ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 4-6 – หน้า 9 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 4-6

รถม้ามุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ

เฟิงซุ่นอินนิ่งเงียบ มู่ฉางโจวเองก็ไม่พูดอะไร ตลอดการเดินทางปราศจากบทสนทนา มีเพียงตอนผ่านถนนใหญ่ถึงได้ยินเสียงผู้คนอึกทึก จากนั้นก็ถูกสลัดทิ้งไว้ด้านหลัง

เดินทางไปข้างหน้าเงียบๆ ต่ออีกเป็นเวลานานรถม้าถึงหยุดลงในที่สุด ข้างนอกคล้ายมีคนกำลังคารวะมู่ฉางโจว

“ถึงแล้ว” เสียงของเขาดังมาจากด้านนอกรถ

เฟิงซุ่นอินที่นั่งพิงกรอบหน้าต่างได้ยินแล้วก็เลิกม่านขึ้นเดินออกไป

หลังลงมาจากรถม้าถึงพบว่าประตูหลักของจวนผู้บัญชาการใหญ่แห่งนี้สูงใหญ่เหนือความคาดหมาย รอบด้านมีเวรยามรักษาการณ์แน่นหนา ดูน่าเกรงขามยิ่ง

บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งออกจากประตูจวนมาคารวะมู่ฉางโจว “วันนี้ท่านผู้บัญชาการใหญ่ไม่อยู่ที่จวนขอรับ นายหญิงเป็นตัวแทนออกมาพบ เชิญท่านผู้บัญชาการพาฮูหยินไปหาด้วยตนเองได้เลยขอรับ”

มู่ฉางโจวมองเฟิงซุ่นอินคราหนึ่ง ก่อนเดินเข้าประตูจวนไป

เฟิงซุ่นอินตามฝีเท้าของเขาไปอย่างเข้าใจ

หลังจากเข้าไปในจวน มู่ฉางโจวเดินพลางเอ่ยพลาง “ฮูหยินผู้บัญชาการใหญ่แซ่หลิว บรรดาศักดิ์หลินเถาจวิ้นฟูเหริน…”

เฟิงซุ่นอินที่เดินอยู่ทางด้านขวาของเขาสังเกตเห็นว่าเขากดเสียงเบาลงไม่น้อย เสียงที่เดิมทีก็ทุ้มลึกยิ่งทุ้มกว่าเดิม ไม่อาจฟังได้ยินครบถ้วนแต่อย่างใด นางพยายามเดินไปทางด้านซ้ายของเขาเงียบๆ อยากให้เขามาอยู่ด้านขวาของตนเอง สายตาจึงคอยให้ความสนใจกับฝีเท้าของเขา

รองเท้าที่เขาสวมอยู่เป็นรองเท้าขี่ม้าสีดำซึ่งสะดวกต่อการเดินทัพ น่องขาที่ถูกห่อหุ้มอยู่ในรองเท้าแข็งแรง ยิ่งมีขาวยาวๆ เช่นนี้พอก้าวทีหนึ่งก็กว้าง

นางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพจำของมู่ฉางโจวที่เคยผอมบางอ่อนแอในวัยเยาว์ ใครจะไปคิดว่าเวลานี้เขาจะสูงโปร่ง ขายาวย่างก้าวมั่นคงถึงเพียงนี้ ก้าวเดินมีพลัง ระหว่างที่คิดรองเท้าขี่ม้าในสายตาคู่นั้นพลันหยุดลง หัวเท้าหันมาหานาง

เฟิงซุ่นอินหยุดฝีเท้าพร้อมเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนประสานสายตาเข้ากับอีกฝ่าย

“เสียงข้าเบาไปหรือ” มู่ฉางโจวมองสำรวจนางขึ้นลงทีหนึ่ง ตั้งแต่เขาเริ่มพูดเมื่อครู่นี้ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ ตอนนี้นางยังเดินอ้อมเกือบไปถึงด้านซ้ายของเขาแล้ว

เฟิงซุ่นอินตอบ “เปล่าเจ้าค่ะ แค่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่ค่อยคุ้นชินก็เท่านั้น”

มู่ฉางโจวมองนางอีกชั่วครู่ถึงหันตัวกลับ เดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก

เฟิงซุ่นอินเองก็ไม่เดินไปทางด้านซ้ายแล้ว เพียงเดินตามหลังเขาไปถึงห้องโถง

มู่ฉางโจวเดินนำเข้าไปก่อนก้าวหนึ่ง นางตามติดเข้าไป สายตามองไปด้านหน้าของห้องโถงอย่างรวดเร็ว

