ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9 – หน้า 4 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9

บทที่ 8

หูเป้ยเอ๋อร์กับจางจวินเฟิ่งยืนรออยู่บนถนนนานมาก ถึงเห็นผู้บัญชาการกับฮูหยินกลับมาด้วยกันเสียที

มู่ฉางโจวขี่ม้านำหน้ามา ในมือถือดาบ เฟิงซุ่นอินขี่ม้าตามหลัง มือหนึ่งจับหมวกม่านแพร ทั้งสองเว้นระยะห่างกันพอสมควร มองผ่านๆ แล้วคล้ายกับว่าทะเลาะกันมา

ขบวนยังรอเดินทางต่อ มู่ฉางโจวย้อนกลับมาบนถนนแล้วรั้งบังเหียนม้า จากนั้นออกคำสั่ง “พลธนูไม่ต้องตามต่อแล้ว ฮูหยินได้รับความตกใจ ให้พาส่งกลับจวนไปพักผ่อนก่อน”

เหล่าพลธนูขานรับทันที

เฟิงซุ่นอินนั่งอยู่บนหลังม้าด้วยสีหน้าเป็นปกติ ทว่าภายในใจกลับเป็นระลอกคลื่นซัดสาด นางมองเงาร่างของมู่ฉางโจวปราดหนึ่ง ก่อนลอบกำบังเหียนแน่นขึ้น

เมื่อครู่นี้หลังพูดว่าหูของนางไม่ได้ยินแล้วจบ เขาก็หันหลังกลับทันที ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย และตอนนี้ก็พูดแค่ว่าจะส่งนางกลับจวน นั่นหมายความว่าอย่างไรกันแน่

“เชิญฮูหยินออกเดินทางขอรับ” พลธนูนายหนึ่งเอ่ยเร่ง

เฟิงซุ่นอินมองมู่ฉางโจวอีกครั้ง เขาขี่ม้าไปอยู่ด้านหน้าสุดของขบวนแล้ว มองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ นางเม้มริมฝีปาก ได้แต่กระตุกบังเหียนย้อนทางเดิมกลับไป

หลังเห็นนางไปไกลแล้ว หูเป้ยเอ๋อร์ไม่อาจกดข่มความอยากรู้อยากเห็นที่มีอยู่เต็มอกลงได้อีก รีบขี่ม้าเข้าหามู่ฉางโจวทันที “เมื่อครู่นี้ท่านผู้บัญชาการปลอบอย่างไรกันแน่ ข้าเห็นว่าตอนที่ฮูหยินเจอกับสายลับยังไม่ตกใจเท่านี้เลย!”

จางจวินเฟิ่งตามมาเอ่ย “ข้ากลับมองว่าสีหน้านางไม่เปลี่ยน แค่เอาแต่คอยมองท่านผู้บัญชาการ”

มู่ฉางโจวเก็บดาบในมือเหน็บตรงเอวอีกครั้ง ก่อนกระตุ้นม้าไปข้างหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ “ไม่มีอะไร”

 

ตอนที่เฟิงซุ่นอินถูกส่งกลับถึงจวนเป็นเวลาบ่ายแล้ว

อาจเพราะเป็นคำสั่งของมู่ฉางโจว พลธนูจึงคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนาไร้ช่องโหว่มาตลอดทาง จนกระทั่งส่งนางเข้าจวนแล้วถึงได้จากไป

นางเดินเลียบระเบียงทางเดิน ในใจยังคงคิดถึงเรื่องเมื่อครู่นี้ไม่หยุด ตัวคนกลับมาแล้ว แต่ความคิดกลับยังรั้งอยู่บริเวณซากปรักหักพังบนทุ่งโล่งที่สนทนากันแห่งนั้น…

“ฮูหยินเจ้าคะ” เซิ่งอวี่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้ากะทันหัน อยู่ห่างออกไปเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

เฟิงซุ่นอินเงยหน้าขึ้นหยุดยืน ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองจับหมวกม่านแพรไว้แน่นเกินไปจนเจ็บนิ้วแล้วด้วยซ้ำ นางผ่อนแรงลงเล็กน้อย ก่อนถามอีกฝ่าย “มีอะไรหรือ”

นอกจากใบหน้านางที่ซีดขาวอยู่บ้างแล้วก็ไม่ได้มีความผิดปกติอื่นใดอีก เซิ่งอวี่แค่คิดว่านางกลับมาตามปกติ ก่อนก้มหน้าลงรายงาน “ผู้ตรวจการเหลียงโจวแวะมาเยี่ยมเจ้าค่ะ ตั้งใจมาพบหน้าฮูหยินโดยเฉพาะ” พูดจบแล้วก็ก้าวเข้ามาใกล้เอ่ยอธิบายให้ฟังโดยละเอียด

ยังดี นางเข้าใกล้ทางด้านขวา

ยังไม่ทันพูดจบก็มีคนก้าวเร็วๆ มาจากห้องโถง มุ่งตรงมาข้างระเบียงทางเดินแล้ว เฟิงซุ่นอินหันมองไป เห็นเป็นบัณฑิตอายุราวสี่สิบกว่าปี สวมชุดขุนนางสีแดงเลือดหมู ใบหน้าซูบผอมไว้เคราสั้น แต่สีหน้ามีชีวิตชีวา

