เพียงแต่ไม่รู้ว่าวันนี้บุตรหลานของเต่ายักษ์รุ่นที่สามพันสองร้อยตัวนี้เสื่อมมนตร์ขลังแล้วหรือไร ทิศทางที่ชี้บอกหาใช่เส้นทางราบเรียบแต่อย่างใด
รถม้าแล่นไปได้ไม่นานก็มีคนกลุ่มหนึ่งขวางอยู่ข้างหน้า ฉู่หลินหลางจึงชะโงกมองดู
ถนนที่ยังนับว่ากว้างขวางมีบุรุษฉกรรจ์สวมผ้าคลุมหน้ากลุ่มหนึ่งตีวงล้อมจู่โจมสังหารคนบนรถม้าคันหนึ่ง กีดขวางทางไว้จนผ่านไปไม่ได้ ทั้งสี่ด้านของรถม้าคันนั้นมีผู้คุ้มกันเช่นกัน แต่จนใจที่ถูกปิดล้อมด้วยพวกคนร้ายจำนวนมากเกินไป ดูท่าทางจะรับมือไม่ค่อยอยู่แล้ว
คราวนี้ไม่จำเป็นต้องเขย่ากระดองเต่า ฉู่หลินหลางตะโกนอย่างฉับไวทันที “รีบหันหัวม้ากลับเร็วเข้า!”
สารถีก็รับรู้ได้ว่าไม่เข้าที รีบหันหัวม้ากลับเตรียมจะหนีห่างจากการเข่นฆ่านองเลือด
แต่จังหวะนี้เองบุรุษร่างสูงใหญ่ถือดาบผู้หนึ่งพลันพุ่งออกจากรถม้าที่ถูกปิดล้อมอยู่ ในมืออีกข้างของคนผู้นี้ยังหิ้วตัวบุรุษผอมแห้งอีกคนไว้ เขาเหยียบพื้นรถม้ากระโจนทีเดียว คนทั้งคู่ก็ลอยข้ามมาบนรถม้าของฉู่หลินหลางในชั่วพริบตา
หลังบุรุษผู้นั้นผลักเจ้าลูกไก่ผอมกะหร่องในมือเข้าไปในรถม้า เขาก็แย่งสายบังเหียนจากสารถีแล้วออกแรงกระตุกคราเดียว ม้าก็ออกวิ่งไปข้างหน้าคล้ายคึกคะนองเต็มที่ก็ไม่ปาน
ส่วนคนกลุ่มนั้นทางด้านหลังชูดาบไล่ตามมาด้วยท่าทางไม่ยอมลดละ
สาวใช้บนรถม้ากรีดร้องเสียงแหลมอย่างตกใจ มีเพียงฉู่หลินหลางที่ยังนับว่ามีสติ นางกับบุรุษร่างผอมแห้งที่ยังเรียกขวัญคืนมาไม่ได้ข้างกายมองหน้ากันไปมา จากนั้นนางก็ได้ยินเขาพูดกับบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ขับรถม้า
บุรุษที่ขับรถม้าผู้นั้นไม่หันหน้ามา พอได้ยินเสียงถามของบุรุษร่างผอมแห้ง เขาก็ตอบสั้นๆ เท่านั้น
จุดที่พวกเขาถูกดักสกัดเมื่อครู่นี้คือประตูเมืองของเมืองเหลียนพอดี ดูจากทิศทางรถม้าของพวกเขาคงเพิ่งเข้าเมืองมา ยังได้ยินพวกเขาพูดคุยกันด้วยสำเนียงต่างถิ่น น่าจะไม่คุ้นเคยกับพื้นที่เมืองเหลียน ฉู่หลินหลางตะเบ็งเสียงบอกบุรุษที่ขับรถม้าอยู่
“หากท่านผู้กล้าหมายรักษาชีวิตไว้ สามารถเลี้ยวขวาทางด้านหน้าได้ ที่นั่นเป็นค่ายทหารประจำการเมืองเหลียน คนร้ายด้านหลังไม่มีทางกล้าบุกค่ายทหารแน่…”
นางพูดเช่นนี้เป็นการหยั่งเชิง ถ้าบุรุษที่กระโดดขึ้นมาบนรถม้าของนางเป็นสุจริตชนจะต้องทำตามที่นางบอก รีบรุดไปยังค่ายทหารเพื่อเอาชีวิตรอดเป็นแน่ แต่ถ้าหากไม่ทำตาม หลบเลี่ยงค่ายทหาร…ก็แสดงว่าบุรุษพวกนี้มิใช่คนจำพวกที่เผยตัวในที่แจ้งได้!
กระนั้นยิ่งกลัวอะไรก็ยิ่งพบเจอเช่นนั้นจริงๆ! บุรุษผู้นั้นพอได้ยินคำบอกของนางแล้ว ตอนมาถึงสี่แยกเขากลับเลี้ยวซ้ายโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ฉู่หลินหลางเยาะหยันในใจ ไม่ใช่คนดีจริงดังคาด!
ทว่านางระแวดระวังเขาแต่แรกแล้ว คนชั่วผู้นี้คงไม่มีทางคิดว่าแท้จริงแล้วพอเลี้ยวขวาจะเป็นที่ว่าการเมืองเหลียนต่างหาก ขณะที่ค่ายทหารประจำการเมืองเหลียนกลับอยู่ทางซ้ายนี่เอง ถ้าเขาเป็นคนชั่ว ไม่ว่าเลี้ยวทางใดล้วนเป็นทางตายสถานเดียว!
รอจนกระทั่งไปถึงใกล้ๆ ค่ายทหาร นางก็จะตะโกนเสียงดังให้คนชั่วชิงรถม้าผู้นี้ถูกจับอย่างง่ายดาย!
ตอนนี้ดูเหมือนคนร้ายที่ไล่ตามพวกนางมาจะดูออกว่ารถม้าวิ่งไปทางค่ายทหารก็ค่อยๆ หยุดฝีเท้าเช่นกัน
ชั่วขณะที่เห็นประตูใหญ่ของค่ายทหาร ฉู่หลินหลางก็โก่งคอตะโกนสุดเสียง “ช่วยด้วย! มีคนชิงรถม้าของจวนท่านผู้ตรวจการ!”
พอนางตะโกนเสียงดัง ซย่าเหอด้านหลังก็ได้สติกลับมาแล้วตะโกนตาม เสียงแหลมสูงของพวกสตรีดังลั่นก้องฟ้า พลทหารเวรประจำค่ายจดจำรถม้าของจวนผู้ตรวจการโจวได้ ทั้งยังเห็นฮูหยินผู้ตรวจการยื่นศีรษะออกมาพลางส่งเสียงดังอย่างร้อนรน เขาก็ตีฆ้องสำริดทันที พวกพลทหารยกโขยงกันวิ่งออกมาล้อมรอบรถม้าไว้ทุกด้าน
พลทหารที่เป็นหัวหน้าชักกระบี่ ทำหน้าถมึงทึงตะคอกสั่งให้คนบนรถม้าลงมา