ทดลองอ่าน
ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 4-6
เฟิงซุ่นอินนั่งอย่างผ่อนคลายทันใด มุมปากเหยียดออกเล็กน้อย
ทว่าเพิ่งเงียบสงบได้ไม่นานก็มีคนเดินเข้ามาจากข้างนอกห้องโถง นางเงยหน้ามองไปก็เห็นเป็นมู่ฉางโจว
เขามองนางทันทีที่เดินเข้ามา สายตาไล่ตั้งแต่บนจรดล่าง ราวกับกำลังพิศชมท่านั่งในตำแหน่งประธานของนาง
เฟิงซุ่นอินนึกไม่ถึงว่าเขาจะกลับมาไวเพียงนี้ อีกทั้งไม่รู้ว่าเขาทันเห็นตอนที่นางเอาคืนจางจวินเฟิ่งเมื่อครู่นี้หรือไม่ จึงเพียงเม้มปากนั่งตัวตรง
ยังไม่ทันพูดอะไรก็มีสาวใช้จำนวนหนึ่งเดินเข้ามา คนเป็นหัวหน้ารูปร่างแข็งแรงท่าทางทะมัดทะแมง ก้มหน้าลงเอ่ย “ฤกษ์มงคลผ่านพ้นไปแล้ว ทุกขั้นตอนพิธีการเน้นความเรียบง่าย ขอเชิญท่านผู้บัญชาการกับฮูหยินร่วมพิธีแลกดื่มสุรามงคล เพื่อเป็นการแสดงว่าพิธีแต่งงานเสร็จสมบูรณ์แล้วเจ้าค่ะ”
เฟิงซุ่นอินคาดเดาได้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ อย่างน้อยพิธีการที่ชดเชยยังคงเป็นพิธีของชาวฮั่น ไม่ใช่พิธีการแบบชาวหูที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ไม่เลวแล้ว
มู่ฉางโจวเดินเข้ามาหา ก่อนจัดชายชุดนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งซ้ายมือของนาง
จู่ๆ มานั่งอยู่ด้วยกัน เฟิงซุ่นอินรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติขึ้นมาแปลกๆ สายตานางตกลงบนชายกระโปรงหรูฉวิน ปลายหางตามองเห็นเขานั่งอย่างสง่างาม คล้ายจะสบายใจอย่างยิ่ง
สาวใช้สองคนยกอ่างทองคำมาเชิญให้พวกเขาแยกกันล้างมือ ตามด้วยสาวใช้ยกโต๊ะตัวเล็กมาวางตรงหน้า บนนั้นวางน้ำเต้าที่ถูกผ่าออกเป็นสองซีก แต่ละซีกบรรจุสุราหมักเอาไว้
มู่ฉางโจวยื่นมือไปหยิบซีกหนึ่งมาดื่มอึกหนึ่ง
เฟิงซุ่นอินเห็นเขาเคลื่อนไหวแล้วนางจึงยื่นมือไปหยิบน้ำเต้าอีกซีกมา ก้มหน้าลงเม้มจิบไปอึกหนึ่ง เมื่อช้อนสายตาขึ้นก็เห็นเขายื่นน้ำเต้าซีกในมือตนเองมาให้แล้ว
นางจงใจไม่มองหน้าเขาขณะยื่นสุราในมือตนเองส่งให้ หลังจากแลกเปลี่ยนน้ำเต้ากันเสร็จ สายตาก็เหลือบเห็นเขายกซีกที่นางดื่มไปแล้วแหงนหน้าขึ้นดื่มจนหมด นางเองก็ยกซีกที่เขาดื่มไปแล้วขึ้นบ้าง พร้อมยกแขนเสื้อบังริมฝีปากดื่มจนหมด เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็เผยเพียงสีหน้าผ่อนคลายเป็นปกติ
เหล่าสาวใช้เอาด้ายแดงมาผูกน้ำเต้าทั้งสองซีกติดกันเรียบร้อยแล้ว ต่างประสานเสียงเอ่ยแสดงความยินดีที่พิธีการเสร็จสิ้น ก่อนพากันล่าถอยออกไป
เหลือเพียงสาวใช้ผู้เป็นหัวหน้าที่ยังยืนอยู่ นางค้อมกายลงถาม “ยังเหลือพิธีเข้าหอ เรือนหลังได้จัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว ขอเรียนถามท่านผู้บัญชาการว่าจะเข้าหอวันนี้เลยหรือรอเลือกฤกษ์มงคลวันอื่นเจ้าคะ”
มู่ฉางโจวผินหน้าไปด้านข้าง “เชิญฮูหยินตัดสินใจแล้วกัน”
สาวใช้หันมาค้อมกายให้เฟิงซุ่นอิน
แววตาเฟิงซุ่นอินวูบไหว สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่นี้หายลับไป นึกไม่ถึงว่าเขาจะให้นางเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเข้าหอเมื่อใด…
แต่ต่อมานางก็เข้าใจ นึกถึงเรื่องในห้องโถงที่พักรับรองขึ้นมาได้ นางหันหน้าไปมองเขา คำถามซึ่งระหว่างเดินทางไม่ได้ถามหูเป้ยเอ๋อร์ออกไปคำถามนั้น บัดนี้นางถามออกมาต่อหน้าเขาแทน “พี่รองมู่ไม่ทราบมาก่อนว่าจะต้องแต่งงานกับใครหรือเจ้าคะ”
มู่ฉางโจวเอ่ย “ท่านผู้บัญชาการใหญ่เป็นคนจัดการ เพิ่งมารู้ตอนได้รับหนังสือสมรส”
