ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9 – หน้า 3 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9

จางจวินเฟิ่งขี่ม้าย้อนกลับมาหามู่ฉางโจวแล้ว “ทหารลาดตระเวนพบว่ามีสายลับลอบเข้ามา ตอนนี้ยังหนีไปได้ไม่ไกลขอรับ”

“จับเป็น!” มู่ฉางโจวออกคำสั่งเสร็จก็กระตุกบังเหียนควบม้าไปทางด้านขวา ห้อตะบึงไปถึงข้างกายเฟิงซุ่นอินพร้อมเอ่ยอย่างรวดเร็ว “ขึ้นม้าตามข้ามา” พูดจบมุ่งหน้าไปต่อทันที

คนและม้ารอบข้างต่างรีบติดตามไป

เฟิงซุ่นอินเพิ่งลดมือที่อุดหูลงก็ได้ยินเสียงมู่ฉางโจวคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างอย่างรวดเร็ว แต่ตอนที่เงยหน้ามองไปนางก็เห็นเขาห้อตะบึงม้าผ่านไปแล้ว ข้างกายเหลือเพียงฝุ่นควันตลบจากกีบเท้าม้าทิ้งเอาไว้

“ฮูหยินขอรับ!” พลธนูที่รับผิดชอบคุ้มกันนางก้าวขึ้นมาขวางด้านข้างกะทันหัน

เฟิงซุ่นอินสังเกตเห็นความผิดปกติ หันมองไปแล้วพบว่าจากพื้นที่แอ่งด้านข้างมีม้าสองตัวกำลังพุ่งทะยานเข้าหานาง หางม้าลากเศษกิ่งไม้ติดมาด้วย คล้ายซ่อนตัวอยู่ละแวกใกล้ๆ มานานแล้ว

มู่ฉางโจวควบม้าไปได้ครึ่งทางแล้วเห็นเฟิงซุ่นอินไม่ได้ตามมาจึงรั้งหยุดม้า เมื่อหันกลับไปมองทางเดิมถึงพบว่านางยังอยู่ที่เดิม แววตาก็เข้มขึ้นอย่างห้ามไม่ได้

ห่างไปไม่ไกล ม้าสองตัวที่เพิ่งปรากฏขึ้นกำลังห้อตะบึงเข้าหานาง

จางจวินเฟิ่งรีบหยุดตามหลัง หันหน้ามองไปแล้วร้องตกใจ “เหตุใดนางถึง…เมื่อครู่นี้เรียกนางแล้วไม่ใช่หรือ!”

ก่อนหน้านี้เห็นนางขี่ม้าอย่างช่ำชองเพียงนั้น ไม่น่าจะตามไม่ทันนี่!

ทหารลาดตระเวนรีบรุดเข้ามาอย่างเร่งรีบ หูเป้ยเอ๋อร์เองก็นำคนเข้ามาล้อมจากด้านหลัง แต่ม้าสองตัวที่พุ่งออกมานั้นกลับเลี้ยวตัดทางเข้ามา เฟิงซุ่นอินกลับกลายเป็นคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ชัดเจนว่าถูกมองเป็นเป้าหมายไปแล้ว

เฟิงซุ่นอินรีบตั้งสติ ก้าวปราดถอยไปด้านหลังซากปรักหักพัง วันนี้นางตามมู่ฉางโจวออกมาไม่ได้ติดมีดสั้นมาด้วย ขอเพียงหลบเลี่ยงสถานการณ์ตรงหน้าได้ ย่อมมีพลธนูกับพลทหารนายอื่นมากำราบพวกเขาเอง

ในที่สุดนางก็ยื่นมือออกไปคว้าบังเหียนม้าสำเร็จ เสียงกีบเท้าม้าที่พุ่งมานั้นฟังดูรีบร้อน ราวกับบีบกระชั้นมาถึงด้านหลังตนเองแล้ว

ทันใดนั้นลูกธนูดอกหนึ่งพลันยิงเข้าใส่กีบเท้าม้าของสายลับคนหนึ่ง อีกฝ่ายล้มคว่ำลงพื้นทั้งคนและม้า กระแทกชนกับซากปรักหักพังเข้า ม้าของนางได้รับความตกใจจนร้องเสียงดังพลางยกขาคู่หน้าขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

เฟิงซุ่นอินเบี่ยงตัวหลบอย่างหวุดหวิด หมวกม่านแพรบนศีรษะตกลงมา เสียงฝีเท้าม้ารอบด้านก็ดังระงม บรรยากาศกลายเป็นโกลาหล เพียงพริบตาเดียวคนและม้าจำนวนมากต่างพุ่งเข้ามาแล้ว

ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกนางยิ่งได้ยินไม่ชัด หัวคิ้วขมวดก้าวถอยหลัง แต่จู่ๆ ก็รู้สึกถึงแรงกระชากที่แขน มีมือข้างหนึ่งยื่นมาจับนางไว้แน่น แล้วกระชากตัวนางออกไปจากความชุลมุนนั้นทันที

เฟิงซุ่นอินถูกกระชากออกจากความโกลาหลนั้น เมื่อช้อนสายตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของมู่ฉางโจว

“เมื่อครู่นี้เรียกไม่ได้ยินหรือ” ในมือข้างหนึ่งของเขายังถือคันธนูไว้ สายตาจ้องมองนาง

