บทที่ 2
จางเสี่ยนเป็นคนใจคอคับแคบ เขาเข้าเมืองหลวงคราวนี้จะต้องเล่นงานสามีนางจนย่อยยับเป็นแน่
ฉู่หลินหลางนอนไม่หลับหลายคืนถึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์เคาะภูผาสยบพยัคฆ์ ข่มขวัญอีกฝ่ายเป็นการคลี่คลายภาวะคับขันเบื้องหน้า
กระนั้นจะจับจุดอ่อนที่ใหญ่เกินไปไม่ได้ ประเดี๋ยวจะเข้าตำราที่ว่าไล่สุนัขให้จนตรอกต้อนคนให้จนมุม ดังนั้นจึงใช้เรื่องสมคบคิดฉ้อโกงของขุนนางดูแลห้องคลังธัญพืชเล็กๆ ผู้หนึ่งเป็นเป้าโจมตี
แน่นอนว่านางปิดบังเรื่องที่กระทำไว้ทั้งหมดนี้ไม่ให้สามีล่วงรู้ ถึงอย่างไรอุบายแผลงๆ ที่ใจกล้าบ้าบิ่นเช่นนี้ วิญญูชนผู้สุภาพอ่อนน้อมเช่นโจวสุยอันไม่มีทางคิดออกมาได้เป็นอันขาด
ก่อนฉู่หลินหลางจะแต่งเข้าสกุลโจว นางเป็นบุตรสาวอนุของพ่อค้าเกลือในเขตเจียงไหว นางเกิดและเติบโตอยู่บนเรือขนเกลือ คอยช่วยบิดารับมือพวกพ่อค้ากับบริวาร จึงมีกลอุบายชั้นเชิงอยู่บ้าง
แม้นางจะเป็นคนเก่ง แต่น่าเสียดายที่เป็นบุตรสาว ในสายตาของบิดา ต่อให้นางฉลาดหัวไวปานใดก็เป็นสินค้าขาดทุนที่ต้องแต่งงานออกเรือน ไม่มีคุณค่าเทียบเท่าบุตรชายบัดซบโดยสิ้นเชิง
จวบจนกระทั่งฉู่หลินหลางถึงวัยสาวสะพรั่ง นางชะล่าใจไปชั่วขณะ เกือบหลงกลถูกพี่ชายต่างมารดาส่งตัวไปเป็นอนุขุนนางเฒ่าของกองการค้าเกลือ
ตอนที่นางติดอยู่ในปลักตม เป็นโจวสุยอันที่ฉุดนางขึ้นมา อีกทั้งไม่ถือสาชาติตระกูลของนาง ขัดขืนคำสั่งของมารดายืนกรานจะแต่งนางเป็นภรรยา
บุญคุณและน้ำใจท่วมท้นเช่นนี้ถึงวันตายก็ไม่อาจทดแทนได้หมด หลังจากฉู่หลินหลางแต่งเข้าสกุลโจว นางพยายามจัดการสะสางปัญหาต่างๆ ตั้งแต่เมื่อครั้งที่สกุลโจวล่มจมตกอับในอดีตอย่างสุดความสามารถ จนกระทั่งแผ้วถางเส้นทางการเป็นขุนนางให้สามีได้
เพื่อให้ตนเองคู่ควรกับสามี นอกจากนางจะดีดลูกคิดทำบัญชีแล้วยังทุ่มเวลาให้กับหนังสือตำราไม่น้อย พอจะท่องกลอนโบราณได้หลายเล่ม ถือว่าเฉียดกรายเข้าใกล้ความเป็นปัญญาชนในที่สุด
กระนั้นฮูหยินขุนนางไม่เพียงต้องอ่านออกเขียนได้ ยังต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจมากกว่าภรรยาพ่อค้า หลายวันก่อนสามีมีเรื่องบาดหมางกับสหายขุนนาง เขาเป็นคนหัวแข็งไม่ยอมรับผิด ขณะที่ฉู่หลินหลางซึ่งเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้งกลับรู้ว่าสามีก่อเรื่องร้ายแรงขึ้นแล้ว
นางสอบถามสตรีในเรือนขุนนางชั้นผู้น้อยที่คุ้นเคยกันจนได้รู้เรื่องคดีเก่าๆ ของเมืองเหลียน จึงทำใจกล้าวางแผนขึ้นมาแล้วพูดโน้มน้าวให้แม่นางหลินเป็นคนกลางช่วยประนีประนอมลับหลังโจวสุยอัน
อย่างน้อยที่สุดต้องให้จางเสี่ยนรู้สึกกริ่งเกรงระมัดระวัง ไม่กล้าเล่นไม่ซื่อตามใจชอบตอนเข้าเมืองหลวง ถึงอย่างไรสามีนางก็ล่วงเกินเจ้าคนถ่อยสกุลจางนั่นไปแล้ว สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้ได้สักเพียงใดกัน ดังคำกล่าวที่ว่ารักษาม้าตายเยี่ยงม้าเป็น*
ซย่าเหอเอ่ยถามต่อไปว่า “ฮูหยินใหญ่ ท่านยังต้องซื้อผ้ามาเย็บคอเสื้อชุดขุนนางให้นายท่านอีกมิใช่หรือ ประเดี๋ยวพวกเราจะไปร้านขายผ้าร้านใดเจ้าคะ”
การเย็บคอเสื้อชุดขุนนางต้องพิถีพิถัน ฉู่หลินหลางล้วงกระดองเต่าจากอกเสื้อมาเขย่าอย่างเอาจริงเอาจังยิ่ง…อืม ทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นมงคล
จากนั้นนางก็กล่าวขึ้น “ทิศตะวันออกเฉียงใต้…ได้ ไปร้านขายผ้าหรงเซิงเถิด!”
ซย่าเหอเคยชินกับพฤติกรรมงมงายของผู้เป็นนายแล้ว จุดที่ดักรอแม่นางหลินวันนี้ ฉู่หลินหลางก็เขย่ากระดองเต่าอยู่แปดร้อยรอบกว่าจะตกลงใจได้
กระดองเต่าอันนี้มีเรื่องราวความเป็นมาอยู่ สมัยนายหญิงยังไม่ออกเรือน มีพ่อค้าเกลือวัยชราผู้หนึ่งมอบให้นางเป็นของกำนัล
ตามคำกล่าวของพ่อค้าเกลือเฒ่า กระดองเต่าอันนี้เป็นบุตรหลานรุ่นที่สามพันสองร้อยของเต่ายักษ์ที่เจ้าแม่หนี่ว์วา** นั่งขึ้นไปซ่อมแซมแผ่นฟ้าในอดีตกาล ทำนายทายทักได้แม่นยำยิ่ง
ฉู่หลินหลางเชื่อเรื่องนี้สนิทใจ เพราะว่าตอนนั้นหลังจากนางได้พบโจวสุยอันโดยบังเอิญจนกระทั่งบุตรสาวสายเลือดอนุของพ่อค้าเกลือชั้นต่ำอย่างนางกลายเป็นฮูหยินขุนนางในเวลาต่อมาล้วนอาศัยการชี้ทางของกระดองเต่าอันนี้ ก่อนออกเรือนนางต้องเขย่าสามครั้งเป็นประจำ จะเผอเรอหลงลืมมิได้