ฮูหยินผู้บัญชาการใหญ่หลิวซื่อ* ดูมีอายุพอๆ กับมารดาของเฟิงซุ่นอิน ในโอกาสเช่นวันนี้กลับสวมชุดชาวหูสีฟ้าลวดลายสดใส นั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธานอย่างค่อนข้างน่าเกรงขาม โดยไม่รอให้พวกเขาคารวะก็ชิงพูดขึ้นก่อนแล้ว “ไม่ต้องเกรงใจ ข้าเองก็มิใช่ท่านผู้บัญชาการใหญ่ แค่มาพบหน้าฮูหยินคนใหม่ของท่านผู้บัญชาการเป็นการส่วนตัวเท่านั้น”

มู่ฉางโจวไม่ได้พูดอะไร เพียงเบี่ยงตัวเล็กน้อย ให้รูปโฉมของเฟิงซุ่นอินที่อยู่ด้านหลังเปิดเผยให้เห็นจนหมด

เฟิงซุ่นอินยังคงก้มหน้าหลุบตาลงคารวะให้นาง

หลิวซื่อมองเพียงแวบเดียวก็เอ่ย “ไม่ผิดจริงๆ ที่แนะนำให้ท่านผู้บัญชาการใหญ่เลือกบุตรสาวสกุลเฟิง เลือกได้สมบัติมาเสียแล้ว” นางมองมู่ฉางโจวสลับกับเฟิงซุ่นอิน ก่อนยิ้มออกมา “เพียงแวบแรกก็มองเห็นความเหมาะสมกันแล้ว”

เฟิงซุ่นอินถึงเพิ่งรู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ยังมีความดีความชอบของหลิวซื่ออยู่ด้วย นางชำเลืองมองมู่ฉางโจวที่อยู่ข้างกาย ไม่ทันคาดว่าเขาจะผินหน้ามองมาเช่นกัน

ทั้งสองสบสายตากันแล้วต่างแยกกันผละจากไป

หลิวซื่อกวักมือเรียกเฟิงซุ่นอิน “ท่านผู้บัญชาการตามสบาย ข้าแค่จะคุยกับฮูหยินของท่านสักพัก”

มู่ฉางโจวก้าวถอยหลบไปสองก้าว

เฟิงซุ่นอินเดินผ่านข้างกายเขาไปข้างหน้าพร้อมกับลอบโล่งใจไปด้วย ฮูหยินผู้บัญชาการใหญ่ท่านนี้ไม่ได้พูดเสียงเบา แต่เมื่อครู่นี้ยืนอยู่ค่อนข้างไกลจริงๆ ในที่สุดก็สามารถเข้ามาใกล้เพื่อฟังให้ได้ยินชัดๆ แล้ว

หลังจากเข้าไปใกล้หลิวซื่อก็มองสำรวจนางอีกครั้ง “ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงสกุลเฟิงแห่งป๋อไห่ของพวกเจ้ามานาน บิดาของเจ้าเคยเป็นเสนาบดีกรมทหาร มารดายังได้รับแต่งตั้งเป็นจวิ้นฟูเหรินเช่นเดียวกับข้าอีกต่างหาก”

เฟิงซุ่นอินหลุบตาลงมองชายกระโปรงของตนเอง “ล้วนแต่เป็นเรื่องในอดีตเจ้าค่ะ”

หลิวซื่อหัวเราะเบาๆ คล้ายไม่ได้เก็บมาใส่ใจเช่นกัน ก่อนชวนคุยต่อ “ถึงแม้ท่านผู้บัญชาการใหญ่จะกำหนดการแต่งงานนี้เพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับจงหยวน แต่การที่เขาเลือกเจ้าก็แสดงว่าเจ้ากับท่านผู้บัญชาการมีวาสนาต่อกัน”

เฟิงซุ่นอินนึกค่อนขอดในใจ ย่อมมีวาสนา ทั้งยังรู้จักกันมานานแล้วด้วย…

อาจเพราะนางไม่พูดอะไร หลิวซื่อจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ไม่รู้ว่าสมัยเจ้ายังไม่ออกเรือนมีงานอดิเรกจำพวกใดบ้าง หากเพิ่งมาอยู่เหลียงโจวแล้วรู้สึกไม่คุ้นชิน เจ้าสามารถหาอะไรทำได้ เพียงไม่นานก็จะรู้สึกคุ้นชินขึ้นเอง”

