เฟิงซุ่นอินไม่ออกจากห้องอีกตลอดทั้งบ่าย
บนโต๊ะวางสำรับอาหารและน้ำชาที่สาวใช้นำมาส่ง นางนั่งอยู่ในห้องโดยไม่ได้กินอะไรแม้แต่คำเดียว มือถือตำราพับทบซึ่งไม่ได้จรดพู่กันแม้แต่อักษรเดียวเช่นเดียวกัน
สภาพจิตใจของนางฟุ้งซ่านยากจะสงบ เอาแต่คิดถึงเหตุการณ์ที่เจอกับสายลับตอนออกไปข้างนอก อีกทั้งยังนึกถึงคำพูดของผู้ตรวจการลู่ สุดท้ายนางก็ปิดตาลง ในสมองเหลือเพียงประโยคนั้นของมู่ฉางโจว ‘หูซ้ายของเจ้าสูญเสียการได้ยินไปแล้ว’
เฟิงซุ่นอินลืมตา ก่อนยื่นมือออกไปคว้าน้ำชาที่เย็นชืดแล้วขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด นางรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงก้นบึ้งหัวใจ สติถึงได้แจ่มใสขึ้นบ้าง ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาพลางยกมือขึ้นลูบหูซ้าย
หูซ้ายของนางไม่ได้ยินเสียงแล้วจริงๆ เรื่องนี้มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้
หลายปีมานี้นางพำนักอยู่ในอารามเต๋าตามลำพัง กระทั่งข่าวคราวภายนอกก็ยังไม่รับรู้ การคบค้าสมาคมยิ่งน้อยจนน่าสงสาร บางครั้งมีติดต่อกับคนนอกบ้าง หากอีกฝ่ายเสียงเบา ขอเพียงเข้าใกล้ทางด้านขวาหรืออ่านริมฝีปากนางก็สามารถรับมือได้ตามปกติ แต่บางครั้งเมื่ออยู่ห่างหรือไม่สะดวกอ่านริมฝีปากแล้วไม่ได้ตอบกลับ ผู้อื่นก็คิดไปว่านางยังก้าวออกจากวันวานที่ใช้ชีวิตเยี่ยงผู้สูงศักดิ์ในอดีตไม่ได้ ยังคงเย่อหยิ่งยโสไม่สนผู้อื่นก็เท่านั้น
ตลอดการเดินทางมาเหลียงโจวนางไม่เคยอ่านปากผู้อื่นสักครั้ง เวลาขยับเข้าใกล้ด้านขวาก็พยายามทำให้แนบเนียนที่สุด จะอย่างไรก็คาดไม่ถึงว่าพอมาถึงเหลียงโจวจะประสบพบเจอเรื่องราวต่อเนื่อง ถึงได้ถูกมู่ฉางโจวจับได้ในเวลาอันสั้นเพียงนี้
เฟิงซุ่นอินลูบหูซ้ายพลางคิด บางทีหลังจากวันนี้อาจถูกรังเกียจ มองเป็นตัวภาระ ไม่อาจออกจากจวนได้อีกแล้ว
เช่นนี้ยังนับว่าสถานเบา ในเมื่อเขารู้เรื่องแล้วจะพูดออกไปหรือไม่ จะคิดหรือไม่ว่าการแต่งงานครั้งนี้สกุลเฟิงจงใจปกปิดก่อน หรือยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถอ้างเรื่องนี้เพื่อหย่าภรรยาอย่างเปิดเผย เช่นนั้นนางก็ไม่อาจตั้งตัวอยู่ที่เหลียงโจวแล้ว…
อุตส่าห์ทุ่มสุดตัวให้กับการแต่งงานมายังเหลียงโจว เหตุใดดันมาเจอกับมู่ฉางโจวเข้าเล่า
เฟิงซุ่นอินยิ่งคิดยิ่งหดหู่ จนกระทั่งมีเงาคนปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้องที่เปิดอยู่ หัวใจนางบีบรัดแน่นทันควัน แต่ก็โล่งอกได้อีกครั้งเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าเป็นเซิ่งอวี่
เซิ่งอวี่ที่เข้ามาเพื่อเก็บสำรับอาหารเอ่ยอย่างตกใจ “มืดแล้ว ฮูหยินกลับยังไม่ได้กินอาหารเลยหรือเจ้าคะ”
เฟิงซุ่นอินลดมือที่ลูบใบหูลง ตั้งสติเล็กน้อยก่อนส่ายหน้า “ข้าไม่หิว เก็บออกไปให้หมดเถิด”
