเป้ยเอ๋อร์ที่ตามมาข้างหลังติดๆ มือหนึ่งกดดาบขณะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระด้าง “จะเป็นไปได้อย่างไร พวกเขาส่งสายลับเข้ามาไม่ได้ด้วยซ้ำ!” พูดถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักเล็กน้อย ชำเลืองมองเฟิงซุ่นอินแล้วรู้สึกว่าคำพูดจำพวก ‘สายลับของจงหยวน’ อย่าได้พูดต่อหน้านางจะดีกว่า จึงเปลี่ยนเรื่อง “มิสู้พวกเราไล่ตามไปทางตะวันออกต่อเป็นอย่างไรขอรับ”
มู่ฉางโจวถือคันธนูยาวเดินออกไปข้างนอกตามลำพังสิบกว่าก้าว หลุบตาลงมองรอยเกือกม้าชุดนั้นโดยไม่ได้พูดอะไร
เฟิงซุ่นอินยืนอยู่ไม่ไกลจึงได้ยินคำพูดของพวกเขา หัวใจนางบีบรัดเบาๆ มือกำอยู่ในแขนเสื้อ หรือว่าเฟิงอู๋จี๋อิงตามข้อมูลที่ข้ามอบให้ส่งคนมาที่นี่?
ดันมาเจอกับคืนที่มีฝนตก ทิ้งร่องรอยเอาไว้พอดี…แต่ต่อมานางก็คิดว่าไม่น่าใช่ นางยังอยู่ที่นี่ เฟิงอู๋จี๋ไม่ใช่คนทำอะไรบุ่มบ่าม อีกอย่างส่งคนมาจะมีประโยชน์อันใด ยังพบเห็นได้ไม่มากเท่านางที่อยู่ที่นี่เลยด้วยซ้ำ
นางหันมองไปทางด้านนั้น พลันเห็นมู่ฉางโจวเงยหน้าขึ้นคล้ายกำลังจะออกคำสั่ง นางเกือบเอ่ยปาก แต่ยังคงอดทนเอาไว้ได้
แต่สายตาของมู่ฉางโจวกลับมองมาอีกครั้ง “อินเหนียงคิดว่าอย่างไร”
เหตุใดถึงถามข้าอีกแล้ว เฟิงซุ่นอินคิดแล้วเอ่ย “ข้าแค่ห่วงว่าวันนี้จะไม่ได้ชมทิวทัศน์อะไรแล้วทั้งนั้น” พูดจบก็มองสบตาเขาผ่านม่านโปร่ง ยืนอยู่อย่างผ่าเผย ราวกับแค่พูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
หูเป้ยเอ๋อร์คิดในใจว่า กำลังยุ่งกันอยู่นะ เขาเบิกตากว้างมองนาง “ฮูหยินสนใจเพียงเรื่องนี้หรือ”
เฟิงซุ่นอินถามกลับ “เช่นนั้นข้าควรสนใจเรื่องอะไร”
หูเป้ยเอ๋อร์โดนตอกกลับมาทีหนึ่ง ก่อนนึกขึ้นได้กะทันหัน เขาหันมองมู่ฉางโจว “เมื่อครู่นี้ท่านผู้บัญชาการจะออกคำสั่งหรือขอรับ”
มู่ฉางโจวมองเฟิงซุ่นอิน “ข้ากำลังคิดสั่งให้ย้อนกลับ ตรวจสอบไปทางทิศตะวันตก”
เฟิงซุ่นอินเม้มปากหันตัวกลับเงียบๆ นางเดินไปจูงม้า ในใจคิดว่า ยังดี เกือบหลงนึกว่าเขาจะออกคำสั่งให้ตรวจสอบไปทางจงหยวนแล้ว
พลธนูจูงม้าเดินมา มู่ฉางโจวตวัดกายขึ้นขี่ม้าก่อนออกคำสั่ง “ย้อนกลับไปทางตะวันตกทันที อ้อมเมืองไป”
ทุกคนทยอยกันขึ้นขี่ม้า
เฟิงซุ่นอินเองก็นั่งอยู่บนหลังม้าแล้วเช่นกัน ตอนที่ตามอยู่ด้านหลังเขาฝั่งซ้ายนางจงใจทิ้งระยะห่างช่วงหนึ่ง แสดงท่าทีไม่สนใจเรื่องพวกนี้ นางขี่ม้าอย่างเอ้อระเหยพลางหันมองรอบข้าง เพียงทำเป็นว่ากำลังมองหาทิวทัศน์ที่น่าสนใจอยู่จริงๆ
จางจวินเฟิ่งเห็นนางอยู่ห่างออกไปก็ควบม้าเข้าใกล้มู่ฉางโจว ถามเสียงเบา “ท่านผู้บัญชาการตั้งใจตรวจสอบไปทางตะวันตกจริงๆ หรือขอรับ”
มู่ฉางโจวผงกศีรษะ สายลับของจงหยวนไม่มีทางมาอีกในระยะเวลาสั้นๆ แค่เกือกม้าเหล็กชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่ว่าภายในดินแดนเหอซีจะจงใจเลียนแบบออกมาไม่ได้
แต่คิดแล้วก็อาจจะมีตกหล่น เขาหันมองไปทางหูเป้ยเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหลังทีหนึ่ง แสดงท่าทีให้อีกฝ่ายเข้าใกล้
หูเป้ยเอ๋อร์ขี่ม้าเข้าใกล้ทันที “ท่านผู้บัญชาการมีอะไรจะสั่งขอรับ”
มู่ฉางโจวกดเสียงลงเอ่ย “จับตามองความเคลื่อนไหวทางจงหยวนด้วย”
หูเป้ยเอ๋อร์รับคำสั่งแล้วขี่ม้าย้อนกลับไปด้านหลังอีกครั้ง
เฟิงซุ่นอินได้ยินเพียงเสียงพูดคุยแผ่วเบา เมื่อหันหน้าไปมองก็เห็นว่าขบวนกลับสู่ปกติแล้ว มู่ฉางโจวยังคงอยู่ด้านหน้าฝั่งขวาของนาง นำอยู่หน้าขบวน
เพียงแค่เดินทางไม่เร็วนัก ตลอดทางล้วนตรวจสอบรอบข้างไปด้วย