เสื่อนั่งกับโต๊ะของนางจะต้องห่างกันสามกำปั้น ขาดไปเพียงเล็กน้อยก็ไม่ได้ ส่วนสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ* ซึ่งอยู่บนโต๊ะก็ต้องวางให้ตรงตามตำแหน่งเฉพาะอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ดังนั้นต่อให้คุณหนูเถามีสาวใช้คอยรับใช้อยู่ข้างกายก็มีบางครั้งที่สิ่งของไม่ได้อยู่ในที่ประจำ
แต่คุณหนูเถากลับอารมณ์เย็นอย่างยิ่ง นางไม่ตำหนิดุด่าใคร เพียงลงมือจัดวางใหม่ไปทีละอย่างด้วยตนเอง
แน่นอนว่ามีบางครั้งที่นางจนปัญญาเช่นกัน ในระหว่างคาบเรียนคราหนึ่งพวกสหายร่วมห้องเรียนเล่นซนกันแล้วชนของบนโต๊ะของคุณหนูเถาหล่นเกลื่อนกลาด
จนใจที่ขณะนั้นนางยืนอยู่หน้าห้องเรียน กำลังถูกอาจารย์ซักถามสอบทานความรู้จากบทเรียนอยู่ จึงกลับไปจัดให้เข้าที่เดิมไม่ได้
ปรากฏว่าพอคุณหนูเถาเห็นโต๊ะที่ข้าวของระเกะระกะแล้วแววตาก็นิ่งขึงไป ร่างแข็งทื่อ แทบจะเปล่งเสียงท่องตำราไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว
ยังคงเป็นฉู่หลินหลางที่ตาไวสังเกตเห็น นางจึงเดินสองสามก้าวเข้าไปช่วยจัดวางของให้อย่างเรียบร้อยด้วยมือไม้คล่องแคล่ว อีกทั้งไม่ผิดตำแหน่งแม้เพียงสักนิด คุณหนูเถาจึงปรับลมหายใจให้เป็นปกติดังเดิมแล้วตอบคำถามได้อย่างเยือกเย็นและไร้ที่ติ
การเอาใจใส่ซึ่งกันและกันในจุดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ นอกจากตัวเถาหยาซูกับฉู่หลินหลางแล้วก็ไม่มีใครจับสังเกตได้
ทว่านับแต่นั้นมาฉู่หลินหลางก็พบว่าทุกครั้งที่เถาหยาซูเห็นนางแล้วก็จะพยักหน้าส่งยิ้มให้น้อยๆ ดูเหมือนจะแฝงไว้ด้วยความจริงใจอยู่หลายส่วน
การพบเจอผู้รู้ใจอย่างแปลกประหลาดเช่นนี้ชวนให้ขบขันอยู่บ้างจริงๆ
กระนั้นฉู่หลินหลางก็ไม่คิดที่จะสานมิตรภาพระหว่างตนเองกับเถาหยาซูต่อไป
ตามหลักแล้วตระกูลทรงอำนาจเช่นสกุลเถานี้ ต่อให้ใต้เท้าซือถูของนางไม่ทุ่มเทใจผูกสัมพันธ์ นางก็สมควรทำดีกับอีกฝ่ายจึงจะถูก
แต่วันนั้นนางเอารายชื่อของศิษย์ในสำนักศึกษาสตรีให้ซือถูเซิ่งแบ่งเป็นระดับหนึ่งถึงสาม ตอนไล่ไปถึงชื่อของคุณหนูเถาผู้โด่งดังสูงศักดิ์ ซือถูเซิ่งก็ชะงักพู่กันนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเขียนคำว่า ‘ระดับสาม’ ซึ่งหมายถึงให้เกียรติแต่ควรอยู่ห่างๆ
ในความคิดของนาง ท่าทีที่เขาชะงักไปนั้นผิดปกติอย่างมาก หรือซือถูเซิ่งรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าเขาต้องล่วงเกินสกุลเถาของท่านกั๋วกงด้วยเรื่องที่นาตามศักดิ์
นางไม่เคยไต่ถามเรื่องงานของเขา คนที่ทำให้เขาต้องตรึกตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงจะแบ่งระดับได้ต้องมีเหตุผลที่เขากริ่งเกรงเป็นแน่
ดังนั้นตอนหาที่นั่ง ฉู่หลินหลางจึงจงใจเลือกจุดที่ห่างจากพวกคุณหนูเถา จากนั้นก็ดื่มชาแกล้มขนมให้มาก พูดจาให้น้อยเข้าไว้
ไม่นานนักคุณหนูกวนก็เข้ามาเช่นกัน พอนางเห็นฉู่หลินหลางก็ดึงเพื่อนรักในห้องหอของตนวิ่งมานั่งด้วยกัน
ก่อนหน้านี้พวกนางฝากฉู่หลินหลางซื้อชาดกับแป้งน้ำที่มีเฉพาะในอำเภอเจียงโข่ว วันนี้ฉู่หลินหลางคิดอยู่ว่าอาจได้พบกับพวกนางจึงนำติดตัวมาด้วย ยามนี้สามารถเอาของมาแบ่งให้พวกนางได้พอดี
การอบรมเลี้ยงดูบุตรของสกุลกวนนั้นเข้มงวดกวดขันอย่างยิ่ง ปกติกวนจินเหอจะซื้อหาแป้งน้ำดีๆ ไม่ได้
แต่โชคดีที่นางมีสหายร่วมห้องเรียนที่เปิดร้านค้า ของดีของแปลกอะไรล้วนสรรหามาได้หมด ส่วนคุณหนูคนอื่นๆ สองสามคนก็คิดเช่นเดียวกัน จึงพากันขอบคุณที่ฉู่หลินหลางมีลู่ทางกว้างขวาง ช่วยหาของขายดีที่ซื้อหายากพวกนี้มาได้
ฉู่หลินหลางอมยิ้มมองเด็กสาววัยแรกแย้มเหล่านี้พลางคิดคำนึงในใจ ดูเหมือนนางไม่เคยผ่านช่วงเวลาที่เป็นเด็กสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเช่นนี้มาก่อน
ใครจะคาดคิดว่าบัดนี้นางจะได้เข้าสู่ห้องเรียนเมื่อเป็นผู้ใหญ่ในวัยยี่สิบสี่ปีแล้ว ได้คบหากับสหายอ่อนวัยกว่ากลุ่มหนึ่ง และได้รับการชดเชยในเรื่องที่แม้แต่จะคิดก็ยังไม่กล้าคิดสมัยเป็นเด็กสาวทีละน้อยจนครบถ้วนแล้ว…