ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9 – หน้า 5 – Jamsai
Connect with us

Jamsai

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 7-9

เฟิงซุ่นอินไม่ออกจากห้องอีกตลอดทั้งบ่าย

บนโต๊ะวางสำรับอาหารและน้ำชาที่สาวใช้นำมาส่ง นางนั่งอยู่ในห้องโดยไม่ได้กินอะไรแม้แต่คำเดียว มือถือตำราพับทบซึ่งไม่ได้จรดพู่กันแม้แต่อักษรเดียวเช่นเดียวกัน

สภาพจิตใจของนางฟุ้งซ่านยากจะสงบ เอาแต่คิดถึงเหตุการณ์ที่เจอกับสายลับตอนออกไปข้างนอก อีกทั้งยังนึกถึงคำพูดของผู้ตรวจการลู่ สุดท้ายนางก็ปิดตาลง ในสมองเหลือเพียงประโยคนั้นของมู่ฉางโจว ‘หูซ้ายของเจ้าสูญเสียการได้ยินไปแล้ว’

เฟิงซุ่นอินลืมตา ก่อนยื่นมือออกไปคว้าน้ำชาที่เย็นชืดแล้วขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด นางรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงก้นบึ้งหัวใจ สติถึงได้แจ่มใสขึ้นบ้าง ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาพลางยกมือขึ้นลูบหูซ้าย

หูซ้ายของนางไม่ได้ยินเสียงแล้วจริงๆ เรื่องนี้มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้

หลายปีมานี้นางพำนักอยู่ในอารามเต๋าตามลำพัง กระทั่งข่าวคราวภายนอกก็ยังไม่รับรู้ การคบค้าสมาคมยิ่งน้อยจนน่าสงสาร บางครั้งมีติดต่อกับคนนอกบ้าง หากอีกฝ่ายเสียงเบา ขอเพียงเข้าใกล้ทางด้านขวาหรืออ่านริมฝีปากนางก็สามารถรับมือได้ตามปกติ แต่บางครั้งเมื่ออยู่ห่างหรือไม่สะดวกอ่านริมฝีปากแล้วไม่ได้ตอบกลับ ผู้อื่นก็คิดไปว่านางยังก้าวออกจากวันวานที่ใช้ชีวิตเยี่ยงผู้สูงศักดิ์ในอดีตไม่ได้ ยังคงเย่อหยิ่งยโสไม่สนผู้อื่นก็เท่านั้น

ตลอดการเดินทางมาเหลียงโจวนางไม่เคยอ่านปากผู้อื่นสักครั้ง เวลาขยับเข้าใกล้ด้านขวาก็พยายามทำให้แนบเนียนที่สุด จะอย่างไรก็คาดไม่ถึงว่าพอมาถึงเหลียงโจวจะประสบพบเจอเรื่องราวต่อเนื่อง ถึงได้ถูกมู่ฉางโจวจับได้ในเวลาอันสั้นเพียงนี้

เฟิงซุ่นอินลูบหูซ้ายพลางคิด บางทีหลังจากวันนี้อาจถูกรังเกียจ มองเป็นตัวภาระ ไม่อาจออกจากจวนได้อีกแล้ว

เช่นนี้ยังนับว่าสถานเบา ในเมื่อเขารู้เรื่องแล้วจะพูดออกไปหรือไม่ จะคิดหรือไม่ว่าการแต่งงานครั้งนี้สกุลเฟิงจงใจปกปิดก่อน หรือยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถอ้างเรื่องนี้เพื่อหย่าภรรยาอย่างเปิดเผย เช่นนั้นนางก็ไม่อาจตั้งตัวอยู่ที่เหลียงโจวแล้ว…

อุตส่าห์ทุ่มสุดตัวให้กับการแต่งงานมายังเหลียงโจว เหตุใดดันมาเจอกับมู่ฉางโจวเข้าเล่า

เฟิงซุ่นอินยิ่งคิดยิ่งหดหู่ จนกระทั่งมีเงาคนปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้องที่เปิดอยู่ หัวใจนางบีบรัดแน่นทันควัน แต่ก็โล่งอกได้อีกครั้งเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าเป็นเซิ่งอวี่

เซิ่งอวี่ที่เข้ามาเพื่อเก็บสำรับอาหารเอ่ยอย่างตกใจ “มืดแล้ว ฮูหยินกลับยังไม่ได้กินอาหารเลยหรือเจ้าคะ”

เฟิงซุ่นอินลดมือที่ลูบใบหูลง ตั้งสติเล็กน้อยก่อนส่ายหน้า “ข้าไม่หิว เก็บออกไปให้หมดเถิด”

เซิ่งอวี่มองนาง ทว่าก็มองความผิดปกติใดไม่ออก ได้แต่เก็บกวาดให้เรียบร้อยแล้วล่าถอยออกไป

เฟิงซุ่นอินลุกขึ้นเดินไปที่ประตู สายตามองออกไปข้างนอก ท้องฟ้ามืดลงแล้วจริงๆ บางทีขบวนที่ออกไปทำงานข้างนอกอาจกลับมากันแล้ว

นางหันหน้าไปอีกทางพร้อมเดินออกไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ก่อนก้มหน้าจับชายกระโปรงแน่นแล้วปล่อยมือออก เอ่ยพึมพำกับตนเอง “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร…”

ฉับพลันนั้นมีเสียงกังวานดังขึ้น เป็นเสียงที่เกิดจากมีบางสิ่งชนถูกกระดิ่งลมเหนือประตูเข้า

เฟิงซุ่นอินหันตัวกลับไป ก่อนมองเห็นเงาร่างที่เดินเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