เซิ่งอวี่มองนาง ทว่าก็มองความผิดปกติใดไม่ออก ได้แต่เก็บกวาดให้เรียบร้อยแล้วล่าถอยออกไป
เฟิงซุ่นอินลุกขึ้นเดินไปที่ประตู สายตามองออกไปข้างนอก ท้องฟ้ามืดลงแล้วจริงๆ บางทีขบวนที่ออกไปทำงานข้างนอกอาจกลับมากันแล้ว
นางหันหน้าไปอีกทางพร้อมเดินออกไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ก่อนก้มหน้าจับชายกระโปรงแน่นแล้วปล่อยมือออก เอ่ยพึมพำกับตนเอง “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร…”
ฉับพลันนั้นมีเสียงกังวานดังขึ้น เป็นเสียงที่เกิดจากมีบางสิ่งชนถูกกระดิ่งลมเหนือประตูเข้า
เฟิงซุ่นอินหันตัวกลับไป ก่อนมองเห็นเงาร่างที่เดินเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
คล้ายว่ามู่ฉางโจวจะเพิ่งกลับมา เขายังคงอยู่ในชุดสีเขียวครามตัวเดิม เข็มขัดเตี๋ยเซี่ยรัดแน่น เพียงแต่ปลดดาบกับธนูออกไปแล้ว ร่างสูงโปร่งขายาวยืนอยู่ข้างประตู เขามองกระดิ่งลมที่ห้อยอยู่เหนือประตูทีหนึ่ง ก่อนหันหน้ามองนางแล้วยิ้มประหนึ่งคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ราวกับอ่านออกถึงประโยชน์ของของสิ่งนี้ตั้งแต่แวบแรก
เฟิงซุ่นอินเดาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องมีช่วงเวลาเช่นนี้เกิดขึ้น นางเม้มปากยืนนิ่ง
ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่ากลับปราศจากซึ่งคำพูดใด
มู่ฉางโจวหันตัวออกไปเอ่ยกับข้างนอกประตูกะทันหัน “ไปเรียกตัวทุกคนมา”
ข้างนอกประตูเป็นเสียงของชางเฟิง น่าจะขานรับแล้วไปทำตามคำสั่ง
มู่ฉางโจวหันกลับมามองเฟิงซุ่นอินอีกครั้ง ก่อนหันมองสำรวจห้องนี้แล้วเดินเข้าไปข้างในอย่างสบายใจ เลิกชายชุดนั่งลงบนตั่งนิ่มด้วยตนเอง
เฟิงซุ่นอินยืนอยู่ไม่ห่างจากประตู นางมองเขาทีหนึ่ง ราวกับว่าเวลานี้พวกเขาสลับบทบาทกัน ที่นี่กลายเป็นห้องของเขาไปแล้ว
ในไม่ช้าก็มีเสียงฝีเท้าเป็นชุดดังขึ้นข้างนอกประตู ชางเฟิงเอ่ยรายงานขึ้นจากด้านนอก “เรียนท่านผู้บัญชาการ คนมากันครบแล้วขอรับ”
มู่ฉางโจวผงกศีรษะ “ข้ามีบางอย่างจะสั่ง ตั้งใจฟังกันให้ดี”
เฟิงซุ่นอินยืนอยู่อย่างสง่างาม มือในแขนเสื้อกุมกันหลวมๆ พอมาถึงชั่วขณะนี้นางกลับใจเย็นลงได้ประหนึ่งรอคำประกาศตัดสินโทษ
มู่ฉางโจววางมือข้างหนึ่งไว้บนขอบตั่ง เสียงพลันดังขึ้นมาก “สามเรื่อง เรื่องแรกหลังจากนี้ขอเพียงมีเรื่องรายงาน หากเป็นความลับให้เข้ามารายงานใกล้ๆ หากเป็นเรื่องส่วนรวมให้พูดเสียงดัง เวลาอยู่ในจวน โดยเฉพาะอยู่ต่อหน้าฮูหยินห้ามกระซิบกระซาบ อีกทั้งไม่ต้องระมัดระวังตัว เรื่องที่สองสำหรับคนจงหยวนแล้วฝั่งซ้ายมีเกียรติกว่าฝั่งขวา นับจากนี้เวลาพูดกับฮูหยินจะต้องยืนทางฝั่งขวา ให้ฮูหยินอยู่ตำแหน่งฝั่งซ้าย เรื่องที่สามหากพบเจอเรื่องด่วนแต่รายงานแล้วฮูหยินไม่ตอบรับ ให้มาแจ้งข้า ข้าจะมาบอกฮูหยินเอง”
ทุกคนขานรับโดยพร้อมเพรียง