บทที่ 57.2
ทว่าฉีกงกลับเรียกนางไว้แล้วกำชับว่า “ในเมื่อมาถึงแล้วก็อย่าให้เสียเที่ยว มิฉะนั้นหากเจ้ากลับไปพร้อมลมเย็นเต็มท้องจะไม่พูดจาถากถางประชดประชันกันอีกหรือ ไปเถิด ไปที่ห้องโถงกินขนมบุปผาสดกับสหายร่วมห้องเรียนของเจ้า แล้วห่อกลับไปฝากใต้เท้าของเจ้าด้วย!”
หวาซื่อได้ยินแล้วก็รำพึงในใจ น่าแปลกยิ่งนัก เมื่อครู่มีคนมามอบตะกร้าบุปผามากมายเช่นนั้นก็ไม่เห็นท่านพ่อจะรั้งใครให้อยู่กินขนม
เนื่องจากมีแขกมาเยือนมากเกินไป อีกทั้งในห้องโถงมีพื้นที่จำกัด คนที่จะเข้าไปดื่มชาชมบุปผาในห้องโถงของแขกสตรีได้จะต้องเป็นสตรีเรือนในของขุนนางที่มีหน้ามีตาเท่านั้น
พวกขุนนางในราชสำนักที่ไม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักหลายคนได้แต่มอบตะกร้าบุปผาแล้วกลับไป ไม่มีสิทธิ์ได้ดื่มชาในห้องโถงนี้ด้วยซ้ำ
ดังเช่นใต้เท้าโจวอดีตสามีของฉู่หลินหลางผู้นี้ เมื่อครู่เขามามอบตะกร้าบุปผาที่หน้าประตู ผู้ดูแลก็เชิญเขากลับไปด้วยเหตุผลที่ว่ามีรถม้าที่หน้าจวนมากเกินไปจนเริ่มขวางทางเข้าออกที่ปากตรอกแล้ว
แต่บิดาสามีกลับเอ่ยปากรั้งตัวนางเด็กน้อยซึ่งมีศักดิ์ฐานะต่ำต้อย ทั้งยังดุด่าเหน็บแนมนาง ช่างน่าประหลาดโดยแท้
จากจุดนี้เห็นได้ชัดว่าผู้เฒ่าฉีถูกชะตากับฉู่หลินหลาง
เมื่อเป็นเช่นนี้ความใจร้ายใจดำในการปะทะคารมเมื่อครู่ก็ลดลงไปหลายส่วนทันใด คล้ายเป็นท่านปู่อบรมสั่งสอนหลานสาวคนเล็กที่ซุกซนมากกว่า
ฉู่หลินหลางย่อมรับรู้ได้ถึงความเอ็นดูของฉีกงเป็นธรรมดา นางคลี่ยิ้มแล้วเอ่ยขอบคุณทันที จากนั้นก็เข้าไปคล้องแขนหวาซื่ออย่างสนิทสนม เดินพูดคุยยิ้มแย้มไปที่ห้องโถงเพื่อดื่มชากินขนมด้วยกัน
ทางด้านท่านหญิงอี๋ซิ่วเดิมทีนึกว่าจะได้ชมเรื่องขบขัน คิดไม่ถึงว่าฉีกงจะให้เกียรติฉู่หลินหลางถึงเพียงนี้ ทำให้นางรู้สึกตกตะลึงอย่างสุดระงับ
หลังจากหวาซื่อถอยเปิดทางให้ไปก่อน ท่านหญิงอี๋ซิ่วก็สาวเท้าเดินนำหน้าฉู่หลินหลางเข้าสู่ห้องโถง
ฉู่หลินหลางจงใจชะลอฝีเท้าเดินเคียงข้างหวาซื่ออยู่ตลอด ทั้งยังคอยช่วยอีกฝ่ายรับของที่คนรอบข้างส่งให้ไปด้วย ตลอดทางที่เดินไปด้วยกันหวาซื่อรู้สึกว่าฉู่หลินหลางที่อายุยังน้อยและรู้หนังสือไม่มากนักผู้นี้น่ารักน่าเอ็นดูอย่างปราศจากเหตุผล
ทุกคำพูดของนางล้วนเหมาะสมชวนให้สบายใจ เป็นคนที่รู้จักอ่านสีหน้าคนและมีวาทศิลป์โดยแท้ มิน่าเล่าบิดาสามีถึงได้รู้สึกถูกชะตาแล้วรับเข้าสำนักศึกษา
หวาซื่อได้ยินเรื่องที่ก่อนหน้านี้ฉู่หลินหลางต้องประสบกับการหย่ามาบ้าง คงเป็นความรู้สึกของคนหัวอกเดียวกันระหว่างสตรี นางถึงได้มีความเห็นใจสงสารอีกฝ่ายอยู่สามส่วน เป็นธรรมดาที่จะให้ความอบอุ่นเป็นมิตรมากเป็นพิเศษไปด้วย
จนกระทั่งเข้าสู่ห้องโถงแล้ว ฉู่หลินหลางถึงพบว่าเถาหยาซูสหายร่วมห้องเรียนของตนอยู่ในนั้นตั้งแต่แรกแล้ว อีกฝ่ายกำลังดื่มชาแกล้มขนมกับสตรีเรือนในคนอื่นๆ สองสามคน
ยามที่เห็นนางเข้ามาพร้อมกับหวาซื่อ เดิมทีเถาหยาซูก็อึ้งงันไป จากนั้นก็คลายยิ้มอย่างไว้ตัวแล้วพยักหน้าเป็นเชิงทักทายนาง
ในสำนักศึกษาสตรีหรงหลิน คุณหนูเถาผู้นี้นับเป็นผู้โดดเด่นโด่งดังอันดับหนึ่ง มิใช่แค่ชาติตระกูลของนาง ทว่ายังมีรูปลักษณ์ที่สง่างามมีราศี กอปรกับความรู้ความสามารถลึกซึ้งสูงส่ง ล้วนไม่เปิดทางให้ใครมองข้ามนางได้
กระนั้นคุณหนูเถาไม่เคยยกตนข่มเหงผู้อื่น แม้จะไม่กระตือรือร้นกับสหายร่วมห้องเรียน แต่ก็รังเกียจการพูดซุบซิบนินทาผู้อื่นแตกต่างจากพวกท่านหญิงอี๋ซิ่ว
หลังจากฉู่หลินหลางไปเรียนหนังสือมาหลายครั้ง นางพบว่าคุณหนูเถาผู้นี้มีจุดที่ไม่เหมือนใครอยู่บ้าง…นั่นคือใส่ใจกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างยิ่ง
เป็นต้นว่ามวยผมของคุณหนูเถาเป็นแบบเดิมเสมอ กระทั่งตำแหน่งปิ่นปักผมก็เป็นตำแหน่งเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง