ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 4-6 – หน้า 6 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 4-6

ทันใดนั้นมีม้าเร็วหลายตัววิ่งออกจากเมืองตรงมาที่หน้าคณะ ขุนนางชุดสีครามผู้หนึ่งนำหน้า ด้านหลังตามมาด้วยทหารรักษาเมืองอีกจำนวนหนึ่ง หลังจากรั้งบังเหียนม้าแล้วต่างคารวะมู่ฉางโจวโดยพร้อมเพรียง คล้ายว่ารอด้วยความเคารพอยู่นานแล้ว

ขุนนางเอ่ยแสดงความยินดีเสียงดังก่อน จากนั้นกล่าวว่า “เพื่อแสดงความยินดีกับการแต่งงานของท่านผู้บัญชาการ ท่านผู้บัญชาการใหญ่ได้จัดเตรียมของรางวัลอันล้ำค่าเอาไว้ให้โดยเฉพาะ หลังกลับเข้าเมืองขอเชิญท่านผู้บัญชาการไปยังจวนผู้บัญชาการใหญ่เพื่อรับรางวัลโดยเร็ว”

ทหารม้ารักษาเมืองหลายนายที่อยู่ด้านหลังต่างเปล่งเสียงแสดงความยินดีโดยพร้อมเพรียง

มู่ฉางโจวผงกศีรษะ ก่อนหันไปสั่งการ “ส่งฮูหยินกลับจวนก่อน” พูดจบแล้วก็กระตุกบังเหียนควบม้าไปข้างหน้า นำเข้าประตูเมืองไปก่อน

ขุนนางและคนอื่นๆ ต่างรีบเฆี่ยนม้าไล่ตามไป

เฟิงซุ่นอินมองเงาร่างของเขาหายไปในประตูเมืองจนกระทั่งหายลับจากสายตา ขณะคิดในใจ เขายังได้รับความสำคัญน่าดูจริงๆ

หูเป้ยเอ๋อร์โวยวายขึ้นมาแล้ว “ไปได้แล้วๆ!” พูดจบก็เร่งม้าไปนำขบวนเปิดทาง คล้ายจะชินชากับเหตุการณ์เช่นนี้มานานแล้ว

รถม้าเคลื่อนตัวอีกครั้ง เฟิงซุ่นอินเก็บสายตากลับมา ตามคณะเดินทางเข้าเมือง

ถึงเวลาห้ามออกนอกเคหสถานยามวิกาล คนบนท้องถนนต่างแยกย้าย แต่แสงโคมสองข้างทางนั้นส่องสว่าง เสียงผู้คนพอแว่วมาให้ได้ยิน ยังคงสามารถสัมผัสได้ว่าความคึกคักนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าฉางอันเลย

เสียงเกือกม้าและล้อรถเคลื่อนผ่านถนนดังก้อง ผู้คนมากมายอาจกำลังชะโงกหน้ามาดู แต่ในไม่ช้าทั้งเสียงผู้คนและแสงโคมต่างก็ถูกสลัดหลุดไปไกล

ราวสองเค่อ* ต่อมา ข้างนอกรถม้าสว่างขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่รถม้าจะหยุดลง

เฟิงซุ่นอินช้อนสายตาขึ้นมอง ม่านไม้ไผ่ถูกสาวใช้เลิกเปิดแล้ว สามารถเห็นประตูจวนขนาดใหญ่เบื้องหน้า กว้างขวางสว่างไสว พวกบ่าวรับใช้ถือโคมอยู่ประจำตำแหน่ง แสงสว่างเจิดจ้าไม่ต่างจากตอนกลางวัน

“เชิญฮูหยินเข้าจวน!” หูเป้ยเอ๋อร์เอ่ยเชิญเสียงดัง

ไม่ว่าจะขั้นตอนแต่งงานใดล้วนไม่มีที่ตรงไปตรงมาเท่าชั่วขณะนี้ เฟิงซุ่นอินตั้งสติ ก่อนสวมหมวกม่านแพรแล้วยื่นตัวออกจากรถม้า

สาวใช้นางหนึ่งรีบเข้ามาช่วยประคอง เฟิงซุ่นอินเพิ่งถูกแตะข้อมือก็นึกขึ้นได้ว่าในแขนเสื้อของตนเองยังซ่อนมีดสั้นเอาไว้ จึงหดมือกลับไปทันที

สาวใช้ตกใจ ก้าวถอยหลังพร้อมมองนาง

“ฮูหยินเป็นอะไรหรือ” จางจวินเฟิ่งเพิ่งลงจากม้า เขาหันมองมาอย่างงุนงง

ขณะนี้เฟิงซุ่นอินถึงได้มองประเมินเขาเร็วๆ คนผู้นี้แม้จะรูปร่างผอมบางแต่ก็ค่อนข้างสูง เพียงแค่เตี้ยกว่ามู่ฉางโจวเล็กน้อย ดูอ่อนเยาว์ราวกับเพิ่งพ้นวัยยี่สิบต้นๆ มา ภายนอกดูคล้ายบัณฑิต ทว่าแต่งกายอย่างนักรบ เมื่อตั้งใจมองโดยละเอียดก็ยิ่งเห็นชัดว่าแตกต่างจากมู่ฉางโจวเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง ที่เข้าใจผิดวันนั้นก็เพราะค่ำคืนมืดมิดแสงสว่างไม่พอ

นางไม่มีภาพประทับใจที่ดีอะไรต่อคนผู้นี้ หลังเก็บมือกลับมาแล้วก็ลงจากรถม้าเดินเข้าจวนด้วยตนเอง

จางจวินเฟิ่งคาดไม่ถึงว่าจะตนโดนเมิน เขาเบิกตากว้างพลางเหลือบมองด้านข้าง

หูเป้ยเอ๋อร์กำลังยักคิ้วหลิ่วตาใส่เขา เหมือนกำลังบอกว่า นางคงไม่ได้ยินคำพูดล่วงเกินพวกนั้นของท่านหมดแล้วหรอกนะ!

บ่าวรับใช้ที่ยืนถือโคมอยู่ตรงประตูแบ่งออกเป็นสองแถว รอต้อนรับนายหญิงที่เพิ่งมาถึงด้วยความเคารพ

เฟิงซุ่นอินก้าวขึ้นบันได มองประตูทางเข้าไปทีหนึ่ง ก่อนก้าวเข้าไปข้างใน

ภายในจวนจุดโคมสว่างไสว บริเวณลานกว้างขวางแฝงด้วยความงดงามแบบเรียบง่ายและสง่างามซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเหลียงโจว นางเดินตรงไปถึงห้องโถงหลักของจวน หลังสาวใช้เชิญนางนั่งลงบนเก้าอี้ชาวหูตรงตำแหน่งประธานแล้วถึงได้ถอดหมวกม่านแพรออก

บ่าวชายกับสาวใช้ต่างตามเข้ามากันหมด จากนั้นคุกเข่าลงคารวะให้กับนาง

เฟิงซุ่นอินกวาดตามองหนึ่งรอบ บ่าวรับใช้ไม่นับว่ามาก แต่ไม่ว่าจะบุรุษหรือสตรีต่างอายุน้อยดูแข็งแรง น่าจะเป็นเอกลักษณ์ของเหลียงโจวเช่นเดียวกัน

คนทั้งกลุ่มผลัดกันคารวะ ค่อนข้างเสียเวลาอยู่บ้าง หลังเสร็จสิ้นแล้วก็ถอยกลับออกไปกันหมด เหลือเพียงหูเป้ยเอ๋อร์กับจางจวินเฟิ่งที่ตามเข้ามาด้วยเช่นกัน

เฟิงซุ่นอินเอ่ยขึ้นกะทันหัน “เหตุใดท่านรองถึงไม่คารวะ”

จางจวินเฟิ่งตกตะลึง “ข้า?” เขาไม่ใช่บ่าวของจวนเสียหน่อย ในสถานการณ์เช่นนี้จะให้เขาคารวะอันใด

เฟิงซุ่นอินนั่งตัวตรงสง่า “ก่อนหน้านี้ข้าจำคนผิด เดิมทีต้องการคารวะท่านผู้บัญชาการ เวลานั้นท่านรองบังเอิญรับการคารวะของข้า จวบจนวันนี้กลับยังไม่เคยคารวะกลับ คล้ายยอมรับว่าตนเองเทียบเคียงท่านผู้บัญชาการได้” ก่อนชะงักแล้วเอ่ยเสริมอีกประโยค “หากเป็นเช่นนี้จริงๆ เช่นนั้นก็ไม่ต้องคารวะแล้ว”

“…” จางจวินเฟิ่งหาเสียงไม่เจอเหมือนคนเป็นใบ้ นึกไม่ถึงว่านางจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเอาตอนนี้

หูเป้ยเอ๋อร์เคยได้รับบทเรียนมาก่อน ไม่รู้สึกประหลาดใจเลยสักนิด ยืนมองอยู่ด้านข้างสักพักยังคงนึกคำพูดเอ่ยช่วยไม่ออก จึงลอบส่งสายตาให้จางจวินเฟิ่งคล้ายกำลังบอกว่า ท่านจัดการเอาเองแล้วกัน จากนั้นหันตัวเดินออกนอกห้องโถงไปแล้ว

จางจวินเฟิ่งยิ่งพูดไม่ออก ก่อนมองไปทางด้านหน้าอีกครั้ง

คิ้วและนัยน์ตาของเฟิงซุ่นอินดุจภาพวาด ทว่ากลับเย็นชาเงียบขรึม เพียงรอเขาแสดงท่าที

จางจวินเฟิ่งไม่อาจโต้แย้งอะไรได้ เพราะหากพิจารณาให้ถี่ถ้วนแล้วเป็นตนเองที่ไร้มารยาทก่อน จึงทำได้เพียงก้าวออกไปหนึ่งก้าว ยกมือขึ้นค้อมกายลงคารวะ จากนั้นหันตัวกลับเดินออกไปอย่างอึดอัดใจ

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 3-4 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

community.jamsai.com