เฟิงซุ่นอินยืนได้มั่นคงแล้วถึงตระหนักว่าอยู่ใกล้เขามากเกินไป แทบจะแนบกับหน้าอกของอีกฝ่าย สายตาตกลงบนริมฝีปากบางของเขาพอดี นางหอบหายใจเอ่ย “เมื่อครู่เสียงดังเกินไป ได้ยินไม่ชัดเจ้าค่ะ”

มู่ฉางโจวไม่ได้พูดอะไร สายตามองสำรวจใบหน้านางไปรอบหนึ่ง เห็นนางหน้าซีดขาว ทรวงอกที่อยู่แนบกับเขาสะท้อนขึ้นลง ปอยผมตรงหูด้านซ้ายยุ่งเหยิงเล็กน้อย

“ท่านผู้บัญชาการ จะให้จัดการอย่างไรขอรับ!” หูเป้ยเอ๋อร์ตะโกนถามขึ้นมา

มู่ฉางโจวปล่อยมือออกในที่สุด เขาผละสายตาจากใบหน้านางแล้วเดินไปทางด้านนั้น “ทำเหมือนทุกครั้ง”

เฟิงซุ่นอินผ่อนลมหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนยกมือขึ้นลูบแขนเล็กน้อย

ทุกคนล้อมวงอยู่ตรงซากปรักหักพัง สายลับที่ตกจากม้าก่อนหน้านั้นหมดสติอยู่กับพื้น ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อีกคนหนึ่งที่ใบหน้าสกปรกมอมแมมถูกจับกดคุกเข่าอยู่บนพื้น ตะโกนเสียงดังขึ้นมากะทันหัน “ข้าเป็นคนของราชสำนัก!”

เฟิงซุ่นอินหันไปมอง

ไม่มีใครฟังเขาด้วยซ้ำ หูเป้ยเอ๋อร์โบกมือ รอบด้านมีคนก้าวเข้าไปจับอีกฝ่ายมัดทันที

สายลับสบถด่า “ข้าเป็นคนของราชสำนัก พวกเจ้ากล้า…” แต่ปากก็ถูกอุดไว้ทันที จากนั้นทหารลาดตระเวนก็ลากตัวพวกเขาขึ้นหลังม้าแล้วพาออกไปโดยไม่ลังเล

เฟิงซุ่นอินตกตะลึง นางหันหลังไปมองเงียบๆ นั่นเป็นคนของราชสำนัก?

หากเป็นเรื่องจริง มิใช่ว่าพวกเขาจับแม้แต่คนของราชสำนักหรอกหรือ…

เหตุการณ์สงบลงแล้ว หูเป้ยเอ๋อร์เก็บดาบ ชำเลืองมองเฟิงซุ่นอินพลางพึมพำ “ไม่เห็นนางจะตกใจลนลานเลยนี่ เหตุใดเมื่อครู่นี้ถึงยืนนิ่งนักเล่า”

จางจวินเฟิ่งเอ่ยเสียงเบา “บังเอิญจริงๆ นางออกมาก็เจอกับเรื่องนี้เข้าพอดี”

มู่ฉางโจวมองเฟิงซุ่นอินอีกครั้ง ก่อนโบกมือให้พวกเขาพร้อมยื่นธนูยาวในมือส่งให้

หูเป้ยเอ๋อร์เข้าใจ คิดว่าเขาต้องการปลอบฮูหยินเล็กน้อย จึงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์รับคันธนูมาแล้วโบกมือให้รอบๆ

ทุกคนต่างถอยห่างออกไปเงียบๆ ย้อนกลับไปรออยู่บนถนน

มู่ฉางโจวปลดดาบที่เหน็บอยู่ตรงเอวแล้วเดินเข้าหาเฟิงซุ่นอิน

เฟิงซุ่นอินเพิ่งเดินออกไปไม่กี่ก้าวเพื่อเก็บหมวกม่านแพรที่ตกลงบนพื้น ปลายนิ้วนางลูบจัดตัวผ้า ขณะที่ในใจเรียบเรียงความคิด

มู่ฉางโจวผ่อนฝีเท้าลงอย่างจงใจ เดินอ้อมไปทางด้านหลังฝั่งซ้ายของนาง พบว่านางไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย นึกย้อนไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมถึงความผิดปกติของนางเมื่อครู่ ก่อนยกดาบในมือเข้าใกล้หูซ้ายของนาง นิ้วโป้งกดด้ามจับแล้วปล่อยออกกะทันหัน

เสียงเคร้งดังขึ้นเบาๆ ข้างหู แต่เฟิงซุ่นอินไร้ซึ่งความเคลื่อนไหว

มู่ฉางโจวมองนางชั่วครู่ ก่อนย้ายมือไปทางหูขวาของนางแล้วดีดนิ้วโป้งอีกครั้ง

เสียงเคร้งดังขึ้น เฟิงซุ่นอินหันขวับ สบสายตากับเขาด้วยความตกตะลึง “ท่านทำอะไร”

มู่ฉางโจวเก็บมือกลับมาแล้วเอ่ย “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”

เฟิงซุ่นอินมองดาบที่เขาเพิ่งเก็บเข้าฝัก ตระหนักได้ถึงบางอย่าง นางถามขึ้นเสียงเบา “มีอันใดหรือเจ้าคะ”

มู่ฉางโจวจับจ้องนาง “หูซ้ายของเจ้าสูญเสียการได้ยินไปแล้ว”

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 4-6

บทที่ 4 นี่คือมู่ฉางโจวหรือ เฟิงซุ่นอินแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้นางก็แน่ใจว่าใช่มู่ฉางโจวจริงๆ ถ...

community.jamsai.com