คำถามฟังดูเหมือนถามตามมารยาททั่วไป แต่เฟิงซุ่นอินกลับใส่ใจ มือของนางคอยกุมตำราที่อยู่ในแขนเสื้อเล่มนั้นอยู่ตลอด เวลานี้ได้ยินเช่นนั้นจึงหยิบออกมา “เชิญฮูหยินผู้บัญชาการใหญ่ลองดูเจ้าค่ะ”

หลิวซื่อรับมา เห็นหน้าปกเขียนว่า ‘บันทึกสกุลเฟิง’ นางก็ถามอย่างแปลกใจ “นี่คืออะไร”

เฟิงซุ่นอินเอ่ย “นี่เป็นตำราที่เขียนขึ้นโดยเฟิงเหยี่ยน ผู้อาวุโสในตระกูลของข้า ครอบคลุมเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ สถานที่สำคัญ ข้อคิดเห็นต่างๆ รวมถึงเกร็ดประวัติน่าสนใจมากมาย ข้ามีความตั้งใจจะเลียนแบบ จึงอยากบันทึกสิ่งที่ได้พบเห็นด้วยตนเองเอาไว้บ้าง บางครั้งจึงยุ่งอยู่กับเรื่องนี้เจ้าค่ะ”

หลิวซื่อประหลาดใจ “เจ้ายังเขียนตำราเป็นด้วย?”

เฟิงซุ่นอินยิ้มบางๆ “เพียงเรื่องฆ่าเวลาเท่านั้นเองเจ้าค่ะ ที่จริงก็คิดไว้ว่าเมื่อมาอยู่เหลียงโจวน่าจะได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ จะได้เขียนเพิ่มลงไปอีก แต่ข้าเพิ่งมาถึงที่นี่ เกรงว่าหากออกจากจวนบ่อยๆ จะเป็นการไม่เหมาะสม”

หลิวซื่อไม่ถือสา “สตรีตระกูลสูงศักดิ์อย่างพวกเจ้าชอบมากกฎเกณฑ์ เรื่องแค่นี้จะยากอะไรกัน ท่านผู้บัญชาการก็มักมีกิจธุระออกไปข้างนอกอยู่แล้ว เจ้าติดตามเขาไปก็ได้ ถือเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามัน อยู่ด้วยกันบ่อยๆ ไม่ดียิ่งหรือ”

เฟิงซุ่นอินคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพูดเช่นนี้ นางเหลียวหลังไป “เช่นนี้ได้หรือเจ้าคะ”

มู่ฉางโจวคอยมองนางอยู่ตลอดตั้งแต่เห็นนางหยิบตำราเล่มนั้นออกมา เวลานี้เห็นนางหันหน้ามาทางเขา รูปโฉมงดงามอ่อนโยน แต่ในแววตาที่มองมานั้นกลับจริงจัง ไม่ใช่ท่าทีล้อเล่นแต่อย่างใด

เขามองสบตานางแล้วนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนผงกศีรษะด้วยรอยยิ้ม “ได้”

หลิวซื่อเอ่ยทันที “ตกลงกันตามนี้” พูดจบก็ส่งยิ้มให้เฟิงซุ่นอินอีกครั้ง “นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมีความสามารถเพียงนี้ ท่านผู้บัญชาการเองก็เก่งกาจด้านบุ๋นพอดี ยิ่งเหมาะสมกันมากกว่าเดิม จริงสิ เจ้าอาจไม่รู้กระมัง สมัยก่อนท่านผู้บัญชาการเป็นถึงอัจฉริยะผู้สอบขุนนางได้อันดับสูงตั้งแต่ครั้งแรกเลยนะ”

เฟิงซุ่นอินคิดในใจว่า จะไม่รู้ได้อย่างไร เคยเห็นกับตาด้วยซ้ำ

หลิวซื่อเอ่ยต่อ “แต่ท่านผู้บัญชาการไม่ชอบพูดถึงเรื่องในอดีตสมัยเด็ก เช่นนั้นก็ไม่พูดถึงแล้ว”

เฟิงซุ่นอินชำเลืองมองไปทางด้านหลังอีกครั้ง มู่ฉางโจวยืนอยู่ตรงนั้นแต่ไม่ได้ตอบคำ ทั้งคล้ายยังมองนางอยู่

ผ่านไปราวสามถ้วยชา* การมาขอบคุณครั้งนี้ถึงนับว่าจบลง

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 3-4 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

community.jamsai.com