คล้ายว่ามู่ฉางโจวจะเพิ่งกลับมา เขายังคงอยู่ในชุดสีเขียวครามตัวเดิม เข็มขัดเตี๋ยเซี่ยรัดแน่น เพียงแต่ปลดดาบกับธนูออกไปแล้ว ร่างสูงโปร่งขายาวยืนอยู่ข้างประตู เขามองกระดิ่งลมที่ห้อยอยู่เหนือประตูทีหนึ่ง ก่อนหันหน้ามองนางแล้วยิ้มประหนึ่งคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ราวกับอ่านออกถึงประโยชน์ของของสิ่งนี้ตั้งแต่แวบแรก

เฟิงซุ่นอินเดาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องมีช่วงเวลาเช่นนี้เกิดขึ้น นางเม้มปากยืนนิ่ง

ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่ากลับปราศจากซึ่งคำพูดใด

มู่ฉางโจวหันตัวออกไปเอ่ยกับข้างนอกประตูกะทันหัน “ไปเรียกตัวทุกคนมา”

ข้างนอกประตูเป็นเสียงของชางเฟิง น่าจะขานรับแล้วไปทำตามคำสั่ง

มู่ฉางโจวหันกลับมามองเฟิงซุ่นอินอีกครั้ง ก่อนหันมองสำรวจห้องนี้แล้วเดินเข้าไปข้างในอย่างสบายใจ เลิกชายชุดนั่งลงบนตั่งนิ่มด้วยตนเอง

เฟิงซุ่นอินยืนอยู่ไม่ห่างจากประตู นางมองเขาทีหนึ่ง ราวกับว่าเวลานี้พวกเขาสลับบทบาทกัน ที่นี่กลายเป็นห้องของเขาไปแล้ว

ในไม่ช้าก็มีเสียงฝีเท้าเป็นชุดดังขึ้นข้างนอกประตู ชางเฟิงเอ่ยรายงานขึ้นจากด้านนอก “เรียนท่านผู้บัญชาการ คนมากันครบแล้วขอรับ”

มู่ฉางโจวผงกศีรษะ “ข้ามีบางอย่างจะสั่ง ตั้งใจฟังกันให้ดี”

เฟิงซุ่นอินยืนอยู่อย่างสง่างาม มือในแขนเสื้อกุมกันหลวมๆ พอมาถึงชั่วขณะนี้นางกลับใจเย็นลงได้ประหนึ่งรอคำประกาศตัดสินโทษ

มู่ฉางโจววางมือข้างหนึ่งไว้บนขอบตั่ง เสียงพลันดังขึ้นมาก “สามเรื่อง เรื่องแรกหลังจากนี้ขอเพียงมีเรื่องรายงาน หากเป็นความลับให้เข้ามารายงานใกล้ๆ หากเป็นเรื่องส่วนรวมให้พูดเสียงดัง เวลาอยู่ในจวน โดยเฉพาะอยู่ต่อหน้าฮูหยินห้ามกระซิบกระซาบ อีกทั้งไม่ต้องระมัดระวังตัว เรื่องที่สองสำหรับคนจงหยวนแล้วฝั่งซ้ายมีเกียรติกว่าฝั่งขวา นับจากนี้เวลาพูดกับฮูหยินจะต้องยืนทางฝั่งขวา ให้ฮูหยินอยู่ตำแหน่งฝั่งซ้าย เรื่องที่สามหากพบเจอเรื่องด่วนแต่รายงานแล้วฮูหยินไม่ตอบรับ ให้มาแจ้งข้า ข้าจะมาบอกฮูหยินเอง”

ทุกคนขานรับโดยพร้อมเพรียง

Comments

comments

No tags for this post.
Continue Reading

More in ทดลองอ่าน

บทความยอดนิยม

everY

ทดลองอ่าน เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 Chapter 2.1-2.2 #นิยายวาย

ทดลองอ่าน เรื่อง เขตห้ามรักฉบับเบต้า เล่ม 1 ผู้เขียน : MINTRAN แปลโดย : ทันบี ผลงานเรื่อง : 배타적 연애 금지구역 ถือเป็นลิขสิทธิ์...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน ท่านผู้เป็นดั่งดวงใจ บทที่ 1-3

บทที่ 1 เงาร่างด้านข้างทอดลงบนกระดาษหน้าต่างบางๆ ของโรงเตี๊ยม เงานั้นเลือนรางจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด เพิ่งรุ่งสาง ภาย...

everY

ทดลองอ่าน ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 บทที่ 1-2 #นิยายวาย

ทดลองอ่านเรื่อง ในข่าวลือนายน่ารักกว่านี้นะ เล่ม 1 ผู้เขียน : เหมาฉิวฉิว แปลโดย : เฉินเมิ่งหาน ผลงานเรื่อง : Ni De Hei L...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน พฤกษางามในห้วงเมามาย บทที่ 1-2

บทที่ 1 เหมันตฤดูที่แสนหนาวเหน็บ ฉู่หลินหลางซุกตัวอยู่บนรถม้าเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม* เต็มจนแข้งขาเริ่มแข็งตึงอยู่บ้าง ก่อน...

ทดลองอ่าน

ทดลองอ่าน หยกคู่เคียงรักพิทักษ์ฉางอัน บทที่ 1-2

บทที่ 1 หิมะตกหนัก เพิ่งพ้นช่วงส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่รัชศกเซิ่งลี่ปีที่หนึ่ง หิมะหนาหนักก็โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า ท่ามกลางหม...

community.jamsai.com