เฟิงซุ่นอินเข้าใจแล้ว ก่อนหน้านี้เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าคนที่แต่งงานด้วยจะเป็นนาง ผู้บัญชาการใหญ่ของเหลียงโจวเป็นผู้ตัดสินใจแทนเขา ส่งหนังสือสมรสมาให้ตรงๆ ส่งผลให้เขาไม่มีกระทั่งโอกาสจะเลือก
เช่นนั้นก็ไม่แปลกแล้วที่เขาจะพูดเรื่องปฏิเสธการแต่งงานขึ้นมา คิดว่าเขาคงไม่ได้พอใจกับผลลัพธ์นี้เช่นเดียวกัน
ก็จริง ผู้ใดจะเต็มใจแต่งงานกับคนที่เคยปฏิเสธตนเอง ทั้งตอนนี้ยังมีสภาพตกอับ ตอนนี้แม้แต่เรื่องเข้าหอยังให้นางเป็นผู้ตัดสินใจเองอีก
เฟิงซุ่นอินเอ่ยเรียบๆ “บังเอิญนัก ก่อนหน้านี้ข้าเองก็ไม่ทราบว่าคนที่ต้องแต่งงานด้วยคือพี่รองมู่”
มู่ฉางโจวหันมามองโดยไม่ได้พูดอะไร
เฟิงซุ่นอินหันไปเอ่ยกับสาวใช้ “จัดห้องแยกอีกห้องในเรือนหลังให้ข้าเข้าไปพักอยู่ก่อน ฤกษ์มงคลนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ค่อยๆ เลือกอีกทีก็แล้วกัน”
สาวใช้มองนาง ก่อนก้มหน้าลงขานรับ
เฟิงซุ่นอินหันมองมู่ฉางโจว “ตัดสินใจเช่นนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ”
มู่ฉางโจวมองนาง ก่อนเผยยิ้มเล็กน้อย “ในเมื่ออินเหนียงคิดเช่นนี้ ก็ตัดสินใจเช่นนี้แล้วกัน”
เฟิงซุ่นอินได้ยินเขาเรียกตนเองเช่นนี้อีกครั้งก็เบนสายตาหลบ คิดในใจว่า อะไรคือข้าคิดเช่นนี้ ในเมื่อตกอับแล้วยิ่งควรรู้จักกาลเทศะเท่านั้นเอง นางลุกขึ้นพลางจัดชุด แสดงท่าทีให้สาวใช้นำทางเดินออกไปข้างนอก
มู่ฉางโจวมองนางเดินผ่านข้างกายตนเองไป ผ้าคล้องแขนพลิ้วตามลมปัดผ่านชายชุดของเขา ออกไปจากประตูห้องโถง
หูเป้ยเอ๋อร์เดินก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโถง เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ทุกวันนี้ทั่วเหลียงโจวอิงตามวัฒนธรรมชาวหู ท่านผู้บัญชาการยังจัดพิธีแต่งงานตามขนบชาวฮั่น เช่นนี้ย่อมแสดงว่าท่านให้ความสำคัญกับฮูหยินคนใหม่ไม่เลว การเดินทางไปรับตัวเจ้าสาวครั้งนี้ของข้ามีความดีความชอบจริงๆ ใช่หรือไม่!” เขาถูมือ “งานเลี้ยงในจวนจัดรอแล้ว ตกรางวัลเป็นสุรามงคลให้ข้าสักจอกก็ได้นี่ขอรับ!”
จางจวินเฟิ่งที่เดินตามหลังเขาเข้ามาเอ่ยอย่างอึดอัดใจ “ก็มีแค่เจ้าที่ยังมีอารมณ์ดื่ม ท่านผู้บัญชาการใหญ่ก็ช่างเลือกคนเสียจริง ขนาดตอนนี้ฮูหยินท่านนี้ยังเป็นเช่นนี้ หากตระกูลของนางยังคงมั่นคงอยู่ คงวางท่าน่าเกรงขามไม่น้อย”
มู่ฉางโจวไม่ได้ตอบคำ เขานึกถึงหนังสือสมรสที่ได้รับมาก่อนหน้านี้
ตอนที่เห็นชื่อบนหนังสือสมรสนั้น ในสมองของเขาผุดภาพคุณหนูสูงศักดิ์ผู้อายุยังน้อยและเย็นชาห่างเหินสมัยนั้นขึ้นมา ยังนึกแปลกใจว่าเหตุใดนางถึงตอบตกลง จนกระทั่งเมื่อคืนเลิกม่านโปร่งของนางขึ้น จดจำใบหน้านั้นได้ว่าเป็นนางจริงๆ ถึงได้เชื่ออย่างเต็มที่
ออกห่างจากเมืองหลวงมานานเจ็ดปี เมื่อคืนได้ยินรายงานจากหูเป้ยเอ๋อร์ถึงเพิ่งรู้ว่าสกุลเฟิงตกอับลงแล้ว ดังนั้นนางแค่ไม่มีทางเลือกเท่านั้นเอง นับประสาอะไรกับที่เมื่อครู่นี้นางยังเพิ่งพูดว่าไม่รู้ว่าคนที่จะต้องแต่งงานด้วยคือเขา
เพียงแต่วันนี้แค่ยกเรื่องปฏิเสธการแต่งงานขึ้นมาพูดส่งๆ ดูจากอาการตอบสนองของนางคล้ายว่าเขาจะโดนเอาคืนแล้วเช่นกัน
เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก ตอนที่ก้าวข้ามธรณีประตูห้องโถงถึงได้ตอบรับคำอย่างไม่ใส่ใจ “ท่านผู้บัญชาการใหญ่รู้จักเลือกคนจริงๆ”
เล่นใหญ่โตเพียงนี้ แต่คนที่ส่งมาตรงหน้ากลับกลายเป็นเฟิงซุ่นอินไปเสียได้
Comments