ผู้มาเยือนก้าวฉับไวมาถึงตรงหน้าแล้วมองสำรวจนางขึ้นลงสั้นๆ ก่อนเอ่ยอย่างตกใจระคนยินดี “เดิมทีได้ยินว่าฮูหยินออกไปข้างนอก ข้านึกว่าวันนี้คงไม่มีโอกาสได้พบเสียแล้ว นึกไม่ถึงว่าฮูหยินจะย้อนกลับพอดี ถือว่าโชคดีจริงๆ ที่ได้พบหน้า”

เมื่อครู่นี้ได้ยินจากเซิ่งอวี่ว่าคนผู้นี้คือผู้ตรวจการเหลียงโจวลู่เถียว เฟิงซุ่นอินนึกไม่ถึงว่าผู้ตรวจการคนหนึ่งจะมาพบนางถึงจวนด้วยตนเอง นางคารวะให้เล็กน้อย “เหตุใดท่านผู้ตรวจการลู่ถึงอยากพบข้าหรือเจ้าคะ”

ลู่เถียวกลับคารวะคืนอีกด้วย ก่อนยิ้มเอ่ย “ฮูหยินมาจากฉางอัน ข้าเองก็เช่นกัน เป็นขุนนางที่ถูกส่งมาจากฉางอัน ไม่ได้พบคนจากเมืองหลวงมาหลายปีแล้ว จะไม่มาพบได้อย่างไร”

เฟิงซุ่นอินผายมือเชิญเขาเข้าไปสนทนากันในห้องโถงพร้อมถามว่า “ท่านผู้ตรวจการเอ่ยเช่นนี้ได้อย่างไร มิใช่ว่ามีคนจากฉางอันมาที่เหลียงโจวมากมายหรอกหรือเจ้าคะ”

ลู่เถียวกลับไม่สนใจมารยาทเหล่านั้น เขาโบกมือ ยังคงยืนอยู่ข้างระเบียงทางเดิน “นั่นเป็นแค่แขกที่มาทำการค้ากับท่องเที่ยวเท่านั้น คนที่มารับตำแหน่งประจำกลับมีเพียงข้าคนเดียว เกรงว่าจะเป็นคนสุดท้ายด้วยเช่นกัน”

ประโยคสุดท้ายนั้นเขาพูดเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน ดีที่เฟิงซุ่นอินอยู่ใกล้ทางฝั่งขวาจึงจับใจความได้ นางมุ่นหัวคิ้ว อะไรที่เรียกว่า ‘คนสุดท้าย’ ทางราชสำนักจะไม่ส่งขุนนางมาที่นี่อีกแล้วอย่างนั้นหรือ ทันใดนั้นนางก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นได้ จึงเอ่ยถาม “ข้าจำได้ว่าอู่เวยจวิ้นกงควบตำแหน่งผู้ตรวจการเหลียงโจวด้วย บัดนี้ท่านผู้ตรวจการลู่อยู่ที่นี่ เพราะอู่เวยจวิ้นกงสละตำแหน่งแล้วหรือ”

ลู่เถียวมองนางอย่างแปลกใจ “ท่านผู้บัญชาการไม่ได้บอกฮูหยินหรือ อู่เวยจวิ้นกงเสียชีวิตไปแล้ว”

เฟิงซุ่นอินตกตะลึง “เสียชีวิตแล้ว?”

ลู่เถียวกระจ่างแจ้ง “ก็จริง ฮูหยินเพิ่งมาถึงที่นี่ ท่านผู้บัญชาการจะพูดเรื่องพวกนี้ได้อย่างไร วันนี้ได้ยินว่าฮูหยินติดตามท่านผู้บัญชาการออกไปข้างนอก คิดว่าเป็นเวลาข้าวใหม่ปลามัน กำลังรักใคร่หวานชื่น เรื่องในครอบครัวพวกนี้วันหน้าค่อยพูดถึงก็ยังไม่สาย”

เฟิงซุ่นอินถูกคำพูดของเขาดึงกลับสู่ความจริง นางอดบีบหมวกในมืออีกครั้งไม่ได้ มู่ฉางโจวจะบอกกับนางได้อย่างไร เดิมทีเขาก็ไม่พอใจผลลัพธ์การแต่งงานกับนางอยู่แล้ว ตอนนี้ยังเป็นสถานการณ์เช่นนี้อีก…

ข้างนอกมีคนมาเชิญผู้ตรวจการ ลู่เถียวเตรียมบอกลาแล้ว เอ่ยกับเฟิงซุ่นอินว่า “วันนี้รอฮูหยินอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน เสียเวลาไปมากแล้ว ไม่อาจรั้งอยู่นานอีก ไว้วันหน้าค่อยมาสนทนากันใหม่ก็ยังไม่สาย”

เฟิงซุ่นอินผงกศีรษะ แสดงท่าทีให้เซิ่งอวี่ออกไปส่ง ขณะที่ตนเองยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเงียบๆ สักพักหนึ่งถึงได้ย้อนกลับไปยังเรือนที่เรือนหลัง

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

community.jamsai.com